ชำแหละหมูป่าแจกจ่ายชาวบ้าน

1716 Words
“อาเหิงภรรยาเอง มาเถอะช่วยข้าแบกหมูป่ากลับเรือน วันนี้พวกเราทานเนื้อกัน” เมื่อพูดถึงเนื้อชายหนุ่มรีบวิ่งไปหาหญิงสาวอย่างกระตือรือร้น เซี่ยชิงเป่าเห็นอาเหิงที่โตแต่ตัวทว่ามีงานให้ทำ แต่ตนเองกลับว่างงานจึงได้ถามผู้เป็นพี่สาว “พี่รองแล้วข้าเล่า” “เจ้ารอที่นี่ พี่ไปแค่เพียงไม่นาน อย่าเดินเพ่นพ่านไปที่อื่นเดี๋ยวจะหลงเอา” เด็กน้อยพยักหน้ารับทำตามคำสั่งพี่สาวอย่างว่าง่าย ยามช่วงเวลาโพล้เพล้บนเส้นทางลงเขา แสงสุดท้ายของวันทอดเงายาวลงบนพื้นดิน ขับให้ป่าเขารอบด้านกลายเป็นภาพเงาที่ค่อยๆ ละลายไปในความมืด ท้องฟ้าเบื้องบนไล่เฉดสีจากส้มอมชมพูเป็นม่วงน้ำเงินอย่างแผ่วทางเดินลงเขาขรุขระไปเต็มด้วยรากไม้และหินเล็กหินน้อย เสียงฝีเท้าทั้งสามที่ก้าวเหยียบใบไม้ดังกรอบแกรบสะท้อนในความเงียบ เสียงนกป่าตัวสุดท้ายเริ่มเงียบลง ปล่อยให้ลมเย็นของยามเย็นแทรกตัวผ่านยอดไม้ลงมาสัมผัสผิวกาย ผู้เฒ่าหลี่เดินไปเดินมาที่หน้าเรือนด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น ก่อนหน้ารู้จากชาวบ้านว่าเด็กๆ ขึ้นเขาจึงเป็นกังวลว่าจะเกิดอันตราย ทว่าเมื่อเห็นทั้งสามเดินฝ่ากลางหมู่บ้านมาพร้อมชาวบ้านอีกหลายคนที่เดินตามด้านหลัง ความหนักอึ้งในใจของผู้เฒ่าวัยชราจึงได้ถูกวางลง ก่อนหน้านี้สามคนเดินลงเขามาพบชาวบ้านหลายคน เมื่อเห็นว่าพวกเขาแบกหมูป่าหนักหลายร้อยจินกลับมาจึงรีบเข้าไปสอบถาม หนึ่งในนั้นคือลุงป้าที่เอ่ยเตือนเรื่องหมู่ป่ากับนาง เซี่ยชิงหลีจึงยกคานหามให้เขาช่วยหามกลับเรือน ส่วนตัวนางเดินตัวดำนำหน้าทุกคนตรงดิ่งมายังผู้เฒ่าบ้านตน “ท่านตา หลีเอ๋อกลับมาแล้ว” ชายชรายังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ในหมู่บ้านมีพรานอยู่บ้างทว่าก็ไม่เคยล่าหมู่ป่าตัวใหญ่เช่นนี้ได้ ไม่คิดว่าหลานสาวผู้บอบบางจะมีฝีมือร้ายกาจ ถึงกับสังหารหมูป่าได้...นั่นก็ไม่น่าจะใช่ หรือว่าจะเป็นเจ้าหนุ่มนุ่มนิ่มผู้นั้น เมื่อเห็นสภาพหลานสาวและอาเหิง ชายชราก็ล้มเลิกความคิดก่อนหน้าทันที “ขึ้นเขาเหตุใดไม่บอกลุงใหญ่ลุงรองของเจ้า ในบ้านยังมีบุรุษถึงทีให้สตรีออกหน้าหรือ” “โธ่! ท่านตาหลีเอ๋อแค่พาน้องไปเก็บผักป่ามาทำอาหารเย็นเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเก็บหมูป่ากลับมาได้” หญิงสาวเมื่อถูกดุจึงร้องโอดครวญออกมาดั่งเด็กน้อย สภาพของนางบัดนี้ไม่ต่างจากหมูป่าตัวนั้น...ดำไปทั้งตัว “เจ้าคิดว่าหมูป่าเป็นลูกเกาลัดหรือ อยากเก็บเมื่อใดก็เก็บได้ ดูสภาพเจ้าตอนนี้สิ บอกไปใครจะเชื่อ” ชายชราสะบัดหน้าทำท่าทางไม่พอใจ เซี่ยชิงเป่าเห็นพี่สาวง้อท่านตาไม่สำเร็จจึงยักคิ้วให้พี่สาวอย่างล้อเลียน “ได้ๆ หลีเอ๋อยอมรับผิดแล้ว ท่านตาคิดเถอะจะทำอย่างไรกับหมูป่าตัวนี้ดี” “เจ้าเป็นคนล่ามันเจ้าก็ตัดสินใจเองเถอะ” ชายชราเห็นว่าสั่งสอนหลานสาวพอแล้วจึงไม่ถือสาต่อนางอีก “อืมมมม....เช่นนั้นวันนี้ก็ชำแหละหมูป่าตัวนี้แบ่งชาวบ้านกันเถอะ อย่างไรวันหน้ายังต้องรบกวนทุกคนอีก ถือเสียว่าวันนี้หลีเอ๋อกตัญญูต่อลุงป้าน้าอาล่วงหน้า” ชาวบ้านทั้งหลายไม่คิดว่าตนจะมีส่วนด้วย หลายคนที่ตามมาต่างก็เต็มใจช่วยทำความสะอาดหมูป่าตัวใหญ่ หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้ทานเนื้อ วันนี้ไม่รู้โชคดีอะไรของครอบครัวตน ลุงทั้งสองของเซี่ยชิงหลีกลับมาจากนาพอดี เมื่อเห็นชาวบ้านมากมายมาชุมนุมที่เรือนของตนก็รีบวิ่งมาดู ภายหลังเมื่อรู้ว่าหลานสาวฆ่าหมูป่าได้ด้วยตัวคนเดียวก็แทบเป็นลมหงายหลัง หลี่เยว่สิงบุตรชายคนโตของลุงใหญ่วันนี้กลับจากบ้านเดิมภรรยาพร้อมตู้เฟิงอิง เมื่อนั่งเกวียนวัวถึงหน้าเรือนพบว่ามีคนมาชุมนุมมากมายหลังจากได้รู้เรื่องราวโดยละเอียดจึงได้พาภรรยาและลูกสาววัยสองขวบไปทักทายอาหญิงของนาง “พี่ใหญ่เยว่สิง ท่านนำเนื้อหมูป่าชินนี้ให้พี่ชายของพี่สะใภ้กลับไปด้วยเถอะ อย่างไรคนก็มีน้ำใจมาส่งถึงที่นี่” เซี่ยชิงหลีที่อาบน้ำชำระกายเรียบร้อยแล้วเอ่ยเตือนหลี่เยว่สิง ตู้เฟิงอิงไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องของสามีจะใจกว้างถึงเพียงนี้ นั่นคือเนื้อหมูป่าเกือบสิบจินเชียวนะ ยิ่งได้รู้ว่าหมูป่าเหล่านี้จะถูกแบ่งให้ชาวบ้านทั้งหมด นางก็ยิ่งตกใจ แม้จะรู้สึกเสียดายเพราะหากขายไปน่าจะได้เงินหลายตำลึง ทว่านั่นมิใช่หมูป่าของบ้านตนจึงไม่สามารถเอ่ยปากได้ หลังจากแบ่งสันปันส่วนเนื้อหมูป่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านต่างก็ทยอยกลับเรือนของตนด้วยสีหน้าอิ่มเอม บัดนี้หมู่บ้านสือโถวทุกหลังคาเรือนต่างก็มีเนื้อทานทุกหลัง กลิ่นหอมของเนื้อลอยโชยไปทั่วหมู่บ้าน ทว่ากลับมีเพียงตระกูลจางเท่านั้นที่ไม่มีส่วน “พวกเจ้าไปทำอะไรมากันแน่ เหตุใดบ้านจางของเราถึงได้ถูกกีดกันออกมา แม้แต่เนื้อหมูป่าของบ้านหลี่ก็ไม่มีส่วน” นางเหอสะใภ้ใหญ่สกุลจางดึงหูสามีที่พึ่งกลับเรือนในสภาพสะบักสะบอม เช้าวันนี้น้องสามีมาที่เรือนเพื่อพาพี่ชายทั้งสองไปทำงาน ทั้งยังจ่ายเงินสูงถึงห้าตำลึง ไม่คิดว่าเมื่อกลับมาถึงเรือนสภาพของทั้งสองครอบครัวแทบจำไม่ได้ “มะ..ไม่มีอะไร” จะให้เขาพูดได้อย่างไรว่าถูกเด็กสาวที่ยังโตไม่เต็มที่ตีเอา เสียชื่ออดีตผู้คุ้มกันหมด นางเหอไม่เชื่อคำพูดสามี วันนี้มีข่าวว่าลูกสาวบ้านหลี่หย่าสามีทั้งยังหอบลูกกลับ นางจึงคาดเดาเอาเองว่าสามีจะต้องมีส่วนด้วย “เจ้าคงไม่ได้ทำให้บ้านเรากับบ้านหลี่บาดหมางกันเพราะน้องสาวที่แต่งออกไปแล้วของเจ้าใช่หรือไม่” เมื่อเห็นสามีเงียบปากเหมือนกำลังรับสารภาพผิด นางเหอก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิม “โธ่เอ๊ย!! สวรรค์ต่อไปถ้าหากมีอะไรดีๆ คงมาไม่ถึงพวกเราแล้ว เจ้ามันโง่เหมือนวัว!! วันนี้ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย” “เจ้า!...เจ้า!รู้หรือไม่หลายปีมานี้...กว่าข้าจะดูแลแม่ที่พิการนอนป่วยติดเตียงของเจ้าจนนางจากไปมันลำบากเพียงใด น้องสาวของเจ้าเมื่อยามที่แต่งให้ตระกูลร่ำรวยเคยแบ่งปันให้พวกเราไหม พอตนเองมีปัญหากลับวิ่งแจ้นมาที่นี่ ไม่รู้ล่ะ! เจ้าต้องให้นางรับผิดชอบชดใช้เนื้อให้ข้า ไม่อย่างนั้นข้า...ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!!” นางเหอหยิบไม้ไล่ตีสามีในเรือนวุ่นวายเสียงดังมาถึงเรือนตระกูลหลี่ วันนี้เซี่ยชิงหลีลงมือทำอาหารด้วยตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ปรุงเนื้อย่างจริงจังนอกจากใช้แค่เกลือกับน้ำ ครอบครัวหลี่เป็นครอบครัวใหญ่เมื่อยามที่ต้องทานอาหารจึงต้องยกโต๊ะเก้าอี้มานั่งที่ลานหน้าเรือน “วันนี้เป็นวันแรกที่อาหญิงและน้องๆ ของพวกเจ้ากลับมา ข้าจะเปิดเหล้าฉลองสักหน่อย พวกเจ้าก็ดื่มคนละจอกก็แล้วกัน” ผู้เฒ่าหลี่บัดนี้หน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุกเพราะฤทธิ์สุรา นานมากแล้วที่ไม่ได้งัดเหล้าดอกท้อหมักที่ทำด้วยตนเองออกมาดื่มฉลอง ปกติต้องเป็นวันสำคัญหรือปีใหม่เท่านั้นถึงจะได้ลิ้มลอง “ท่านก็ดื่มน้อยหน่อย อายุก็ไม่น้อยแล้ว” “ฮ่า!! ดื่มน้อยได้อย่างไร ข้าต้องฉลองที่บุตรสาวและหลานทั้งสามเป็นอิสระ” สองสามีภรรยาเฒ่าพูดคุยโต้ตอบ เหล่าลูกๆ และหลานปู่หลานตาต่างทานอาหารพลางฟังสองผู้เฒ่าต่อปากต่อคำด้วยความสนุกสนานบรรยากาศครื้นเครงเช่นนี้ทำให้นางนึกถึงโรงฝึกกังฟู ไม่รู้ว่าอาจารย์และเหล่าพี่น้องจะเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขายังสบายดีอยู่หรือไม่ “นี่น้องสาว เห็ดที่เจ้าทำทานได้จริงหรือ มันไม่มีพิษใช่หรือไม่” หลี่หมิงเจ๋อบุตรชายคนเล็กของลุงรองที่กำลังจะแต่งงานในปีหน้าถามหญิงสาวด้วยท่าทางสงสัย อาหารขึ้นโต๊ะวันนี้มีมากกว่าอาหารที่กินในวันปีใหม่เสียอีก แต่ส่วนใหญ่ทำจากเห็ดที่นางเก็บมาวันนี้ “ทานได้แน่นอน ข้าจะทานให้ท่านดู...” หญิงสาวใช้ตะเกียบคีบเห็ดเข้าปาก “เห็ดเหล่านี้ล้วนเป็นเห็ดที่ขึ้นเฉพาะที่ที่มีต้นสนขึ้น มันเรียกว่าเห็ดสน นี่คือเห็ดสนผัดน้ำมัน ส่วนนี่เห็ดสนผัดไข่ นี่คือเห็ดสนผัดรวมมิตรเนื้อหมูป่า เห็ดสนคั่วพริกเกลือและเห็ดสนย่างราดน้ำจิ้มที่ข้าทำเอง และรายการอาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นข้าคิดขึ้นมา” วันนี้เก็บเห็ดสนได้สองตะกร้าใหญ่ โชคดีที่ชาวบ้านสนใจหมูป่าจึงไม่มีใครตามมาดูว่าในตะกร้าของพวกเขามีอะไรบ้าง แม้หญิงสาวจะเอ่ยเช่นนั้นทว่าคนบ้านหลี่ก็ไม่มีใครกล้าลงมือทาน มีเพียง อาเหิง เซี่ยจื่ออี้ และเซี่ยชิงเป่าที่ทานอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งยังชมฝีมือการทำอาหารของหญิงสาวไม่หยุดปาก “น่าจะทานได้ไม่มีพิษกระมัง ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ต้องมีอาการแล้ว” ตู้เฟิงอิงหันไปเอ่ยกับสามี “ข้าจะเป็นคนเสียสละทดลองเอง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD