4
ชอบโคล่า
(ณ ห้องประชุมคณะ)
ภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยนักศึกษาจากหลากหลายสาขาในคณะ หากแต่นักศึกษาเหล่านี้ล้วนต่างต้องเข้าร่วมการบรรยาย เพราะมีผลต่อคะแนนทำให้ยากต่อการโดดเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
ผมออกจากคอนโดล่วงหน้าก่อนสองชั่วโมง กว่าจะมาถึงห้องประชุมก็อิดโรยเต็มที เพราะต้องเดินทางรถหลายต่อจนไม่มีกะจิตกะใจที่จะฟังการบรรยายใด ๆ เลยเลือกนั่งหลบด้านหลังคนเดียว
“เหนื่อยชะมัด สงสัยคงต้องคิดหนักเรื่องที่พักใหม่อย่างจริงจังแล้วว่ะ” ผมก้มหน้านอนฟุบโต๊ะเรียน
“หืม” ผมที่นอนฟุบโต๊ะอยู่ จู่ ๆ แม็กซ์ก็เดินมานั่งฟุบโต๊ะหันหน้ามาทางผม เล่นเอาผมตกใจจนต้องยืดตัวนั่งหลังตรงอีกครั้ง
“ฮ่า” เขาหัวเราะดังลั่นก่อนจะยืดตัวนั่งหลังตรงตาม จากนั้นจึงเท้าคางมองผม
“ทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียว ไม่ไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่น ๆ ล่ะ”
“ไม่เป็นไร สะดวกนั่งตรงนี้” ผมตอบส่ง ๆ ไปงั้น
“ทำไม หรือว่ายังไม่สนิทกับคนอื่น ๆ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ คุณก็ไปนั่งตรงโน้นเองดิ มานั่งตรงนี้ทำไม” ผมพูดพลางเบือนหน้าไปอีกทาง
“สงสารว่ะ งั้นนั่งเป็นเพื่อนให้ก็ได้”
“ไม่จำเป็น นั่งคนเดียวสบายใจกว่า” ผมเริ่มจะหงุดหงิดแม็กซ์ขึ้นมาหน่อย ๆ
“โธ่ ไม่รับน้ำใจกันหน่อยเหรอ” ใบหน้าเขาที่มองมายังคงยกยิ้มมุมปาก ทำไมเขาทำเหมือนแกล้งผมแล้วสนุกแบบนั้น
“ยุ่งอะไรด้วยล่ะ สนิทกันรึไง”
“ก็อยากสนิทด้วยไง” น้ำเสียงเขาแกมหยอก ผมหันหน้าขวับไปมองเขา
“ไม่จำเป็น!”
“เจอกันหนึ่งครั้งก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันได้แล้ว หัดเป็นมิตรกับคนอื่นบ้างดิ”
“...” จู่ ๆ เขาก็พรวดคำพูดซะแทงใจจนผมพูดไม่ออก
“ในเมื่อตกลงเป็นเพื่อนกันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องคุยกันแบบสุภาพแล้วล่ะ”
“...” เขาพูดเองเออเอง โดยไม่ถามความสนิทใจจากผมสักคำ
“สรุปกูนั่งตรงนี้ได้ปะวะ ถามอีกที”
“อย่ามาพูด ‘กู’ ใส่ ไม่ชอบเว้ย” ผมหันไปจ้องเขม็งบอกเขา ด้วยความไม่พอใจ เอาจริงผมไม่ชอบให้ใครเรียกกู มึง กับผมครับ ผมไม่ได้ดัดจริตนะ ผมแค่ไม่ชอบจริง ๆ
“โอเค ๆ ไม่ขึ้นกูก็ได้ครับ แล้วสรุปนั่งตรงนี้ได้ปะ”
“จะนั่งก็นั่งเถอะ ยังไงฉันก็ไม่ใช่เจ้าของที่ซะหน่อย”
“ก็แค่นี้ เหอะ” เขาหันไปหยิบสมุด ปากกาเพื่อพร้อมกับการบรรยาย ตอนแรกผมคิดว่าเขาคงจะเงียบไม่สนใจผม แต่ผมคิดผิด เพราะพอเขาวางสมุดและปากกาตรงหน้าเสร็จก็หันมาชวนผมคุยต่อ
“แล้วเอาไง คิดได้ยัง”
“เรื่อง?” จู่ ๆ ก็ถามอะไรที่ผมไม่เข้าใจ
“ก็บ้านเช่าไง สนใจไหม หาไม่ได้แล้วนะเว้ย ใกล้มหาลัย ร้านอาหารเพียบ แถมค่าเช่าก็ถูกกว่าคอนโดนายตั้งห้าเท่า ไม่สนใจเหรอ”
“ยังไม่รู้ คิดอยู่”
“คิดทำไมนาน” แม็กซ์ขยับหน้าเข้าใกล้ผมราวกับกำลังจะคาดคั้นให้ผมตอบตกลง
“เพิ่งมาเรียนและรู้จักนายได้สองวัน นายเชื่อใจได้ขนาดนั้นเลยรึไงกัน” ผมพูดออกไปตรง ๆ
“รู้จักกันตั้งสามวันเว้ย ลองนับดี ๆ ไม่ใช่สองวัน” ผมแค่นับผิดทำไมเขาต้องซีเรียสขนาดนั้น
“สองวันกับสามวันมันก็ไม่ได้ต่างกันรึเปล่า เอาจริงนะ ทำไมต้องอยากให้ย้ายไปบ้านเช่าของพวกนายขนาดนั้น ขอแบบตรงประเด็น” ผมเป็นฝ่ายถามจริงจังบ้าง
“อยากหาคนหารค่าเช่า” แม็กซ์พูดพลางกุมขมับ
“ก็เห็นบอกอยู่กันตั้งสี่คน ยังไม่พอเหรอ”
“ก็ถ้าห้าคน มันก็จ่ายน้อยลงไง” พอเขาพูดแบบนี้ผมก็พอเข้าใจได้ แต่ที่สงสัยคือทำไมต้องเป็นผม
“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน ไม่ถามคนอื่นล่ะ”
“ถูกชะตา โหงวเฮ้งดี” เขาบอกเหตุผล แถมยังขยิบตาให้ไม่ให้ผมหน้าเหวอได้ไง
“อะไรของนายเนี่ย เชื่อเขาเลย”
“เอางี้ ถ้ายังไม่ให้คำตอบ งั้นเอาเบอร์โทรมาดิ” เขายื่นมือถือตัวเองให้ผม
“เพื่อ?”
“ยังไงก็เป็นเพื่อนร่วมสาขากันอยู่แล้ว ก็ต้องมีเบอร์ติดต่อกันไว้บ้างไม่ใช่เหรอวะ”
“คือฉันต้องให้?”
“แล้วกะจะไม่หาเพื่อนร่วมสาขาเลยรึไง อยู่ที่เมืองหลวงคนเดียวใช่ไหม เกิดอุบัติเหตุหรือหลงทางจะทำยังไง คิดดี ๆ หน่อย นี่ใจดีด้วยแล้วนะเว้ย” เขากอดอกดุผมซะงั้น ทำไมจู่ ๆ เขาก็อารมณ์รุนแรงได้เนี่ย
“เออ ๆ รู้แล้ว ให้ก็ให้ นี่เบอร์ 0XX-XXX-XXXX” ผมเมมเบอร์ตัวเองในเครื่องแม็กซ์ก่อนจะยื่นเครื่องคืนเขา จากนั้นเขาก็กดโทรออก เมื่อเห็นว่ามือถือผมดังขึ้นเขาก็กดตัดสาย
“เมมเบอร์เราโทรด้วย”
“...” ผมได้แต่เงียบและก็ทำตามที่แม็กซ์บอก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องทำตามเขาสั่งทุกที
พวกเราคงเผลอคุยกันเสียงดังจนอาจารย์ที่บรรยายได้ยิน โดนดุอีกแล้วให้ตายสิ
“ข้างหลังเสียงดังเกินไปแล้วนะ เงียบ ๆ หน่อยวิทยากรจะมาบรรยายแล้ว”
“ครับ/ค่ะ” เสียงนักศึกษาทั้งห้องประชุมรวมถึงผมกับแม็กซ์ขานรับและหันไปสนใจการบรรยายหน้าห้องของวิทยากร
สิบห้านาทีผ่านไป ขณะที่วิทยากรกำลังบรรยายอยู่นั้น
“ฝากกระเป๋าที ไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”
“อืม” ผมหันไปตอบแม็กซ์จากนั้นเขาก็ขออนุญาตอาจารย์และเดินออกจากห้องประชุมไป
แต่แล้วเพื่อนนักศึกษาที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าก็หันมาคุยกับผม
“นี่ ๆ”
“ครับ มีอะไรเหรอครับ” ผมยิ้มตอบเขา
“นายสนิทกับแม็กซ์ด้วยเหรอ”
“เปล่าครับ ไม่ได้สนิทขนาดนั้น” ผมตอบไปตามความจริง รู้จักกันสามวันจะอ้างว่าสนิทได้ยังไงกัน
“ทำไมนายดูคุยกับแม็กซ์สนิทสนมจังอะ ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย”
“ก็ไม่ได้คุยสนิทอะไรกันนะครับ ปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้เหรอครับ” ผมเริ่มสงสัยที่เขามองว่าการคุยแบบนี้เรียกว่าสนิทสนม
“ไม่เลย ไม่เลยสักนิด” เพื่อนนักศึกษาส่ายหน้าเบา ๆ ทำเอาผมเริ่มสงสัยว่าปกติแล้วแม็กซ์ในสายตาคนอื่นเป็นยังไงบ้าง
“ปกติเขาเป็นคนแบบไหนเหรอครับ พอดีผมพึ่งมาเรียนได้ไม่นาน”
“เขาเป็นคนที่เท่ เรียนเก่ง หล่อ รูปร่างดี เงียบขรึม ไม่ค่อยคุยกับใครในสาขาเลยนะ”
“เงียบขรึม? ไม่ใช่หรอกมั้งครับ ฮ่า...เท่าที่ผมเห็น เขาก็ออกจะพูดมาก” ผมถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อเพื่อนนักศึกษาบอกว่าแม็กซ์เป็นคนเงียบขรึม
แต่วินาทีที่ผมพูดจบก็มีมือหนามือหนึ่งวางไว้บนบ่าผม จากนั้นนักศึกษาโต๊ะด้านหน้าก็ทำหน้าเจื่อน รีบหันกลับไปมองทางอื่นราวกับเจอเรื่องขนลุก ผมค่อย ๆ เงยหน้ามองคนที่แตะบ่าข้าง ๆ
“อะไรนะ! นายบอกว่าใครพูดมาก อธิบายมา” ใบหน้าเขาเข้ม เลิกคิ้วจ้องมองอย่างชัดเจน
“ฮ่ะ ฮ่ะ ก็แค่เปรียบเปรยน่ะ เปรียบเปรย แล้วถุงเบ้อเร่อนั่นทำไมมีแต่โคล่า นายซื้อทำไมเยอะแยะ” ผมหันไปถามเขา เพราะถุงพลาสติกถุงใหญ่ที่เขาแอบเอาเข้ามาดันมีแต่กระป๋องโคล่าเต็มไปหมด
“ก็แค่ชอบกิน ยิ่งถ้าเครียด ๆ กินอะไรหวาน ๆ ซ่า ๆ นะ แม่งรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” เขายักคิ้วพลางยกยิ้มมุมปาก
“เชื่อแล้ว ซื้อทีสิบกระป๋อง ดูท่านายจะชอบมากจริง”
“อะ..ฉันให้หนึ่งกระป๋อง” แม็กซ์ยื่นกระป๋องโคล่าให้ผมหนึ่งกระป๋อง แต่ผมก็ตอบปฏิเสธไป
“ไม่เอา ขอบใจละกัน”
“เอาไปเถอะ คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจให้ ถ้าฉันต้องการให้นาย นายก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนะ”
“ทำไมรู้สึกเหมือนโดนมัดมือชกชอบกล” ผมเอียงหน้ามองเขา
“ล้อเล่นน่า..เอางี้ดีกว่า ไว้จะโทรหานัดไปดูบ้านเช่าของพวกเรา เผื่อนายจะได้ตัดสินใจ”
“...” จู่ ๆ เขาก็วกเข้าเรื่องบ้านเช่าแต่ผมยังไม่ทันตอบ เขาก็...
“โอเคตามนี้” ถามเองตอบเองอีกละ
“เฮ้อ...เอาที่นายสบายใจแล้วกันแม็กซ์” ผมตอบไปแบบนั้น ก่อนจะหันไปสนใจวิทยากรหน้าห้องประชุมและดูเหมือนจะบรรยายใกล้จบแล้ว
หลังจากการบรรยายจบ นักศึกษาในห้องก็ทยอยออกจากห้องประชุม รวมทั้งผมที่กำลังเก็บปากกา สมุดเข้ากระเป๋าตัวเอง
แต่แล้วจู่ ๆ คนข้าง ๆ ก็เปิดกระป๋องโคล่าที่เขาเอาให้ผมซึ่งผมเอาวางไว้บนโต๊ะ แล้วยื่นให้
“หืม นายเปิดให้ทำไม”
“อยากให้นายดื่มเลย”
“แต่ตอนนี้ ฉันไม่อยากดื่ม” ผมมองแม็กซ์เพราะไม่เข้าใจ แต่เขาก็จับมือผมให้รับมันไปอยู่ดี
“จะดื่มหรือไม่ นายก็ตัดสินใจเอง ฉันแค่อยากเปิดให้นายดื่มแค่นั้น ไปล่ะ” แล้วเขาก็เดินสะพายกระเป๋าพร้อมกับถุงหิ้วที่เต็มไปด้วยกระป๋องโคล่าออกจากห้องประชุมไปเฉยเลย ปล่อยให้ผมยืนงงถือกระป๋องโคล่า
“เอาวะ ไม่อยากดื่มก็ต้องดื่ม ก็เปิดไปแล้วนี่ ‘อึก...อึก…อ่าห์’ ซ่าดีจังแฮะ นี่สินะที่บอกว่าถ้ารู้สึกแย่ ก็แค่ทานโคล่าหวาน ๆ ซ่า ๆ แล้วจะดีขึ้นเองคงจริงแฮะ” ผมก็ไม่รู้ทำไมตัวเองถึงยิ้ม แต่ก็ช่างเถอะกลับกันดีกว่า