ภายหลังจากมู่หรงหนานเฟิงเล่าเรื่องในอดีตของตนเองจบ บรรยากาศภายในห้องครัวก็เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดของหม้อน้ำแกงที่ยังคงดังต่อเนื่อง เซี่ยชิงหลีวางทัพพีลงช้าๆ ก่อนจะมองชายหนุ่มด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอารมณ์จริงจัง “เจ้ารู้ไหม มู่หรงหนานเฟิง...คนที่เคยถูกรังแก หาใช่คนที่อ่อนแอที่สุด...แต่คนที่ยังยอมให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมากำหนดชะตาชีวิตต่างหาก ที่น่าเศร้าที่สุด” ชายหนุ่มนิ่งงันเมื่อได้ฟังคำพูดของหญิงสาว เขามองใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นอย่างตั้งใจอีกครั้ง “ข้ารู้ว่าเจ้าผ่านอะไรมามาก...แต่วันนี้เจ้าคือคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ด้วยสองขาของตนเอง ไม่ใช่เพราะใครอื่น ไม่ใช่เพราะแซ่มู่หรง ไม่ใช่เพราะเส้นสายของคนในครอบครัวเจ้า” เซี่ยชิงหลีหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดชัดถ้อยชัดคำ “แต่เจ้ามีค่าพอในสิ่งที่เจ้าเป็น...ไม่จำเป็นต้องให้ใครยอมรับ” คำพูดนั้นแม้ฟังดูเรียบง่าย แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในใจ

