“พ่อแม่กลับก่อนนะ เดี๋ยวเดินทางช้ากลัวจะถึงบ้านมืดค่ำ” แม่ของผมเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวผมออกไปส่งครับ” จากนั้นผมกับแม็กซ์ก็เดินไปส่งพวกท่านที่รถ ยืนโบกมือลาจนรถยนต์ลับตาไป และกลับมานั่งโซฟาโถงกลางบ้าน
ผมถอนหายใจแรง เหมือนปลดล็อกภารกิจที่ยิ่งใหญ่สุดชีวิต
“เหนื่อยชะมัด” ผมพึมพำออกมาแล้วหันหน้าไปหาแม็กซ์ “ขอบใจเรื่องวันนี้มากนะ ถ้าไม่มีนายพ่อแม่ฉันคงไม่ยิ้มอารมณ์ดีขนาดนี้หรอก”
แม็กซ์ยักไหล่แล้วดื่มน้ำต่ออย่างไม่รู้สึกอะไร
“ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนกันนิวะ” ผมมองแม็กซ์ด้วยความหวาดระแวงนิด ๆ แต่สุดท้ายเลือกที่จะกลั้นใจถามอยู่ดี
“เมื่อกี้...ตอนฉันคุยกับพ่อแม่ นายได้ยินอะไรรึเปล่า” แม็กซ์ทำหน้านิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มขำ ๆ ตอบ
“ได้ยินอะไรล่ะ? มัวแต่ล้างจานเสียงก๊อกน้ำมันดังกว่าจะตายไป”
“อ๋อ...งั้นก็ดีล่ะ” ผมพยักหน้าโล่งใจสุด ๆ แต่ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นเพราะอยากอาบน้ำ แม็กซ์ก็เอ่ยขึ้นลอย ๆ
“ว่าแต่ ถ้าใครบางคน เผลอได้ยินพ่อแม่ถามว่า ‘แน่ใจนะว่าแค่เพื่อน’” จากนั้นแม็กซ์ก็หยุดพูดไป ผมที่ได้ยินถึงกับค่อย ๆ หันไปมองนัยน์ตาเขา แล้วเขาก็ยังพูดต่อ “แล้วเพื่อนที่ถูกพูดถึงก็ดันรู้สึกดีใจนิด ๆ จะผิดไหมวะ?”
ผมหันหลังกลับไม่กล้าสบตาแม็กซ์ มือไม้ผมเย็นเฉียบ งั้นแสดงว่าที่พ่อแม่ผมพูดกับผม เขาได้ยินทั้งหมด แล้วผมควรทำไงดี ผมจะยังมองหน้าแม็กซ์ได้รึเปล่า ถ้าเกิดเขาเข้าใจผิดขึ้นมา เขาจะตีตัวออกห่างผมไหม ตอนนี้หัวสมองผมแทบระเบิดไม่พร้อมที่จะคุยกับเขาอีกต่อไป
“เออ ขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” พูดจบผมเดินเข้าห้องตัวเองทันทีปิดประตูดัง ‘ปัง!’ ผมพิงหลังกับประตูห้องยกมือกุมหัวใจที่เต้นรัวไม่หยุด
‘ไอ้บ้าเอ้ย! พูดแบบนี้ออกมาจะมองหน้ากันได้อีกยังไงวะ’
ผมยืนนิ่งทำใจให้สงบอยู่นาน สุดท้ายก็ละความคิดเหล่านี้ออกจากสมองไม่ได้เลย
“อาบน้ำแล้วกัน บางที่มันอาจจะดีขึ้น” ผมคว้าเอาเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ออกไปยังห้องน้ำนอกห้อง
อ่ะจริงสิ ผมยังไม่ได้บอกพวกคุณเลยสินะ ว่าบ้านหลังนี้ มีห้องน้ำแค่สองห้องเองครับ แล้วมันก็อยู่ด้านนอกทั้งหมด ดังนั้นพวกผมทั้งห้าคนไม่มีห้องไหนที่มีห้องน้ำส่วนตัวหรอก
ผมเดินออกจากห้องนอนตัวเอง มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นทางโล่งไม่พบใคร ก็รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที
ร่างกายของผมยืนอยู่ใต้ฝักบัว เปิดน้ำให้ไหลผ่านชำระร่างกาย ความเย็นยะเยือกจากน้ำทำให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้น ทำให้ความสับสนในจิตใจทุเลาลงบ้าง
ในขณะที่กำลังสระผมอยู่ ผมก็ลืมตามองตัวเองผ่านกระจก มองดูเงาสะท้อนของตัวเองและพิจารณาร่างกายของตน
“จะว่าไปรูปร่างเรามันก็ดีขึ้นรึเปล่าวะ เป็นเพราะโดนลากไปเล่นบาสบ่อย ๆ สินะ” แต่ในขณะที่ลืมตา น้ำยาสระผมที่กำลังชโลมอยู่บนศีรษะก็ดันไหลเข้าตาซะอย่างนั้น
ผมแสบตามากจนต้องรีบเปิดน้ำฝักบัวชะล้างน้ำยาสระผมบนศีรษะให้หมด และพยายามใช้น้ำสะอาดล้างตา มือผมพยายามคว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่บนราวแขวน แต่เพราะผมหลับตาทำให้ผมกลับดึงเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนออกมาเช็ดจนมันเปียกไปหมด
‘เชี่ย!’ ผมตะโกนลั่นห้องน้ำเสียงดังมาก มากเสียจนผมยังแสบหูตัวเอง แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจไปมากกว่าเดิมคือประตูที่ผมล็อกไว้มันถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงคนที่คุ้นหูดี
“เกิดอะไรขึ้น!” ประตูที่ล็อกเปิดผ่างออก และในวินาทีนั้น สายตาของผมกับแม็กซ์ก็สบกัน
ผมยืนกลางห้องน้ำล่อนจ้อน ไม่มีแม้แต่เศษผ้าสักชิ้นติดตัว น้ำจากฝักบัวยังไหลอยู่ที่หลัง ผมอายมากจึงตะโกนร้องเสียงหลง
“เฮ้ย...เข้ามาได้ไง” ผมรีบหยิบผ้าเช็ดตัวที่อยู่ราวแขวนมาปิดส่วนสงวนไว้ แม็กซ์ยังเบิกตากว้างมองไม่หยุดจนผมต้องตะโกนสุดเสียงให้เขารู้สึกตัว
“ปิดประตู!”
“โว้ย! ก็ตะโกนลั่นนึกว่าลื่นหัวฟาดห้องน้ำก็ตกใจดิวะ” แม็กซ์รีบยกมือข้างหนึ่งปิดตา ส่วนอีกข้างก็จับลูกบิดไว้
“ก็ทำเสื้อผ้าที่จะใส่เปียกน้ำ เลยสะดุ้งนี่หว่า แล้วใครใช้ให้นายบุกเข้าห้องน้ำมาแบบไม่เคาะประตูกัน”
“เออ ๆ โทษที นึกว่าบาดเจ็บไง คนอุตส่าห์เป็นห่วง”
ความเงียบระอุขึ้น ตอนนี้หน้าผมเห่อร้อนมากด้วยความอาย ทว่าหน้าแม็กซ์ก็แดงเหมือนกันนะ ดูท่าน่าจะเพราะกลั้นขำมากกว่า ให้ตายเถอะน่าอายชะมัด
“มองอะไรนักหนา” ผมพึมพำขณะที่หน้าเริ่มร้อนไม่รู้เพราะไอน้ำหรือว่าอะไรอีกอย่าง
“ก็ไม่เคยเห็นนายหน้าแดงแบบนี้ แถมหุ่นยัง” แม็กซ์ตอบ พร้อมสายตาที่กลอกไปมามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มมุมปากนั้นยังติดอยู่บนใบหน้าเขาอยู่เลย
“พอเถอะ ออกไปก่อนที่ฉันจะปาขวดแชมพูใส่”
“อืม หึ หึ” แม็กซ์หัวเราะเบา ๆ เดินถอยหลังออกไปก่อนจะพูดทิ้งท้าย
“ลืมบอกไป ห้องน้ำห้องนี้ กลอนมันเสียเว้ย”
ประตูปิดลงช้า ๆ ทิ้งให้ผมยืนพิงกำแพง ใจยังเต้นโครมครามไม่หยุด
หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็ออกจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว รีบวิ่งแจ้นกลับห้องอย่างเร็วจี๋
วันนี้มีเรื่องราวมากมายถาโถมเข้ามาจนหัวใจผมแทบไม่เป็นสุข เพราะมันเอาแต่คิดถึงแม็กซ์
ความคิดสับสนวุ่นวายปั่นปวนอยู่ในหัวใจ จนผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองนั้นกำลังรู้สึกอะไรกับเขากันแน่ แค่เพื่อน หรือว่าบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
บ่อยครั้งที่เขาพูดเหมือนหยอกกัน ทำเหมือนสนใจ เหมือนผมเป็นคนสำคัญ และในบางครั้งการกระทำของเขาก็ชวนให้เผลอคิดไปว่าเขาแคร์ผมจริง ๆ
แต่มันก็แปลกดี เพราะทุกครั้งที่เขาทำแบบนั้น ผมไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง ออกจะรู้สึกชอบด้วยซ้ำ หรือว่าความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน อาจจะเป็นของผมฝ่ายเดียว
เวลาเที่ยงคืนร่างของผมนอนแผ่บนเตียงของตัวเอง พยายามข่มตานอนยังไงก็นอนไม่หลับ ราวกับร่างกายได้รับคาเฟอีนสูงเกินขนาดจนตาค้าง แต่แล้วท่ามกลางความเงียบงันก็เกิดเสียงเคาะประตูห้องเบา ๆ ‘ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก’
‘ตึก...ตัก...ตึก...ตัก’ หัวใจผมเต้นโครมครามราวกับมันรู้ว่าอีกฟากของประตูคือใคร ถ้าตอนบ้านเช่าอยู่กันห้าคน ผมคงจะรีบลุกไปเปิดประตูแล้วล่ะ แต่ตอนนี้บ้านเช่ามีอยู่กันสองคน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘แม็กซ์’
ผมหายใจลึก ๆ ก่อนจะลุกไปเปิดประตู แล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่เห็นเขายืนอยู่หน้าห้อง
“ยังไม่นอนเหรอ” เขาถามเสียงเบา
“นอนไม่หลับนิดหน่อย นายล่ะ” ผมตอบ เขายักไหล่ แล้วพูดบางอย่างจนผมไม่ทันตั้งตัว
“ขอนอนด้วยได้ปะวะ พอดีคืนนี้มันเงียบ ๆ จนหลอน นอนไม่หลับ” ผมนิ่งไปนิด ความคิดตีกันวุ่นวาย หัวใจผมก็ยังไม่สงบจากเรื่องราวทั้งวันที่เกิดขึ้น แล้วเขาจะมานอนด้วยตอนนี้เนี่ยนะ
“แม็กซ์มันไม่ค่อยเหมาะมั้ง” ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุด แต่แม็กซ์ดันหัวเราะออกมา
“นอนเฉย ๆ แค่คืนนี้เอง เพื่อนกันปะวะ ไม่ทำอะไรหรอก”
ผมเงียบ จริงสิเพื่อนกัน แค่เพื่อนแต่ทำไมเสียงหัวใจของผมมันดังเหมือนคนตรงหน้าก็คงได้ยิน
“เฮ้อ...ก็ได้ตามใจแล้วกัน” ผมตอบออกไปในที่สุด ทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจนักว่าใจอ่อนหรืออยากให้เขาอยู่ด้วยกันแน่
แม็กซ์ยิ้มกว้าง ผมหลีกทางให้เขาก่อนเขาจะเดินกอดหมอนของตัวเองเข้ามาในห้องผม มันรู้สึกได้นะถึงความอบอุ่นที่แผ่มากับตัวเขา
“ขอบใจ” แม็กซ์พูดสั้น ๆ แล้วทิ้งตัวลงบนฟูกข้าง ๆ ทันที ผมนอนลงบ้าง แต่หันหลังให้เขา หัวใจยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ แล้วคืนนี้ผมจะหลับลงได้ยังไงกัน
(เช้าวันรุ่งขึ้น)
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างมาในห้อง กลิ่นอบอวลของใครบางคนข้างกายทำให้ผมค่อย ๆ ลืมตาตื่นช้า ๆ พลางยกมือข้างหนึ่งมาขยี้ตาเบา ๆ แต่แล้วก็เหมือนจะมีบางสิ่งทำให้ผมลืมหายใจไปชั่วขณะ
‘แม็กซ์นอนกอดผมอยู่’
แขนของเขาพาดอยู่รอบเอวของผม หน้าของเขาก็ซบตรงช่วงบ่า ความอุ่นจากร่างกายของเขาทำให้รู้สึกอบอุ่นจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
ผมกะพริบตาถี่ ๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง เขินจนแทบบ้าจะขยับก็ไม่กล้าเพราะกลัวแม็กซ์ตื่น
ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากนอนนิ่ง ๆ ปล่อยให้เสียงหัวใจตัวเองดังก้องอยู่ในอกแบบนั้น
‘ตึก...ตึก’
ผ่านไปสักพัก ผมรู้สึกได้ถึงแรงขยับเบา ๆ แม็กซ์ขยับตัวอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวจะปลุกผมตื่น เขาค่อย ๆ ผละออก ความเงียบทำให้ผมได้ยินแม้แต่เสียงถอนหายใจเบา ๆ ของเขา
“โทษทีนะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ที่เขาคงไม่คิดว่าผมจะได้ยินมัน เขาห่มผ้าให้ผมมืออุ่น ๆ จัดชายผ้าให้คลุมบ่าผมอย่างทะนุถนอม แล้วจู่ ๆ
ริมฝีปากของเขาก็แตะลงที่หน้าผากของผม หัวใจผมแทบหยุดเต้นแต่ผมก็ต้องกลั้นไว้สุดชีวิต
เสียงประตูปิดลงเบา ๆ เหมือนทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมลืมตาตื่นขึ้นมาทันที นอนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจเต้นรัวโครมครามเหมือนจะทะลุออกจากอก ยกมือแตะหน้าผากตัวเอง ริมฝีปากสั่นนิด ๆ สติแทบลอยล่องหายไปกับสัมผัสเมื่อครู่
‘ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เขาจุ๊บหน้าผากผมจริง ๆ’
หรือว่าความรู้สึกของแม็กซ์ อาจจะไม่ได้มีแค่คำว่า ‘เพื่อน’ แล้วเหมือนกัน?