ล่ากวางป่า

1616 Words
สายลมบางเบาพัดผ่าน หูของมันกระดิกเล็กน้อยดวงตาคู่นิ่งแลไปยังขอบชายป่าที่ทอดยาว ราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้ เซี่ยชิงหลีปลดคันธนูออกจากหัวไหล่ ทุกการเคลื่อนไหวของนางดูมั่นคงและไร้เสียง ดวงตางามแน่วแน่มองตรงไปยังเป้าหมายที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่เบื้องหน้า คันธนูไม้เนื้อแข็งถูกกระชับแน่นในมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปหยิบลูกธนูจากกระบอกอย่างแผ่วเบา เสียงขนนกเสียดสีกับขอบกระบอกฟังแทบไม่ออกเมื่อเทียบกับเสียงลมหายใจที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นของนาง หญิงสาวยกคันธนูขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเกี่ยวสาย หัวลูกธนูพาดแนบกับคันธนู กายผอมบางตั้งมั่นในท่วงท่าที่แม่นยำราวกับทุกกล้ามเนื้อกำลังกลั้นลมหายใจไปพร้อมกัน รอบข้างถูกความเงียบเข้าปกคลุม ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เหลือเพียงความพร้อมที่จะปล่อยลูกธนูออกไป “ฟึ่บ!! ฉึก!!” เสียงสายธนูดีดดัง ฟึ่บ แหวกอากาศเพียงชั่วพริบตาก่อนที่ลูกศรจะพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ลำคอของกวางหนุ่มที่กำลังก้มเงยเล็มหญ้าอยู่ห่างออกไปถูกแรงปะทะทำให้ร่างของมันสะดุ้งเฮือกดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนที่กายจะทรุดลงอย่างช้าๆ ภายใต้เงาไม้ใหญ่ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่า เลือดสีแดงเข้มค่อย ๆ ซึมออกมาจากบาดแผลที่ลูกธนูปักแน่น เสียงหายใจของกวางหนุ่มแผ่วลงเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนจะหยุดนิ่งในที่สุด สองตาหลานรีบวิ่งตรงไปยังก้อนเนื้อที่นอนแอ้งแม้งไร้ซึ่งลมหายใจ เป็นผลงานใหญ่ของนางอีกแล้ว แม้จะยังมิได้รับคำชมทว่าหญิงสาวยังคงยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือตน “เก่งมากหลานสาวของข้า วันนี้เจ้าทำให้ผู้เฒ่าภาคภูมิใจนัก รู้หรือไม่ว่าการยิงเช่นนั้นของเจ้าแม้แต่นายพรานในหมู่บ้านยังต้องคารวะ” “แค่โชคดีเท่านั้นเจ้าค่ะ ท่านตาจะนำข้าไปเปรียบกับพรานมืออาชีพเหล่านั้นได้อย่างไร ตัวข้าเพียงมือใหม่เท่านั้น” แม้คำพูดเหมือนดูจะถ่อมตน ทว่าท่าทาของนางกลับตรงกันข้าม ชายชรามองหลานสาวผู้นี้ด้วยสายตาเอ็นดู เด็กสาวร่างผอมบางทว่ากลับดูเข้มแข็งกว่าบุรุษอกสามศอก ยิ่งมองเขาก็ยิ่งถูกตา “ได้ๆ แล้วจะทำอย่างไรกับกวางหนุ่มตัวนี้ ท่าทางจะหนักไม่ใช่น้อย ใหญ่กว่าหมูป่าตัวเมื่อวานเสียอีก” หญิงสาวสำรวจมองไปรอบๆ สัตว์ป่าที่กำลังเล็มหญ้าก่อนหน้านี้วิ่งหนีหายไปจนหมด เหลือเพียงทุ่งหญ้าโล่งๆ เท่านั้น “ที่นี่อยู่ห่างจากจุดที่ทุกคนเก็บเห็ดสนไม่น้อย ข้าว่าเราตัดไม้ทำลากเลื่อนกันดีหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเดินไปกลับให้เสียเวลา” “ได้ๆ ทำอย่างที่หลีเอ๋อต้องการเถิด” หญิงสาวเดินย้อนไปยังแนวป่าตัดไม้ลำเท่าแขนหลายท่อนเพื่อทำลากเลื่อน นางใช้เถาวัลย์มัดให้แน่นจากนั้นยกกวางหนุ่มชะตาขาดขึ้นไปวางด้านบน “เราออกเดินทางกันเถอะท่านตา ตอนนี้เวลาก็ไม่เช้าแล้ว” สองตาหลานเริ่มออกเดินอีกครั้ง เบื้องหน้าคือป่าใหญ่ทอดยาวเขียวขจี แสงของดวงตะวันยังคงแรงกล้า ร่างบางลากเลื่อนไม้โดยไร่ท่าทีเหนื่อยอ่อน ชายชราเดินตามหลานสาวพลางส่งเสียงถามเป็นระยะว่านางเหนื่อยไหม เปลี่ยนกับตนเองไหม ทว่าเซี่ยชิงหลียังคงเอ่ยปฏิเสธ ณ ป่าสนที่คนบ้านหลี่กำลังเก็บเห็ด “พวกเรากลับมาแล้ว!!” เซี่ยชิงหลีตะโกนส่งเสียงมาแต่ไกล แม้จะลากกวางตัวใหญ่หนักนับพันจินทว่าหญิงสาวกลับไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อน “เจ้าใหญ่เจ้ารอง!! รีบมาช่วยหลานสาวของเจ้าเร็ว” ชายชราเองก็ตะโกนสั่งบุรุษในเรือนให้ทำหน้าที่ของตน เพราะไม่ต้องการให้หลานสาวเหน็ดเหนื่อยไปมากกว่านี้ “ท่านพ่อ...พวกท่านไปล่าสัตว์มาหรือ มิน่าเล่าเราถึงมองไม่เห็นทั้งสองคน” ลุงใหญ่รีบวิ่งมาช่วยรับไม้ต่อจากหลานสาว สายตาเหลือบมองกวางหนุ่มนอนนิ่งไร้ลมหายใจพลางแสดงสีหน้ายินดี เมื่อวานได้หมู่ป่า ไม่คิดว่าวันนี้จะได้กวางตัวใหญ่ หลานสาวคนนี้ต้องเป็นดาวนำโชคแน่ๆ คนบ้านหลี่ต่างทิ้งตะกร้าเห็ดสนวิ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาพูดคุย ตั้งแต่เล็กจนโตเพราะเป็นครอบครัวใหญ่ทว่าไม่มีรายได้ทางอื่นนอกจากทำนา การเป็นอยู่ของพวกเขาจึงค่อนข้างลำบาก บัดนี้เพียงพูดว่าจะกินเนื้อก็ได้กิน นี่มันใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์หรืออย่างไร ทุกคนแสดงท่าทางยินดี โดยเฉพาะสะใภ้ทั้งสองของตระกูลหลี่ที่ยอมแต่งงานเข้ามาลำบากด้วยกัน วันนี้พวกนางดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว เก็บเห็ดสนก็เอาไว้เท่านี้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ส่วนกวางตัวนี้พวกเจ้าเปลี่ยนกันลากกลับเรือนก็แล้วกัน ข้ากับหลีเอ๋อจะล่วงหน้าไปก่อน” ในระหว่างที่ชายชรากำลังออกคำสั่ง เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้น “ภรรยา!..” นัยน์ตาคมมีแววน้อยใจมองตรงมายังร่างบาง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหล่ายามนี้ดวงตากำลังแดงก่ำ หยาดน้ำตาสีใสจวนเจียนจะหยดอยู่รอมร่อ ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ นางลืมเจ้าเด็กน้อยผู้นี้ไปได้อย่างไร “มานี่สิ...ให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าเก็บเห็ดสนได้มากน้อยเพียงใด” เพียงหญิงสาวเอ่ยปาก ร่างสูงก็เปลี่ยนท่าทีเป็นดีใจ เขาวิ่งดุ๊กดิ๊กตรงมายังหญิงสาวอย่างซื่อสัตย์ ทุกคนต่างมองเห็นเป็นภาพเดียวกันคือ ด้านหลังของเขาราวกับมีหางน้อยๆ กวัดแกว่งไปมา “ภรรยา...ข้าทำได้ดีหรือไม่” ดวงตาคมที่มองเพียงนางเฝ้ารอคำชมจากหญิงสาว ร่างบางเขย่งเท้าเอื้อมมือขึ้นไปลูบหัวทุยเพื่อเป็นรางวัล “ดีมาก...อาเหิงเก่งที่สุด” “เช่นนั้นภรรยาจะให้รางวัลข้าหรือไม่” “ได้ๆ เข้าเมืองพรุ่งนี้ข้าจะซื้อลูกอมให้เจ้าและเป่าเอ๋อ...ดีไหม” การสนทนาที่แสนแปลกประหลาดของทั้งสองเป็นภาพที่ทุกคนต่างคุ้นชินแล้ว ไม่มีใครในสกุลหลี่นึกรังเกียจที่เขามีท่าทางเหมือนเด็ก ทุกคนต่างยินดีช่วยหญิงสาวดูแลชายหนุ่ม ทว่าอาเหิงไม่ยอมพูดกับใครนอกจากภรรยาที่เขาตามติด ยังมีหลี่หลันฮวา เซี่ยจื่ออี้ และเซี่ยชิงเป่า ส่วนคนอื่นๆ เขายังไม่ยอมเปิดใจให้ “อาเหิงไม่เอาลูกอม อาเหิงจะเอาอย่างอื่น” “ไม่เอาลูกอมหรือ เช่นนั้นอาเหิงต้องการอะไร” ชายหนุ่มก้มตัวลงแตะริมฝีปากลงบนแก้มนวลแผ่วเบา ก่อนจะยิ้มกว้างและหัวเราะด้วยความดีใจ “เย้! อาเหิงได้รับรางวัลแล้ว” ทุกคนที่ยืนอยู่ในที่นั้นต่างมองการกระทำของเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง อาเหิงแม้จะดูใสซื่อและบริสุทธิ์ทว่ากลับทำให้คนกำหมัดอยากจะชกหน้าสักครั้ง ร่างบางถูกฉวยโอกาสโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตางามเบิกโพลงเล็กน้อย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับเลือดทั้งหมดพุ่งตรงขึ้นมาที่พวงแก้มในเสี้ยวอึดใจ หัวใจของนางเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา “อ๊ะ…!” เซี่ยชิงหลีหันขวับไปมองร่างสูง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตกใจปนเขินอาย ริมฝีปากบางขยับเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างทว่าไม่มีคำใดหลุดออกเลยนอกจากเสียงพึมพำในลำคอ มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะแก้มของตนแผ่วเบา ราวกับยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง… หรือฝันไป “ภรรยา เจ้าเป็นอะไรหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวด้วยดวงตาใสซื่อ “ขะ...ข้า พวกเรากลับกันได้แล้ว” ร่างบางรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาล้อเลียนของทุกคน ภายหลังเมื่อคนตระกูลหลี่กลับมายังหมู่บ้าน ข่าวที่บ้านหลี่ล่ากวางตัวใหญ่ได้ก็ถูกลือกระฉ่อนในชั่วพริบตา เซี่ยชิงหลีคือเพชฌฆาตคนนั้น ทุกคนจึงรอฟังว่านางจะตัดสินใจอย่างไรกับเนื้อกวางเหล่านี้ เป็นอีกครั้งที่หน้าเรือนตระกูลหลี่ถูกชาวบ้านรวมตัวชุมนุม ทุกคนต่างหวังว่าพวกตนจะมีส่วนในเนื้อเหล่านั้น ทว่าครั้งนี้เซี่ยชิงมิได้คิดแจกจ่ายเนื้อกวางอย่างที่ผ่านมา นางให้ท่านลุงไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาที่เรือน พวกเขาพูดคุยกันอยู่สักพัก ไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านก็ออกมาพบกับชาวบ้านทั้งหลาย “พวกเจ้ามารวมตัวกันที่นี่หมายความว่าอย่างไร....หากให้ข้าเดาคงจะมากดดันให้บ้านหลี่แบ่งเนื้อกวางให้ใช่หรือไม่” คำพูดตรงไปตรงมาของหัวหน้าหมู่บ้านราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของใครหลายคน เป็นเรื่องจริงที่พวกเขาคิดทำเช่นนั้น ในเมื่อ..เมื่อวานเนื้อหมูป่ายังแบ่งให้ได้ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเนื้อกวางจะแบ่งอีกไม่ได้เล่า คำถามอยู่ในคำตอบ ไร้ซุ่มเสียงตอบกลับเช่นกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD