5
-วันหยุดและเรื่องบังเอิญ–
วันนี้เป็นวันหยุด ผมเลยหาโอกาสขับรถยนต์ที่พ่อซื้อให้ออกมาเที่ยวเล่นสักหน่อย ถ้าปล่อยให้รถจอดไว้นาน ๆ มีหวังคงได้พังกันพอดี
ผมขับรถไม่เร็วเท่าไหร่นักเพราะยังไม่คุ้นชินเส้นทาง แต่แพลนการเดินทางวันนี้คือขับไปเรื่อย ๆ เจอร้านไหนสวย ๆ ก็จะหยุดแวะเลยครับ
แล้วเมื่อขับตรงมาทางมหาวิทยาลัย นัยน์ตาผมก็สะดุดเข้ากับร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ร้านหนึ่ง เพียงแค่เห็นภายนอกของร้านก็รู้สึกว่าน่านั่งสุด ๆ ไปครับ
“มีคาเฟ่สวย ๆ อยู่แถวมหาลัยด้วยเหรอเนี่ย แวะสักหน่อยดีกว่า หิวกาแฟมาก” ผมพึมพำออกมาและตัดสินใจขับรถเข้าไปจอดในร้านทันที
หลังจากจอดรถเสร็จ ผมเดินเข้าร้านผ่านประตูไม้บานสีขาวที่เมื่อเปิดออกจะมีเสียงกระดิ่งดังขึ้น ‘กรุ๊งกริ๊ง’ น่ารักมาก ๆ ฟังแล้วได้ฟีลที่รู้สึกสบายใจ สมเป็นคาเฟ่ที่เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนจริง ๆ
ภายในร้านเองก็ตกแต่งได้สวยงามมาก ๆ เน้นใช้โทนสีน้ำตาล - ขาว บางมุมก็ให้ฟีลสวยแบบญี่ปุ่นนิด ๆ ร้านดูโปร่งสบาย มีมุมให้เลือกนั่งหลายโซนด้วยกัน ฟู่ว...แค่เห็นผมก็รู้สึกเหมือนได้สลัดความคิดหนัก ๆ ออกจากหัวแล้วครับ
ผมเดินไปยังเคาน์เตอร์ มีพนักงานหญิงคนหนึ่งต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ”
“ผมเอาลาเต้เย็นหวานน้อยหนึ่งแก้วครับ”
“รับเบเกอรี่หรือเค้กเพิ่มเติมไหมคะ” ผมหันไปมองขนมในตู้แช่ มีเค้กนมสดชิ้นเล็ก หน้าตาน่ากินวางอยู่
“เอาเป็นเค้กนมสดก้อนนี้เพิ่มก็ได้ครับ”
“ขออนุญาตทวนรายการนะคะ ของคุณลูกค้ามีสองรายการ มีลาเต้นเย็นหวานน้อยและเค้กนมสดนะคะ”
“ครับผม”
“ทั้งหมด หนึ่งร้อยบาทค่ะ”
“สแกนจ่ายครับ”
“เรียบร้อยค่ะ คุณลูกค้านั่งรอสักครู่นะคะ หากเมนูเสร็จสิ้นจะเรียกคิวค่ะ”
“ครับผม” หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ผมเลือกที่จะนั่งริมหน้าต่าง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาไถ่เล่นเรื่อยเปื่อย ไม่นานนัก เสียงเปิดประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระดิ่ง
‘กรุ๊งกริ๊ง’
พนักงานหญิงเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา ก็กล่าวทักทายทันที
“วันนี้มาช้าจังนะ น้องแม็กซ์”
“ขอโทษทีพี่ ผมติดสอนพิเศษ แม่น้องเขาออกไปข้างนอกผมต้องอยู่เป็นเพื่อนน้องครับ” แม็กซ์ตอบ
“รีบไปเก็บของ แต่งตัวให้เรียบร้อยเถอะ”
“ครับ” ผมที่ได้ยินการสนทนา หันไปมองสายตาก็สบเข้ากับใครบางคนที่พึ่งจะเข้ามาในร้าน
“อ้าว แม็กซ์” ผมอุทานเรียกชื่อเขาขึ้นมา ซึ่งเขาหันมามองผมเช่นกัน
“ไหงนายมาอยู่นี่ได้ไงวะ” เขาดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นผม
“นายทำงานที่นี่?”
“อืมใช่ ขอตัวก่อนนะ” เขารีบเข้าไปในร้านซึ่งผมยังไม่ทันได้คุยอะไรเลยด้วยซ้ำ
“คุณลูกค้าคิวที่สิบสอง กาแฟกับเค้กได้แล้วนะคะ รับได้ที่เคาน์เตอร์เลยค่ะ” ผมเดินไปที่เคาน์เตอร์ตามเสียงเรียกเพื่อหยิบกาแฟกับเค้กที่สั่งไว้ แต่ก่อนที่จะกลับมานั่งโต๊ะ ผมได้เอ่ยถามกับพนักงานหญิงตรงเคาน์เตอร์เรื่องของแม็กซ์
“เอ่อ คือว่า ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”
“ค่ะ? สอบถามเรื่องไหนคะ” พนักงานหญิงมีท่าทียิ้มแย้ม
“คือแม็กซ์ เขาทำงานพาร์ตไทม์ที่นี่เหรอครับ”
“คุณคือ?”
“เออ ผมเป็นเพื่อนร่วมสาขาของเขาครับ” ผมตอบไปตรง ๆ
“อ๋อ ใช่ค่ะเขาไม่เคยบอกคุณเหรอคะ ว่าทำงานพาร์ตไทม์ที่นี่”
“พอดีผมพึ่งย้ายมาเรียนที่มหาลัยนี้ได้ไม่นานน่ะครับ” ผมยิ้มเจื่อน ๆ พลางคิดว่าสิ่งที่ทำมันจะดูจุ้นจ้านไปรึเปล่านะ
“แต่หายากนะคะเนี่ย ที่มีคนบอกว่าเป็นเพื่อนน้องแม็กซ์” ใบหน้าของพนักงานหญิงเริ่มฉีกยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม ผมทำเรื่องตลกต่อหน้าเธอไปรึเปล่านะ
“เหรอครับ คนไม่ค่อยคบเขาเหรอครับ”
“ฮ่า ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือน้องแม็กซ์ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเลยตกใจนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนคลับน้องเขามากกว่าค่ะ”
“อ๋อครับ” ผมตอบรับไปแต่จู่ ๆ พนักงานหญิงก็โน้มมากระซิบเบา ๆ กับผม
“ถ้าน้องบอกว่าเป็นเพื่อนน้องแม็กซ์ งั้นพี่ขอฝากดูแลเขาหน่อยนะคะ น้องแม็กซ์เขาทำงานพาร์ตไทม์หลายที่มาก ๆ เหมือนน้องเขาต้องการใช้เงินเยอะเลยค่ะ บางทีป่วยก็ยังมาทำงาน จนเจ้าของร้านบ่นใหญ่เลยค่ะ”
“ดะ ได้ครับ” ผมได้แต่ยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้ารับเพราะขืนไม่ตอบรับคงไม่ดีเท่าไหร่ และพอได้ยินเรื่องราวของเขามากขึ้น ผมก็เริ่มมองเขาเปลี่ยนไป
“คุยอะไรกัน คงไม่ใช่เรื่องผมหรอกนะพี่”
“เปล่า เห็นพี่เป็นคนแบบนั้นรึไง แม็กซ์”
“พี่แหละ ตัวดีเลย” แม็กซ์เดินเข้ามาพอดี ผมไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินที่พวกเราคุยกันรึเปล่า แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะหันไปถามพี่พนักงานหญิงซะมากกว่า
จังหวะนั้นแหละ ผมรีบคว้ากาแฟและเค้กกลับโต๊ะนั่ง ทว่าแม็กซ์ก็เดินตามมานั่งที่โต๊ะผมด้วยอยู่ดี
“แล้วนายล่ะ คุยอะไรกับพี่เขา” แม็กซ์เท้าคางพูด มองผมอย่างจับผิด
“...” ผมเงียบไม่สบตาเขาด้วยซ้ำ
“หรือว่านายหลงเสน่ห์สาวสองพันปีเข้าแล้ว ฮ่า” เขาหัวเราะร่า ก่อนยักคิ้วกวนใส่
ทว่าเสียงของพี่พนักงานหญิงที่อยู่เคาน์เตอร์ก็สวนขึ้นมาทันควัน ดีนะว่าในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่นแล้วนอกจากผม
“ปากนายเนี่ยนะ พี่อยากจะตบจริง ๆ” พี่พนักงานหญิงกอดอก สีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจสุด ๆ ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะแทรกการสนทนาของพวกเขาเผื่อมันจะดีขึ้น
“คุยกันเรื่องกาแฟ ไม่มีอะไรหรอก นายอย่าไปหาเรื่องพี่สาวเขา”
“อ้อ เอาเถอะ แต่ไม่คิดเลยนะว่าจะมาเจอนายที่นี่ หาร้านนี้ได้ไงกัน” แม็กซ์ถามผม
“มันแปลกตรงไหน ที่ฉันมาที่นี่”
“ก็ไม่ได้แปลก แค่ไม่คิดว่าจะได้เจอ หึ” เขากอดอกพิงพนักเก้าอี้ ยกยิ้มมุมปาก ทำเป็นเท่ไปได้ (ถึงจะเท่จริง ๆ ก็เถอะ)
“ว่าแต่ นายทำงานพาร์ตไทม์ที่นี่ ทุกวันเหรอ”
“เปล่า มาทำแค่เสาร์อาทิตย์ แค่นี้ก็จะตายห่าอยู่ละ” แม็กซ์ทิ้งแขนลงข้างตัว เงยหน้ามองเพดานอย่างเหนื่อยล้า
เห็นเขาเหนื่อยแบบนั้นแล้ว ผมถึงรู้ตัวว่าชีวิตตัวเองสบายแค่ไหน ถึงพ่อไม่ค่อยแสดงออกมาว่ารักผม แม้จะคุยกันแค่ครั้งละนาทีเดียวก็ตาม แต่ท่านก็ส่งเงินมาหกหลักต่อเดือนให้ผมตลอด
“เออ แม็กซ์?” ผมเอ่ยถาม
เขาก็กลับมานั่งตามปกติ ก่อนจะตอบ
“ว่า”
“ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะย้ายไปอยู่บ้านเช่าด้วย”
“จริงเหรอ! จริงปะ! เอาจริงดิ!” เขามีใบหน้าตระหนกแต่ก็แฝงด้วยรอยยิ้ม เขายืนพลางเหยียดแขนสองข้างยันบนโต๊ะ ใบหน้าโน้มมาใกล้ผม ทำเอาผมสะดุ้งหมด
“ตกลงว่าต้องการหาคนอยู่บ้านเช่าจริงรึเปล่าเนี่ย”
“ต้องการดิ มากด้วย ยิ่งเร็วยิ่งดี แค่แปลกใจ ปกตินายเหมือนไม่อยากย้ายมาอยู่เท่าไหร่ นึกว่านายจะติดหรูไม่กล้าอยู่รวมกับคนอื่นในบ้านเช่าหลังเล็กนะดิ ถามหน่อยได้ปะ ตัดสินใจย้ายเพราะอะไรวะ”
“ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก แค่ที่อยู่เดิมมันไกล ใช้เวลาเดินทางนาน”
“ถึงว่าตั้งแต่แรก นายทำไมพักไกลขนาดนั้น เอาล่ะอยากย้ายวันไหนก็โทรมา พวกเราจะได้เตรียมห้องไว้ให้ โห! ขอบใจนายมากปอนด์ แบบนี้จะได้ประหยัดตังค์ไปอีกหลายพันเว้ย” สีหน้าแม็กซ์ดีขึ้นทันตา หรือว่าเขาจะมีปัญหาเรื่องเงินมากจริง ๆ
“นายเนี่ยนะ!” ผมส่ายหัวที่เขาไม่มีกั๊กอะไรเลย ใครต่อใครบอกว่าเขาเงียบขรึม แต่เท่าที่ผมได้คุยกับเขา ไม่ใช่เลยครับ เขาเป็นคนห่าม ๆ มุทะลุ พูดเป็นต่อยหอยจะตายไป
“มีอะไรก็โทรมาได้เลย งั้นขอตัวไปทำงานก่อนแล้วกัน” เขาลุกขึ้นแถมยังยกยิ้มมุมปากให้ผม ผมเผลอยิ้มกับท่าทีของเขา
‘เดี๋ยวนะ! แล้วทำไมผมต้องยิ้มเพราะแค่เห็นว่าเขายิ้มด้วย ผมไม่เข้าใจตัวเองเลย’