เริ่มทำงานเพื่อหาเงิน

1508 Words
หลี่เยว่หยางน้องชายของหลี่เยว่สิงลูกชายคนเล็กของบ้านใหญ่ ปีนี้อายุสิบหกอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกับเซี่ยชิงหลีพอดี วันนี้ทั้งสองพบกันเป็นครั้งแรกทว่ากลับสนิทกันอย่างรวดเร็ว เมื่อชายหนุ่มคีบเห็ดสนผัดเข้าปากคำแรก ต่อมาตะเกียบของเขาก็ไม่หยุดทำงานอีกเลย “นี่อาหยาง เจ้ายังไม่ได้บอกพวกเราเลยนะ เป็นอย่างไรบ้าง” ลุงใหญ่ใช้เท้าสะกิดบุตรชายของตน “ท่านพ่อ ข้าจะบอกพวกท่านทำไม ให้ท่านมาแย่งของอร่อยกับข้าหรือ” จากนั้นสงครามเล็กๆ ของการช่วงชิงอาหารได้เริ่มขึ้น ทว่าครอบครัวของเซี่ยชิงหลีที่ทานล่วงหน้าไปก่อนอิ่มกันหมดแล้ว บัดนี้จึงเหลือเพียงบ้านหลี่ที่ต้องต่อสู้กัน “ฮ้า!!! อิ่มจังเลย” หลี่เยว่หยางเดินออกมารับลมหลังทานอาหาร บ้านตระกูลหลี่เมื่อยามเปิดประตูหน้าเรือนฝั่งตรงข้ามคือทุ่งนางเขียวขจีมีต้นไม้โบราณยืนต้นตระหง่านอยู่กลางทุ่ง เมื่อถึงยามเช้าก็สามารถมองเห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นทิวเขาพร้อมหมอกบางๆ ลอยอ้อยอิ่ง บรรยากาศทิวทัศน์ช่างสวยงาม เซี่ยชิงหลังช่วยเก็บกวาดโต๊ะอาหารจึงตามหลี่เยว่หยางออกมา เพราะนางคิดวิธีทำเงินก้อนแรกได้แล้ว และคนที่จะช่วยนางคือหลี่เยว่หยางและหลี่หมิงเจ๋อที่กำลังจะแต่งงานในปีหน้า สองคนนี้ไม่มีภรรยาคอยควบคุมดังนั้นจึงสามารถจูงใจได้ง่าย “พี่เยว่หยาง ท่านคิดว่าเห็ดสนวันนี้อร่อยหรือไม่” หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิง “อร่อยสิ อร่อยมาก เจ้าเก็บมาจากที่ไหนหรือ วันหลังพาข้าไปด้วยได้หรือไม่ งานในนาก็เสร็จหมดแล้วข้าอยู่ว่างๆ พอดี” “เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ข้ามีข้อเสนอหนึ่งท่านลองฟังดูหรือไม่” เซี่ยชิงหลีเอ่ยถึงการนำเห็ดสนไปขายที่ร้านอาหารในเมือง หากได้ราคาดีก็ยึดเป็นอาชีพหลักช่วงนี้ได้เลย ก่อนเข้าฤดูเก็บเกี่ยวน่าจะทำเงินได้ไม่น้อย หลี่เยว่สิงเดินตามออกมาพบสองคนยืนซุบซิบบางอย่าง จึงเดินเข้าไปดู “พวกเจ้าคุยอะไรกัน!” “เอ๊ย!! พี่ใหญ่!มีอะไรหรือ มาเงียบๆ ข้าตกใจหมด...” หลี่เยว่หยางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพี่ชายส่งเสียงจากทางด้านหลัง “เปล่า...ข้าแค่จะมาถามหลีเอ๋อว่าเห็ดสนที่เราทานวันนี้จะสามารถขายในเมืองได้หรือไม่” หญิงสาวไม่คิดว่าพวกเขาจะสนใจเรื่องนี้ด้วย “ท่านเองก็สนใจหรือ” “สนใจอะไร...” หลี่เยว่สิงไม่เข้าใจคำถามของนาง น้องชายของเขาจึงเป็นผู้อธิบาย “ข้ากับหลีเอ๋อกำลังปรึกษากันว่าจะเก็บเห็ดสนไปขายในเมือง พอดีท่านก็เข้ามา” “แล้วทำไมต้องออกมาปรึกษากันสองคน” ชายหนุ่มมองคนทั้งสองด้วยท่าทางสงสัย เซี่ยชิงหลีจึงเอ่ยสิ่งที่กังวลออกมา “ก็เพราะข้ากลัวพวกท่านไม่เห็นด้วยไม่ใช่หรือ” อย่างไรการนำเห็ดมาปรุงอาหารก็ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก หากถูกเข้าใจว่ากินไม่ได้ที่ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า จำต้องทดลองกับหลี่เยว่หยางดูก่อนว่าขายได้จริงหรือไม่ แต่คำตอบของอีกฝ่ายทำเอานางถึงกับอึ้ง “พวกเราปรึกษากันแล้วถึงได้มาถามความเห็นของเจ้า” “พวกท่านปรึกษากันแล้วหรือ...แหะ แหะ รวดเร็วจริงๆ” หญิงสาวไม่คิดว่าคนสกุลหลี่จะเปิดใจเร็วขนาดนี้ นี่แค่อาหารธรรมดาเท่านั้นถึงกับทำให้พวกเขาต้องประชุมวางแผนกันเชียวหรือ “พี่เยว่สิง เช่นนั้นพรุ่งนี้ก็ให้คนที่ว่างตามข้าขึ้นเขาเถอะ ข้าจะสอนให้พวกท่านรู้จักกับเห็ดสน” เช้าตรู่วันต่อมา ดวงตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้าดี เซี่ยชิงหลีก็ตื่นขึ้นมาดูอาการบาดเจ็บของมารดา ตอนนี้บาดแผลของนางดีขึ้นมากแล้วหากพักอีกสักสิบวันก็สามารถเดินเหินได้ปกติ “พี่ใหญ่ ข้าต้มยากับโจ๊กเอาให้ท่านแม่แล้ว สายสักหน่อยท่านช่วยอุ่นให้นางด้วยนะ....ส่วนของท่านข้าทำเจียนปิ่งไส้เนื้อเตรียมเอาไว้ในครัว ตั้งใจอ่านตำราล่ะ...สู้ๆ” หญิงสาวคว้าตะกร้าไม้ไผ่สะพายขึ้นหลัง คนตระกูลหลี่ล้วนเตรียมพร้อมรอที่หน้าเรือนเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นในเรือนจึงเหลือเพียงห้าคนคือเซี่ยจื่ออี้ที่ขาไม่ดี มารดาของเขา แม่เฒ่าโจวที่กำลังป่วย ตู้เฟิงอิงและเถาเถาน้อยบุตรสาวของนาง ส่วนผู้เฒ่าหลี่มีหรือจะพลาดติดตามไปด้วย เพราะชายชราอยากเห็นสถานที่ที่หลานสาวจับหมูป่าด้วยตาตนเอง ชาวบ้านที่ตื่นเช้าเตรียมตัวจะไปไร่นามองคนบ้านหลี่ทั้งเด็กทั้งแก่มีดวงตามุ่งมั่นเดินขึ้นเขาราวกับกำลังจะเตรียมเข้าสู่สนามรบ “ทุกคนฟังทางนี้ สถานที่แห่งนี้คือสมรภูมิของพวกเรา ต้องสอดส่ายสายตามองหาให้ดี เห็ดสนทุกต้นคือเงินค่าอาหารของเรา...เริ่มได้” หญิงสาวสาธิตวิธีการหาเห็ดสนให้ทุกคนดู ตอนนี้เซี่ยชิงเป่าและอาเหิงคือผู้เชี่ยวชาญเพราะเคยเก็บมาแล้ว หญิงสาวปล่อยให้พวกเขาก้มหน้าก้มตาเก็บเห็ดไป ส่วนตนเองคิดปลีกตัวตามรอยหมูเหมือนคราวก่อน ทว่ากลับถูกผู้เฒ่าหลี่ขวางทางเอาไว้ “เจ้าคิดจะไปคนเดียวหรือ” “ท่านตา...แหะ แหะ ใครคิดแบบนั้นกันเล่า ข้ากำลังจะตามท่านอยู่พอดี” หลังจากพูดคุยสองตาหลานก็เดินหายเข้าไปในป่า เมื่อไปถึงปลักที่พวกหมูป่าเคยเล่นโคลน วันนี้กลับไม่มีแม้แต่ตัวเดียว ดูเหมือนพวกมันจะหนีไปหมดแล้ว “น่าเสียดาย ดูเหมือนเราสองคนคงต้องกลับบ้านมือเปล่า” นางอุตส่าห์ให้ท่านตาแบกหน้าไปยืมธนูของนายพรานในหมู่บ้าน ทว่าเมื่อมาถึงกลับไม่มีหมูป่าแม้แต่ตัวเดียว “เอาเถอะ ไม่มีก็ดีแล้ว รู้หรือไม่ว่าหมูป่าอันตรายเพียงใด” “ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ” เมื่อเป้าหมายไม่อยู่สองตาหลานจึงเดินกลับออกมา ระหว่างทางเซี่ยชิงหลีพึ่งสังเกตเห็นสมุนไพรขึ้นอยู่โดยรอบตลอดทางเดิน เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไปจึงชวนชายชราพูดคุยไปพลางๆ “ท่านตา หมู่บ้านสือโถวมีหมอหรือไม่” “ไม่มีหรอก หมู่บ้านของเราเมื่อยามเจ็บป่วยก็มักจะเดินทางไปหาท่านหมอหลิวที่หมู่บ้านสือซาน ท่านยายของเจ้าก็ได้รับการรักษาจากท่านหมอหลิวเช่นเดียวกัน” “เช่นนั้นมีคนรู้จักสมุนไพรหรือไม่” เซี่ยชิงหลียังคงถามต่อ “จะมีได้อย่างไร คนที่รู้เรื่องสมุนไพรอำเภอเราแทบนับนิ้วได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องรู้เฉพาะคนที่เคยร่ำเรียนมาอย่างนั้น” “เช่นนั้นถ้าข้าบอกว่าข้ารู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นสมุนไพรท่านตาเชื่อหรือไม่” หญิงสาวชี้ไปยังชวนซินเลี่ยน (ฟ้าทะลายโจร) ที่ขึ้นเต็มทั่วบริเวณ ชาวบ้านทั่วไปมักจะมองว่าเป็นพิษเพราะความขมของมัน “หลีเอ๋อ เจ้าจะบอกว่าตนเองรู้เรื่องสมุนไพรหรือ” “ใช่สิเจ้าคะ ก่อนหน้านี้ข้าได้ไหว้หมอพเนจรท่านหนึ่งเป็นอาจารย์ กระทั่งตอนนี้ที่พูดได้ก็ไม่ใช่ฝีมือของอาจารย์ข้าหรือ” ชายชราหันมายิ้มกับหลานสาวผู้โชคดีของตน “ดี! ดีจริงๆ ไม่คิดว่าในความโชคร้ายของพวกเจ้าจะยังมีเรื่องดีๆ อยู่ด้วย นี่ท่านแม่ของเจ้ารู้เรื่องนี้หรือยัง” “อืม...ท่านแม่ของข้าจะรู้หรือไม่นั้น...บาดแผลของนางข้าก็เป็นคนรักษา อีกอย่างข้ายังคิดว่าจะใช้ความรู้ของตนพัฒนาเป็นอาชีพ ต่อไปครอบครัวของเราจะต้องร่ำรวยไปด้วยกัน” สองตาหลานเดินพูดคุยอย่างเพลิดเพลิน หูที่ได้รับการฝึกฝนของเซี่ยชิงหลีพลันได้ยินความเคลื่อนบางอย่างที่อยู่ห่างออกไป “ท่านตา!...รอสักครู่” หญิงสาวเปลี่ยนจากท่าทางที่ดูขี้เล่นเป็นจริงจังในทันที ร่างบางย่องตามเสียงนั้นไปเมื่อพ้นเขตป่าสมุนไพรกลายเป็นลานทุ่งกว้าง ที่นั่นมีสัตว์ป่ามากมายกำลังเล็มหญ้าอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นกวางหนุ่มตัวเขื่องค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากแนวพุ่มไม้ มันเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ด้วยจังหวะที่สงบและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ จมูกของมันก้มลงเล็มยอดหญ้าอ่อนสีเขียวสดอย่างละเมียดละไม ทว่าทุกอิริยาบถเต็มไปด้วยความระมัดระวังแม้จะไม่มีภัยใดปรากฏให้เห็น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD