ตอนที่ 6 นี่ไงบ้านเช่า

1401 Words
6 นี่ไงบ้านเช่า --- (ณ บ้านเช่า) บ้านเช่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ในซอยแคบ ๆ ที่เงียบสงบเกินกว่าที่ใจกลางเมืองจะหาได้ อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก แท้จริงแล้วเมื่อพี่ใหญ่ของบ้านเช่าประกาศตามหาผู้ร่วมอาศัยคนสุดท้าย ก็มีบรรดานักศึกษาหลายคนต่างก็สนใจที่จะอยู่บ้านหลังนี้ เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยแล้ว บริเวณรอบบ้านยังเงียบสงบ มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ราคาย่อมเยากว่าบนถนนสายหลัก และที่สำคัญที่สุด คนในบ้านเช่าทั้งสี่คนก็ ‘งานดี’ แต่เหตุที่ยังหาผู้ร่วมเช่าอีกคนไม่ได้เสียทีก็เพราะ ‘แม็กซ์’ คนเดียวนั่นแหละ “ไอ้แม็กซ์ วันนี้มึงมาช้าจังวะ” ยอร์ชนั่งโซฟากลางห้องโถงเอ่ยทักแม็กซ์ “งานพาร์ตไทม์คนไม่พอ ก็เลยต้องอยู่ทำโอทีว่ะ” แม็กซ์เดินเข้าบ้าน ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ยอร์ช ก่อนจะคว้าแก้วน้ำของเพื่อนมาดื่มทันที เหนื่อยล้าเกินกว่าจะเดินไปเปิดตู้เย็นเอง “มึงทำแค่คาเฟ่ก็พอแล้วไหมวะเพื่อน วันหนึ่งสองถึงสามที่เหนื่อยแทนว่ะ” ยอร์ชพาดแขนเกาะบ่าเพื่อน “ชีวิตไม่มีเงินน่ากลัวกว่าไม่มีงานอีก ค่าเทอมจะพอรึเปล่ายังไม่รู้ด้วยซ้ำ” แม็กซ์นั่งกุมขมับ “อย่าหาว่ากูเสือกเลยนะ กูเคยเห็นมือถือมึงแจ้งยอดเงินเข้าทีเป็นแสนนะเว้ย” “กูไม่ใช้เงินจากบ้านหลังนั้นเด็ดขาด ไม่อยากโดนทวงบุญคุณ” “คนในครอบครัวจะมาทวงบุญคุณเหรอ?” แม็กซ์เงยหน้าเขาไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร แต่เพราะยอร์ชเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานาน จึงไว้ใจมากพอจะเปิดใจเล่าให้ฟัง “กูมันแค่ ลูกบุญธรรม” สิ้นคำของแม็กซ์ ยอร์ชถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ “บอกว่ายืมเงินกูก่อน ก็ไม่เอา” “หาเงินยังไม่พอจะให้กูสร้างหนี้เพิ่มอีกเหรอวะ ไอ้ควายยอร์ช” “ไอ้สัส นี่มึงด่ากูควายได้ไง เดี๋ยวเหอะ!” “เออ ขอโทษที กูแค่เครียดว่ะ” “ถ้ามึงยอมให้ใครมาอยู่ด้วยอีกสักคน ก็น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยนะ” ยอร์ชตบบ่าเพื่อนอีกครั้ง “เออจริงสิ กูกะว่าจะเรียกพี่ ๆ กับมึงมาคุยอยู่พอดี คนที่กูอยากให้มาร่วมบ้านเช่าด้วยเขาตอบตกลงแล้วว่ะ” “ฮะ! ไหนมึงว่าเขาเหมือนไม่สนใจจะมาไง” “กูก็งงเหมือนกัน แต่เขาก็ตอบตกลงมา” “แล้วเขาจะย้ายมาเมื่อไหร่” “ยังไม่ได้คุยรายละเอียด แล้วกูก็ยังไม่ได้บอกพี่ซากับพี่เจมส์เลยเว้ย พวกพี่เขากลับมาบ้านรึยังวะ” “มาแล้ว พี่ซาน่าจะอยู่ดูบอลในห้อง ส่วนพี่เจมส์ตอนกลับมาเห็นหน้าตึงถือนมเปรี้ยวเข้าห้องไปแล้ว คงเครียดเรื่องโปรเจค” “ถ้ากูเข้าไปตอนนี้ พี่เจมส์จะปาของใส่กูไหมวะ” “พี่ซาน่าจะโอเค แต่พี่เจมส์ กูว่าไว้วันหลังเถอะ” “อืม” จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกลับเข้าห้องส่วนตัว แม็กซ์เอากระเป๋าไปเก็บแล้วเดินออกมาจากห้อง เพื่อไปห้องของซา ‘ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก’ แม็กซ์ยืนเคาะประตู “เข้ามา” เสียงซาตอบกลับ ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้าไปในห้องซา เสียงการแข่งขันฟุตบอลบนจอทีวีดังไปทั่วห้อง “พี่” แม็กซ์เดินไปนั่งลงบนพื้นข้าง ๆ ซา “ว่าไงน้องพี่ เลิกงานแล้วสินะ” : “ครับ เลิกงานก็ดิ่งกลับเลย เหนื่อยโคตร” พูดจบแม็กซ์ก็นอนเหยียดแผ่ร่างไปกับพื้นกระเบื้องเย็น ๆ “ถ้าเหนื่อย ก็พักบ้างนะ มีเพื่อนมีพี่อยู่ ไม่รู้ว่าจะทรมานตัวเองไปทำไม แล้วกินอะไรมารึยัง ให้เจมส์ทำให้ไหม” “ไม่ล่ะพี่ ผมกินข้าวข้างนอกมาแล้ว แล้วผมเข้ามานี่รบกวนพี่ดูบอลรึเปล่า” “ไม่เลย หมดครึ่งแรกพอดี ว่าแต่มีอะไรจะคุยด้วยใช่ไหม” ซาหันมามองแม็กซ์ “ครับ ผมมีคนอยากให้มาอยู่บ้านเช่ากับเราครับ” “นึกว่าอะไร ฮะ! เดี๋ยวนะ เรื่องจริงเหรอ” “ครับ” “เอาจริงดิ!” “จริงครับ เขาตกลงจะเช่าแล้วครับ” แม็กซ์ย้ำ “พี่หมายถึงแกนั่นแหละที่ยอมให้คนอื่นมาเช่าด้วย” “ครับพี่” แม็กซ์พยักหน้ารับ “นึกยังไง อยากให้คนมาเช่าเพิ่ม ปกติต่อต้านสุด ๆ แน่ใจนะว่าแกโอเค?” ซาถามย้ำแม็กซ์อีกครั้ง “ผมตัดสินใจดีแล้วพี่ เพิ่มอีกคนในบ้านมันก็ไม่เสียหาย บ้านเช่าจะได้เฮฮาขึ้นไง” “พวกพี่กับยอร์ชไม่มีปัญหาหรอก ห่วงแต่แกจะไม่โอเคก็เท่านั้น” “ผมคงสร้างปัญหาให้พวกพี่มาตลอดสินะ” “อย่าคิดแบบนั้น พวกพี่เข้าใจแกดี แล้วที่ยอมให้เขามาอยู่อย่าบอกนะว่าเรื่องเงิน” “มันแค่ส่วนหนึ่งครับไม่ใช่ทั้งหมด” “นั่นสินะ ถ้าแค่เรื่องเงินแล้วแกยอมให้คนอื่นมาอยู่บ้านเช่าได้ แกคงยอมให้คนเข้ามาเช่าอยู่นานแล้ว แสดงว่ามีเหตุผลอื่น” “ก็ใช่ครับ” “ไม่ต้องตอบพี่หรอก ถ้าแกสบายใจให้เขาอยู่ คนในบ้านหลังนี้ก็ยินดีต้อนรับ” ซายิ้ม ก่อนจะตบบ่าแม็กซ์เบา ๆ “ขอบคุณครับพี่ งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ” แม็กซ์พูดจากนั้นทำท่าจะลุกขึ้น “ไม่นั่งดูบอลเป็นเพื่อนพี่หน่อยเหรอ” “วันนี้ขอบายครับ ทำงานสามที่ เหนื่อยจะตายแล้ว” แม็กซ์แสดงอาการของคนเหนื่อยล้าให้ซาได้เห็น “เออ งั้นไปพักเถอะ ถ้ารู้วันแน่ ๆ ก็บอก จะได้ช่วยกันจัดห้อง แล้วให้เจมส์เตรียมมื้อใหญ่ต้อนรับ” “ได้ครับพี่ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” แม็กซ์เดินกลับมาที่ห้องตัวเอง จากนั้นก็เดินล้มตัวนอนหงายบนเตียงมองเพดานห้อง ยกมือก่ายหน้าผาก “ชีวิตกู ทำไมมันบัดซบแบบนี้วะ” ในขณะที่ความท้อแท้เริ่มถาโถมเข้ามา จนบางครั้งก็อยากจะยอมแพ้กับเส้นทางที่แสนเหนื่อยล้า อยู่ ๆ ก็มีภาพหนึ่งแวบขึ้นมาในหัวเป็นภาพของการได้เจอใครบางคนที่ถึงแม้จะไม่รู้จักกัน แต่กลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ทว่ากลับฝังแน่นอยู่ในใจแบบไม่ทันรู้ตัว จนตอนนี้เขาเผลอยิ้มออกมา “เฮ้อ...พอคิดถึงตอนนั้นก็อยากกินมาม่าว่ะ” แม็กซ์ลุกออกจากห้องตั้งใจไปต้มมาม่ากิน ทั้งที่ตัวเองพึ่งกินข้าวจากข้างนอกมาแล้วก็ตาม ในขณะที่แม็กซ์กำลังต้มมาม่าใส่ไข่ เจมส์ที่หมกตัวอยู่แต่ในห้องก็เดินออกมาจากห้องตัวเอง เมื่อเขาเห็นแม็กซ์ยืนหน้าเตาจึงเดินเข้ามาดู “ทำอะไรอยู่น้อง” “ต้มมาม่าอยู่พี่” แม็กซ์ตอบ “ไม่ใส่พวกกุ้งผักหน่อยเหรอ พี่ซื้อไว้เต็มตู้เลยนะ” เจมส์เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบวัตถุดิบออกมาวางตรงหน้า “พี่ ผมอยากทานแค่มาม่าจริง ๆ ครับ” แม็กซ์พูด ก่อนที่จะนำของกลับไปเก็บไว้ในตู้เย็นตามเดิม จนเจมส์กอดอกมอง “ไม่ได้กินเพราะหิวใช่ไหมเนี่ย ดูมีความหมายจังเลยนะ” น้ำเสียงของเจมส์แกมหยอกเล็กน้อย “ก็คงงั้นครับ เออ จริงสิ ผมยังไม่ได้บอกพี่เลยว่า ผมจะให้คนมาพักบ้านเช่าเราครับ” “ฮะ! เดี๋ยวนะจริงเหรอ” เจมส์ตกใจจนเข้ามาคล้องคอแม็กซ์แน่น “ใช่พี่ เพื่อนสาขาเดียวกับผมเอง” “งั้นเหรอ ดี ๆ จะมาเมื่อไหร่ก็บอก พี่จะได้ช่วยเก็บห้อง แล้วก็ทำอาหารมื้อพิเศษต้อนรับให้” “ขอบคุณมากครับพี่” “เอาล่ะพี่ไม่กวนแล้ว พี่แค่ออกมาเอาน้ำเย็นเฉย ๆ ตอนนี้งานที่ต้องส่งอาจารย์ใกล้ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว อยากจะบ้า ยากชิบ” เจมส์คว้าขวดน้ำก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป ส่วนแม็กซ์ก็นั่งกินมาม่าเงียบ ๆ คนเดียวที่โต๊ะ ---
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD