9
อิ่มจังตังค์อยู่ครบ
(พักเที่ยง)
ระหว่างเดินไปตามโถงทางเดิน นักศึกษาหลายคนมองมาที่แม็กซ์ และผมก็พลอยถูกมองไปดด้วย ความรู้สึกอึดอัดเริ่มก่อตัว แม็กซ์เองก็คงไม่โอเคแน่ ๆ
“หิว หาอะไรกินกัน” แม็กซ์หันหน้าเหนื่อย ๆ เซ็ง ๆ มาทางผม
“เอาดิไปโรงอาหารในมหาลัยไหม” ผมแนะนำเพราะมันทั้งถูกและอร่อยดี
“ไม่เอาไปกินข้างนอก”
“กินในมหาลัยนี่แหละแม็กซ์ จะเสียเวลาไปข้างนอกทำไม” ผมเอียงหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“มันอึดอัดอะดิ” สีหน้าเขาดูไม่โอเคจริง ๆ
“เรื่อง?”
“คนเยอะ”
“โรงอาหาร ก็คนเยอะอยู่แล้วรึเปล่า จะไปกินหน้ามหาลัยก็คนเยอะอยู่ดี” ผมอยากไปกินอาหารที่โรงอาหารบ้างนี่นา สำหรับผมร้านอาหารบริเวณรอบ ๆ มหาวิทยาลัยคนมันก็เยอะเกือบทุกร้านจริง ๆ ไม่ต่างจากโรงอาหารเลยนี่นา
“ไม่ใช่แบบนั้นมันแบบ”
“ไม่มีอะไรหรอก รอบนี้ฉันกินด้วยไง นายกลัวอะไร” ผมดึงแขนเขาให้เขายอม ๆ ผมหน่อย และดูเหมือนมันจะได้ผลเพียงแต่...
“เออ ไม่ฟังใช่สินะ ได้เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน ว่าทำไม” แม็กซ์เสียงแข็ง เดินหน้าบึ้งเข้าไปในโรงอาหาร
“มันจะขนาดไหนกันเชียว” ผมเลิกคิ้วเดินตามคนหน้าบึ้งไปอย่างไม่เข้าใจที่เขาจะสื่อนัก
เมื่อเราเดินมาถึง โรงอาหารของมหาวิทยาลัย ผมก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความโกลาหล แม็กซ์ที่เดินนำมาก่อนทำท่าล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงบวกกับใบหน้าเข้มชนิดที่ว่าไม่รับแขกใด ๆ พานทำให้นักศึกษาคนอื่น ๆ นั้นไม่กล้าเดินเข้าใกล้เขา
ส่วนผมที่เดินตามอยู่ไม่ไกลนักก็เริ่มได้ยินคนจับกลุ่มซุบซิบกันยกใหญ่
‘เฮ้ยดูนั่น’
‘นั่นน้องแม็กซ์นี่นา’
‘ใช่ ๆ โอ้สวรรค์ วันนี้ฝนต้องตกแน่ ๆ’
‘บุญตาพวกเราแล้ว ไม่ได้มาคนเดียวด้วยนะพวกมึง’
‘รีบถ่ายรูปเร็วพวกเรา แชะ!’
และนี่คือตัวอย่างโดยรอบที่แม็กซ์ถูกกระทำอยู่ พานทำให้ผมรู้สึกผิดอย่างจัง เพราะไม่คิดว่าแม็กซ์จะถูกมองขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่รู้สึกอึดอัด แต่มันเกินไปกว่านั้นมาก ๆ
“พวกเขาเป็นอะไรกันอะ ทำไมต้องสนใจนายกันขนาดนี้ด้วย” ผมหันไปถามเขาด้วยความรู้สึกผิดในใจ
“ก็อย่างที่เห็น” แม็กซ์ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น เขาได้แต่ยักคิ้วให้ผม
“ไม่คิดว่าจะน่าอึดอัดมากขนาดนี้ งั้นไปกินข้าวข้างนอกดีกว่าปะ”
“ไหน ๆ ก็มากันล่ะ ก็กินที่นี่แหละ ขืนออกไปตอนนี้มีหวัง ถูกเข้าใจผิดว่าหยิ่งอีกว่ะ”
เราสองคนเดินไปซื้อข้าวแล้วพอดีที่ว่าทั้งผมและแม็กซ์ อยากทานกะเพราไข่ดาว ดังนั้นจึงเลือกที่จะเดินไปพร้อมกัน
“ป้าครับเอา กะเพราไข่ดาวครับ” แม็กซ์สั่งกับป้าเจ้าของร้าน
“ได้จ้า” แม่ค้าตอบรับ จากนั้นก็ตักอาหารให้แม็กซ์
“เออป้าครับ ผมเอาไข่ดาวฟองเดียวครับ” แม็กซ์พูด เพราะแม่ค้าวางไข่ดาวไว้บนจานของเขาสองฟอง
“ไม่เป็นไร ป้าแถมให้”
“คุณป้าครับ เก็บไว้ขายดีกว่าครับ”
“รับไว้เถอะ ป้าเต็มใจให้” คุณป้ายังยืนยันที่จะให้ไข่ดาวกับแม็กซ์สองฟอง
“งั้นคุณป้าเอาที่จะให้ผม ไปให้เพื่อนผมข้างหลังแทนได้ไหมครับ เขาควรจะกินข้าวเยอะ ๆ มากกว่าผมน่ะ” แม็กซ์ยิ้มให้คุณป้า และแน่นอนว่าคุณป้าก็ยิ่งยิ้มแฉ่งกว่าเดิม
“แหม นอกจากรูปหล่อแล้ว ยังจิตใจดีอีกนะเนี่ย ได้ ๆ เดี๋ยวป้าจะเอาให้คนข้างหลังนะ”
“ขอบคุณครับ” แม็กซ์รับจานข้าวมา ก่อนจะหันมายกยิ้มให้ผม จนผมต้องยิ้มตอบไป
“เสน่ห์แรงจริง ๆ เลยนะแม้แต่รุ่นป้า” ผมยิ้มและแซวเล่นเขาไป
“เงียบไปเลย รีบ ๆ เอาข้าวเถอะ คุณป้าเขารออยู่เดี๋ยวจ่ายเงินให้”
“เลี้ยงเหรอ เอาจริงดิ” ผมที่กำลังสับสนว่าแม็กซ์จะมาเลี้ยงข้าวผมทำไม
“เออ เลี้ยงครั้งแรก อยากมากินโรงอาหารนักไม่ใช่เหรอ คราวหน้าอยากจะมาอีกไหมล่ะ” แม็กซ์ทำหน้ากวนใส่ผมอีกแล้ว ผมรู้ว่าครั้งนี้ผมดื้อดึงที่จะมาทานที่โรงอาหารแห่งนี้
“แน่นอนว่าคราวหน้าฉันยังอยากจะมา แต่จะมากินคนเดียว” ผมรับจานข้าวจากป้าแล้วพูดไปแบบนั้น ก่อนจะเดินนำไปที่โต๊ะ
“แย่ว่ะ งั้นวันนี้ก็กลับคนเดียวไปเลย” แม็กซ์ตอบโต้ผม ทำเอาผมต้องเดินช้า ๆ ไปง้อ
“ล้อเล่น ๆ กลับด้วย ๆ ” ซึ่งเจ้าตัวทำหน้าบึ้งอยู่สักพักเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็คลายยิ้มมาให้ผม และนั่นก็ทำให้ผมยิ้มตาม
(วันรุ่งขึ้น)
ภายในบ้านเช่าที่แสนสงบสุขเงียบเฉียบ เพราะวันนี้เป็นวันหยุด หลังจากที่ผมโทรคุยกับที่บ้านเสร็จ ผมก็มานั่งเล่นเกมกับยอร์ช ผมไม่ได้อยู่ห้องกับยอร์ชแล้วเล่นด้วยกันนะ แต่ต่างคนต่างอยู่ในห้องของตน แล้วมาปาร์ตี้เล่นเกมด้วยกันเท่านั้นแหละ
แต่ในขณะที่เรากำลังเล่นอย่างเมามัน ผมได้ยินเสียงพี่ซาจากด้านนอกกำลังเรียกยอร์ช ซึ่งนั่นก็ทำให้เกมที่พวกเราเล่นอยู่นั้นต้องหยุดไว้ก่อน
“ยอร์ช ไปรับแม็กซ์ให้พี่หน่อย” พี่ซาเหมือนจะตะโกนคุยกับยอร์ชอยู่
“ผมไม่ว่างพี่ เล่นเกมตานี้เสร็จผมต้องไปเล่นบาสกับพี่สาขาแล้วครับ” ยอร์ชตะโกนตอบกลับ
“แล้วตอนนี้ใครว่างบ้างเนี่ย เจมส์มันก็ยังไม่กลับ พี่เองก็ดันยืนมอเตอร์ไซค์ของแม็กซ์มา ตอนแรกกะว่าจะไปรับมัน แต่ตอนนี้พี่ต้องไปหาอาจารย์แก้งานนะดิ” เสียงพี่ซาดูเคร่งเครียด
“โน่นเลยพี่ นั่งเล่นเกมอยู่ที่ห้องกับผม” ยอร์ชเหมือนจะโยนมาให้ผมแฮะ
“เออ จริงด้วย” หลังจบการสนทนาพวกเขาสองคน ผมก็คงต้องเตรียมตัวสินะ ไม่เชื่อผมจะนับถอยหลังให้ดู สาม...สอง...หนึ่ง...
‘ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก’ เสียงเคาะประตูห้องผมดังลั่น เห็นไหมครับว่าผมเดาผิดซะที่ไหน
ผมเดินไปเปิดประตูห้องและคนเคาะก็คือพี่ซานั่นเองแหละ
“ปอนด์ พี่มีเรื่องคุยหน่อย” พี่ซากอดอกพิงลำตัวเข้ากับขอบประตูห้องของผม
“ครับพี่ มีอะไรครับ” ผมตอบไป
“ว่างไปรับแม็กซ์ที่ค่าเฟ่แทนพี่ได้ไหม พอดีพี่ติดธุระกับทางมหาลัยน่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปรับแม็กซ์ให้”
“ขอบใจมาก กุญแจมอเตอร์ไซค์พี่แขวนไว้ตรงจุดแขวนกุญแจนะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเอารถยนต์ไปรับดีกว่า ไม่ได้ขับมันนานกลัวพังพอดีครับ”
“งั้นฝากด้วยนะ พี่ไปล่ะ”
“ครับพี่” พี่ซายิ้มให้ผม ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปในห้องของตัวเอง
ผมที่ตอนนี้ ได้รับหน้าที่ให้ไปรับแม็กซ์ที่คาเฟ่อย่างช่วยไม่ได้ ก็ต้องจัดการสภาพตัวเอง ออกไปสภาพนี้ก็คงดูไม่ดีนัก ดังนั้นผมจึงปลีกตัวไปอาบน้ำให้รู้สึกสบายและสดชื่นมากขึ้น
ในขณะเดียวผมก็พยายามหาชุดที่ดูเหมาะกับคาเฟ่สักหน่อย ผมเลือกเสื้อยืดสีขาวเรียบ ๆ มาสวมใส่ จากนั้นมือของผมเปิดลิ้นชักอย่างไม่รีบร้อนนัก ก่อนจะหยิบเอากางเกงยีนส์สีดำมาสวมให้แมทช์กับเสื้อตัวโปรด(ในความคิดผมนะ)
ผมมองตัวเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่ง จัดทรงผมสักหน่อย เพื่อดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เพราะเดี๋ยวอาจจะมีคนรู้จักของแม็กซ์ มองว่าคนอย่างผมไม่เหมาะสมจะเป็นเพื่อนกับคนหน้าตาดีอย่างเขาได้ ช่วงนี้โดนถ่ายรูปไปเยอะมาก ๆ ผมคงต้องเซฟตัวเองหน่อย
หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ผมใช้เวลาไม่นานนักก็ขับรถมาถึงคาเฟ่ของแม็กซ์
(ณ คาเฟ่)
‘กรุ๊งกริ๊ง’ พอเปิดประตูร้านเข้าไปเสียงกระดิ่งก็ดังต้อนรับ ตามมาด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟคั่วใหม่ลอยแตะจมูก
คาเฟ่วันนี้ดูคึกคักกว่าปกติ คงเพราะเป็นวันหยุด นักศึกษาหลายคนพากันมานั่งพักผ่อน บางคนมากับเพื่อน บางคนมาพร้อมโน้ตบุ๊กพร้อมกาแฟหนึ่งแก้ว
ผมเดินเข้าไปในร้าน ได้พบกับพี่สาวพนักงานคนเดิมที่เคยทักทายกัน
“สวัสดีค่ะ อ้าวเพื่อนน้องแม็กซ์นี่นา วันนี้มาหาแม็กซ์เหรอจ๊ะ” เสียงพี่สาวพนักงานเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ครับพี่ พอดีผมมารับเขาแทนพี่ซาครับ” ผมยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร
“สั่งอะไรรอก่อนไหม? พอดีตอนนี้แม็กซ์อยู่ด้านหลังร้านกำลังช่วยเจ้าของร้านคิดสูตรเครื่องดื่มใหม่กันอยู่เลย”
“งั้นผมขอลาเต้เย็นหวานน้อยเหมือนเดิมครับพี่”
“ได้เลยจ้ะ แก้วนี้พี่เลี้ยงเอง” จู่ ๆ พี่สาวพนักงานก็จะเลี้ยงกาแฟผมจนผมรู้สึกเกรงใจ
“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมเกรงใจ”
“รับไว้เถอะ พี่ดีใจจริง ๆ ที่ได้เห็นแม็กซ์มีเพื่อนมาหาแบบนี้ แม็กซ์ดูอมทุกข์มานานมาก แต่ช่วงนี้เขาดูอารมณ์ดีขึ้นและยิ้มบ่อยขึ้น พี่คิดว่าเป็นเพราะน้องปอนด์นั่นแหละที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปแบบนี้ อะจริงสิ พี่ชื่อมิ้นนะ” ผมอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มตอบพี่มิ้น
“ผมปอนด์ครับ งั้นก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจครับพี่มิ้น” ผมยกแก้วกาแฟแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะมุมเดิม กลิ่นลาเต้หอมละมุน กับบรรยากาศในร้านน่านั่งจนผมเผลอเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ
ในระหว่างนั้นเองผมก็เผลอคิดถึงคำพูดของพี่มิ้น ที่บอกว่าแม็กซ์ดูเปลี่ยนไปเพราะผม ถ้าจริงผมควรจะดีใจไหมนะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตอนเห็นเขายิ้ม ผมก็รู้สึกอุ่นใจเหมือนกัน
(ยี่สิบนาที ผ่านไป)
--- ฝั่งหลังร้าน
มิ้นยืนรับออเดอร์อยู่หน้าเคาน์เตอร์มองเห็นเจ้าของร้าน เดินออกมาจากหลังร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี เธอคาดการณ์ไว้ว่าผลงานที่เจ้านายของเธอกำลังรังสรรค์คงออกมาดี
“พี่โย สูตรใหม่ที่คิดเป็นไงมั้งคะ” มิ้นหันไปถามโยเจ้าของร้าน
“ทำออกมาได้ดีเลย สีสันน่าดื่ม รสชาติน่าจะดีมาก แม็กซ์ดูตั้งใจคิดสูตรนี้สุด ๆ” โยทำหน้าตาครุ่นคิด
“อ้าว พี่ยังไม่ได้ชิมเหรอ” มิ้นสงสัย
“ยังเลย แม็กซ์ไม่ยอมให้ชิม บอกว่ายังไม่เสร็จดี”
“เอ๊ะ! แบบนั้นแปลว่าแม็กซ์ต้องมั่นใจมาก ๆ ว่ามันจะอร่อย ๆ แน่ ๆ สินะคะ ถึงไม่ให้พี่โยชิม”
“ฮ่า พี่ว่าเขาดูมีแรงบันดาลใจดีนะ” โยหัวเราะเบา ๆ”
“งั้นตอนนี้มิ้นเข้าไปหาน้องแม็กซ์ได้รึยังคะ พอดีเพื่อนน้องเขามารอแล้วค่ะ” มิ้นชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่ปอนด์นั่งอยู่
“เพื่อนแม็กซ์เหรอ?” แม็กซ์มองไปตามที่มิ้นชี้ แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ “แบบนี้เอง ถึงคิดสูตรอย่างมีความสุขขนาดนั้น
“พี่โยพูดอะไรนะคะ?” มิ้นเอ่ยถามเพราะได้ยินเสียงพึมพำของโย
“เปล่า ไม่มีอะไร พี่ต้องไปทำธุระข้างนอกแล้ว ฝากบอกแม็กซ์ ให้เขาพักได้เลย ลูกค้าเริ่มบางตาละ”
“รับทราบค่ะพี่โย” โยมองไปที่โต๊ะของปอนด์อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากร้านไป
หลังจากนั้น มิ้นก็เดินไปที่หลังร้าน เธอเห็นแม็กซ์กำลังจดอะไรบางอย่างลงสมุด ข้าง ๆ ก็มีแก้วเครื่องดื่มสูตรใหม่สีสันชวนดื่มอย่างเคย แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิมในความคิดมิ้นคือ แม็กซ์ ผู้ชายที่เงียบขรึม หน้านิ่ง ๆ ที่เธอรู้จัก ตอนนี้เขากำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำตรงหน้า
‘นึกว่าทั้งชีวิตของน้องเขาจะมีแต่หน้าตึงซะแล้ว ยิ้มก็เป็นนี่นา’
“แม็กซ์พักก่อนไหม เพื่อนมารอรับแล้ว”
“ครับพี่ เดี๋ยวผมออกไป” แม็กซ์เงยหน้าพยักหน้าตอบนัยน์ตายังคงฉายแววสนุกกับสิ่งที่ทำ ก่อนจะเดินออกไป เขายังหันกลับไปมองสูตรที่เพิ่งจดลง แล้วพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
‘สูตรนี้น่าจะบอกความเป็นตัวเขาได้นะ’
แม็กซ์เดินออกมาจากหลังร้านในความคิดเขายังคงคิดว่าพี่ซามารับตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นปอนด์เขาก็แปลกใจเล็กน้อย ---