หลี่หลันฮวาได้รับบาดเจ็บ

1764 Words
“ภรรยาตื่นแล้ว” ชายหนุ่มวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหานาง หากตาไม่ฝาดเซี่ยชิงหลีราวกับมองเห็นหางน้อยๆ ที่ติดอยู่ด้านหลังของเขากำลังกระดิกไปมา ร่างบางยกยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเอ็นดู ในใจคิดว่าหากเขาหายดีกลับมาเป็นปกติจะมีนิสัยเช่นไรกันนะ นางนึกไม่ออกจริงๆ “อื้ม...ข้าตื่นแล้ว อาเหิงหิวหรือไม่ วันนี้เราขึ้นเขาหาไก่ป่ากันดีไหม” “ดี! อาเหิงเชื่อภรรยา กินไก่ป่าย่างหอมฉุย” แม้จะมีท่าทางเหมือนเด็ก ทว่านางกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นช่างบริสุทธิ์ประดุจน้ำใส ไม่อยากให้มีสิ่งใดมาทำให้แปดเปื้อน แม้แต่ตนเองก็ตามที คนทั้งสองเดินออกจากเรือนตระกูลเซี่ยพร้อมกัน เซี่ยจิ่งเฉิงที่พึ่งทะเลาะกับมารดาเดินกระทืบเท้าออกมานอกเรือนทันได้เห็นด้านหลังของสองคนที่กำลังเดินขึ้นเขา “เหอะ! ไอ้พวกสวะ” ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ วันนี้เป็นวันที่เขาต้องกลับไปยังสำนักศึกษา ทว่าเมื่อขอเงินจากมารดาห้าตำลึงนางกลับมีให้เพียงสองตำลึงเท่านั้น แล้วอย่างนี้เขาที่นัดเหล่าสหาย ให้มารวมตัวกันที่หอกุ้ยเซียงจะไม่เสียหน้าแย่หรือ “เฉิงเอ๋อ! ฟังแม่พูดก่อน! ถึงแม้แม่จะไม่มีเงินห้าตำลึงให้ลูกแต่ท่านย่ามีไม่ใช่หรือ ลูกไปพูดหวานๆ กับนางสักสองสามคำมีหรือสามตำลึงนั้นนางจะงัดออกมาไม่ได้” จางซุนโหรวเมื่อเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตนแสดงท่าทางไม่พอใจ นางจึงรีบวิ่งตามมา “แต่ตอนนี้ท่านย่ากำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะบ้านอารอง ท่านแม่คิดจะให้ข้าไปรองรับโทสะจากนางหรือ” ชายหนุ่มสะบัดแขนเสื้อแสดงท่าทางโมโหกว่าเดิม “ได้!ได้! เช่นนั้นลูกก็ไปอ่านกลอนให้ท่านปู่ฟังสักสองสามบท ลูกก็รู้ท่านปู่ของลูกชมชอบคนมีความรู้ขนาดไหน เรื่องเงินสามตำลึงก็ฝากให้ท่านเป็นคนจัดการ เช่นนี้เป็นอย่างไร” เมื่อได้รับคำแนะนำจากมารดา เซี่ยจิ่งเฉิงราวกับพบเส้นทางแห่งแสงสว่าง เงินห้าตำลึงนี้เขาจะต้องเอามาให้ได้ ในเมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องใช้กลวิธีที่จะได้มา “เป็นท่านแม่ที่ฉลาดจริงๆ” สองแม่ลูกพูดคุยด้วยสีหน้าเบิกบาน จากนั้นเซี่ยจิ่งเฉิงก็ทำตามที่มารดาแนะนำทันที ไม่นานเขาก็ได้เงินสามตำลึงจากมือของผู้เฒ่าเซี่ยมาอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มเก็บของออกเดินทางกลับไปยังสำนักศึกษาเต๋อชุ่นที่ตั้งอยู่ในอำเภอหลิงหนาน ห่างจากหมู่บ้านสือซานกว่าห้าสิบลี้ เซี่ยชิงหลีไม่สนใจว่าคนบ้านเซี่ยจะทำอะไร ตอนนี้นางกำลังขะมักเขม้นทำกับดักวางเอาไว้หลายจุดในภูเขา กับดักเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในวิชาพื้นฐานที่ท่านอาจารย์ของนางเคยสอนในชาติก่อน แม้จะคิดว่าตนไม่มีโอกาสได้ใช้เพราะยุคปัจจุบันล้วนรณรงค์ให้อนุรักษ์สัตว์ป่าหายาก หากต้องการกินเนื้อก็แค่เดินเข้าตลาด ไม่เหมือนที่นี่ ไม่มีเงินก็เหมือนเส้นโลหิตถูกตัดขาด “มาเถอะอาเหิง พวกเราไปดูทางนั้นกัน” หญิงสาวกวักมือเรียกชายหนุ่มที่กำลังเก็บผักป่าตามคำสั่งของนาง ชายหนุ่มรีบวางมือวิ่งตรงมายังหญิงสาวอย่างกระตือรือร้น แม้จะมิได้คาดหวังทว่าในตะกร้าไม้ไผ่ของชายหนุ่มก็มีผักป่ามากกว่าครึ่ง แต่จะให้มาหาของกินเช่นนี้ทุกวันก็คงไม่ไหวอาจต้องหาอาชีพที่มั่นคงเพื่อเลี้ยงครอบครัว ถึงอย่างนั้นตนเองนอกจากรักษาคนได้บ้างก็ทำอย่างอื่นไม่ค่อยเป็น เรื่องสมุนไพรจีนก็รู้เพียงเล็กน้อย ไม่รู้ยุคโบราณจะมีสมุนไพรเหมือนในยุคปัจจุบันหรือไม่ “เก่งจริงอาเหิง” หญิงสาวทำท่าจะลูบหัวเขา ทว่าครั้งนี้นางไม่จำเป็นต้องเขย่งเท้า เพราะชายหนุ่มคว้าร่างบางเข้าหาตัว จากนั้นอุ้มนางด้วยแขนข้างเดียวเพื่อให้ตัวของเซี่ยชิงหลีสามารถลูบหัวเขาได้อย่างถนัดมือ “ภรรยาลูบหัวอาเหิงเร็วเข้า” ร่างบางหัวเราะเบาๆ ด้วยท่าทางขบขัน เจ้าลูกหมาของนางช่างเป็นคนมักน้อยเสียจริง เพียงชมเขาสองสามประโยคเจ้าหมาน้อยก็ดีใจเสียยิ่งกว่าอะไร หญิงสาวจูงมือชายหนุ่มเดินเลียบลำธารหวังว่าจะได้อะไรติดมือกลับไปบ้าง เมื่อเห็นผักกูดป่าที่ขึ้นริมน้ำนางก็คิดรายการอาหารเย็นได้ในทันที “อาเหิง เจ้าช่วยข้าเก็บผักป่าเหล่านี้ได้หรือไม่ ยิ่งมากยิ่งดี” ร่างบางชี้ไปยังกอผักกูดเหล่านั้นด้วยสีหน้าดีใจ หน้าฝนช่างเป็นช่วงเวลากอบโกยเสียจริง ในระหว่างที่ปล่อยให้ชายหนุ่มเก็บผักป่า สายตาคมกริบของนางก็มองเห็นบางอย่างกำลังดิ้นไหวๆ อยู่อีกฟากหนึ่ง ลำธารที่ใสกระทั่งมองเห็นก้อนหินและปลาที่กำลังแหวกว่าย หญิงสาวคว้ามีดพร้าที่นำติดตัวมาด้วยเดินลุยน้ำข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม เมื่อไปถึงจุดที่มองเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นได้ถนัดตา นางก็ส่งแรงทั้งหมดฟันฉับลงไปทันใด ร่างยาวเหยียดลายพร้อยขนาดเท่าแขนเด็กดิ้นพล่าน เลือดสดๆ ไหลไปตามแรงไหวของน้ำ เซี่ยชิงหลีใช้ปลายมีดช้อนร่างที่กำลังจะครึ่งของมันขึ้นมา ปรากฏว่าเจ้าอสรพิษยังคาบปลาตัวเขื่องเอาไว้ในปาก “อาเหิงเจ้าดูนี้” หญิงสาวชูร่างงูสิงขึ้นให้ชายหนุ่มดู อาเหิงเห็นงูตัวใหญ่ในมือของนางก็ทำท่าจะวิ่งหนี เซี่ยชิงหลีหัวเราะชอบใจไม่คิดว่าผู้ชายตัวโตจะกลัวงู หลังจากลอกหนังทำความสะอาด หญิงสาวก็ใช้ใบกล้วยป่าห่อเก็บเอาไว้ในตะกร้า ทั้งสองเก็บผักริมน้ำจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลอยเหนือศีรษะ เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าคะเนจากสายตาน่าจะใกล้เที่ยงจึงได้วางมือ “อาเหิงหิวหรือยัง เราไปตรวจดูกับดักก่อนดีหรือไม่” ชายหนุ่มทิ้งผักป่าในมือวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาหญิงสาว “ภรรยาอาเหิงไม่กินงู” ท่าทางของเด็กหนุ่มดูเหมือนจะเข้าใจว่าเที่ยงนี้เซี่ยชิงหลีจะย่างงูให้เขากิน หญิงสาวหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างขบขัน “เด็กโง่ ใครเขาจะให้เจ้ากินงู ข้าหมายถึงเราไปตรวจดูกับดักกัน จะได้ทำไก่ป่าย่างให้เจ้ากิน ดีหรือไม่” “ดี! อาเหิงจะกินไก่ป่าย่าง ภรรยาดีที่สุด” ก่อนหน้านี้เซี่ยชิงหลีได้โรยรำข้าวเอาไว้ที่กับดักไม่คิดว่าจะสามารถจับไก่ป่าได้ทั้งหมด ไก่ป่าแปดตัวถูกหญิงสาวมัดรวมกันเพราะพวกมันยังไม่ตาย สองตัวนางจัดการถอนขนลอกหนังย่างให้อาเหิงกิน น่าเสียดายที่ไม่มีเกลือทำให้เนื้อไก่ป่าจืดชืดไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยวันนี้คนทั้งสองก็อิ่มท้องก่อนลงจากเขา เซี่ยชิงหลีจูงมืออาเหิงเดินผ่านใจกลางหมู่บ้าน ตอนนี้ชาวบ้านยังไม่มีใครรู้ว่านางสามารถพูดได้แล้ว หญิงสาวพาอาเหิงแวะที่เรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน บนภูเขาก่อนหน้านี้นางได้สอนให้อาเหิงพูดเรื่องแลกเปลี่ยนเกลือกับหัวหน้าหมู่บ้าน หญิงสาวใช้ไก่ป่าสามตัวและเนื้องูสิงแลกเกลือครึ่งจินและข้าวสารสามจินเอากลับเรือน “อาเหิงกลับมาแล้ว” ชายหนุ่มถือตะกร้าวิ่งตรงไปยังกระท่อมหลังเรือนพบว่าภายในยังคงเงียบเชียบ มารดาพี่ชายและน้องสาวยังไม่กลับมา เซี่ยชิงหลีสังหรณ์ใจบางอย่างจึงคิดออกตามหาพวกเขา “อาเหิงเฝ้าของเอาไว้ให้ดี ถ้ามีใครคิดแย่งไปภรรยาขอสั่งให้เจ้าทุบตีพวกเขาได้เลย” หญิงสาวสั่งความเพียงเท่านั้นก็รีบพุ่งออกจากเรือนตระกูลเซี่ยไปอีกครั้ง เซี่ยชิงหลีกำลังกลับขึ้นเขาพบว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังหามร่างของใครบางคนกลับลงเขามา ร่างบางวิ่งตรงไปยังคนกลุ่มนั้น ทันทีที่ได้เห็นร่างที่ถูกหามชัดเจนกายของหญิงสาวชาดิกไร้ความรู้สึกไปทันที หัวใจของนางเต้นกระหน่ำรัว ไม่คิดว่าผ่านสมรภูมิมากมายพบเห็นคนถูกฆ่าก็ไม่น้อย ไม่เคยมีความรู้สึกหนักหน่วงและหวาดกลัวมากมายขนาดนี้ ดวงตากลมโตทอดมองร่างของมารดาที่บัดนี้มีเลือดอาบไปทั่วทั้งกาย บริเวณช่องท้องและขาของนางดูเหมือนจะมีบาดแผลฉกรรจ์ ชาวบ้านที่เร่งหามร่างของหลี่หลันฮวาลงมาจากเขาคือนายพรานในหมู่บ้านที่ขึ้นเขาล่าสัตว์ ระหว่างทางพวกเขาพบกันและทักทายเล็กน้อย ไม่คิดว่าในตอนนั้นจะมีหมูป่าตัวใหญ่พุ่งเข้าหาพวกเขา หลี่หลันฮวาที่ร่างกายอ่อนแอหลบไม่ทันทำให้ถูกทำร้ายจนแทบปางตาย โชคยังดีที่เซี่ยจื่ออี้และเซี่ยชิงเป่าอยู่ห่างจากจุดนั้นไม่น้อย ถ้าเป็นน้องสาวของนางถูกทำร้ายไม่รู้ว่าจะยังสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่ “น้องรอง...หลีเอ๋อ!!ท่านแม่นาง…” ชายหนุ่มเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาพูดตะกุกตะกักเหมือนไม่รู้ว่าควรเอ่ยกับนางอย่างไร เซี่ยชิงหลีกลับมามีสติอีกครั้ง หลังได้ยินเสียงอันสั่นเทาของพี่ชายและเสียงร้องไห้ของน้องสาว “ท่านแม่จะไม่เป็นอะไร ข้าจะหาทางช่วยชีวิตนางเอง” หญิงสาวใช้ภาษามือคุยกับพี่ชายก่อนพยักหน้าให้เขาวางใจ ภายหลังจากชาวบ้านพาร่างโชกเลือดของหลี่หลันฮวากลับมายังตระกูลเซี่ย สะใภ้ใหญ่เห็นคนมากมายมายังเรือนของตนนางจึงรีบพุ่งออกมาดู เมื่อเห็นหลี่หลันฮวาในสภาพใกล้ตายนางก็ไม่สามารถปกปิดความยินดีได้ คนที่อยากให้ตายมาตลอดกำลังจะตายแล้ว สวรรค์ช่างเข้าข้างนางจริงๆ จากนี้ทุกอย่างของตระกูลเซี่ยรวมถึงเซี่ยจื่อยวนก็จะกลายเป็นของนางเพียงคนเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD