ขายเห็ดสน

1792 Words
อาจารย์ใหญ่จ้าวตบมือให้กับคำพูดหญิงสาว ทั้งยังไม่ลืมเอ่ยข่มขู่บุรุษทั้งห้า “ข้าว่าไม่เป็นไรดีกว่าเจ้าค่ะ อย่างไรข้าก็ทุบตีพวกเขาจนพอใจแล้ว” “ไม่ได้!! ไม่ได้!! เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าเวลาของเจ้ามีค่า เช่นนั้นก็ให้พวกเขาจ่ายเงินให้เจ้าเป็นค่าเสียเวลา” เซี่ยชิงหลีไม่คิดว่าการเข้าเมืองครั้งนี้จะได้กำไรใหญ่ หยวนเป่ายี่สิบห้าตำลึงถูกส่งมอบให้หญิงสาว ร่างบางคำนับขอบคุณชายชราสองก่อนเอ่ยลา “นางช่างเป็นหญิงสาวที่น่าสนใจ” สายตาชื่นชมของอาจารย์ใหญ่จ้าวถูกส่งไปยังหญิงสาวร่างบางที่กำลังก้าวเข้าหอหว่านหรง “อายุปูนนี้แล้ว เจ้าคงไม่คิดรับนางเป็นอนุภรรยาหรอกนะ เด็กสาวคนนั้นเป็นเหลนของเจ้าได้เลย” “พูดจาเหลวไหลอันใด ข้าเพียงชื่นชมความกล้าหาญของนางเท่านั้น” อาจารย์ใหญ่จ้าวเอ่ยจบ ชายชราผู้เป็นสหายก็หัวเราะชอบใจ “เจ้ามัวแต่วุ่นวายอยู่ที่นี่ ได้เบาะแสเกี่ยวกับองค์รัชทายาทบ้างหรือไม่” ชายชราหุบพัดลง ในดวงตามีแววเศร้าหมอง เกือบสามเดือนแล้วที่หลานชายหายตัวไป ความจริงชายชราผมขาวที่ยืนอยู่ข้างอาจารย์ใหญ่จ้าวคือไท่ซ่างหวง อดีตฮ่องเต้รัชกาลก่อนผู้เกษียณตนเองออกมาอยู่ชนบทหลายปีแล้ว ส่วนอาจารย์ใหญ่จ้าวคือไท่ฟู่ผู้เป็นอาจารย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ทั้งยังเป็นสหายในวัยเด็กของไท่ซ่างหวงที่ช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองด้วยกันมาหลายสิบปี เมื่อยามที่ไท่ซ่างหวงมอบราชบัลลังก์แก่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อาจารย์ใหญ่จ้าวเองก็ออกจากราชการเดินทางมายังบ้านเดิม เปิดสำนักศึกษาสอนสั่งคนเก่งเพื่อช่วยให้แคว้นฉินเจริญรุ่งเรือง “เขาจะต้องไม่เป็นอะไร ในบรรดาหลานชายทั้งหมด องค์รัชทายาทเป็นคนที่เหมือนเจ้าเมื่อวัยหนุ่ม คนเก่งเช่นเขาไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน” อาจารย์ใหญ่จ้าวเอ่ยปลอบใจสหายวัยเด็กของตน ทางด้านเซี่ยชิงหลี เมื่อก้าวเข้าหอหว่านหรงครั้งแรกก็รู้สึกว่าเหลาสุราทั้งสองช่างมีความแตกต่าง ที่หอกุ้ยเซียงเมื่อก้าวเข้าไปหากคนไม่รู้ต้องคิดว่าเป็นหอนางโลม แต่ที่นี่ให้ความรู้สึกสงบและเรียบง่าย “แม่นาง...เจ้าต้องการให้ข้าแนะนำสิ่งใดหรือไม่ ต้องการดื่มชาหรือทานอาหาร” เพียงแค่การต้อนรับก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะหอกุ้ยเซียงต้อนรับเฉพาะลูกค้าที่มีเงินจึงดูแคลนชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกตน ส่วนที่นี่เสี่ยวเอ้อถูกฝึกมาอย่างดี ในดวงตาของเขาไม่มีแววดูถูกแม้พวกตนจะแต่งกายซอมซ่อก็ตามที หญิงสาววางตะกร้าลงพร้อมส่งยิ้มหวานให้เสี่ยวเอ้อหนุ่ม “นี่...พี่ชายที่นี่รับซื้อของป่าหรือไม่” “รับ รับแน่นอน แต่ต้องให้ผู้ดูแลดูก่อนว่าเจ้านำอะไรมาขาย รอสักครู่ข้าจะไปตามผู้ดูแลมาพบเจ้า” เสี่ยวเอ้อหนุ่มวิ่งหายไปเพียงครู่เดียว ไม่นานก็กลับมาพร้อมชายหนุ่มรูปงาม ทว่าในสายตาของเซี่ยชิงหลีเขายังด้อยกว่าอาเหิงของนางนัก “สวัสดีแม่นาง เจ้าบอกว่ามีของป่ามาขายหรือ” ชายหนุ่มรูปงามเอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ “เจ้าค่ะ ข้ามีเนื้อกวางและเห็ดป่า” “เนื้อกวางหรือ หอหว่านหรงของเรารับซื้อทว่าเห็ดป่านั้น...เจ้าให้ข้าดูก่อนได้หรือไม่” ชายหนุ่มมีท่าทีลังเล เซี่ยชิงหลีพอเข้าใจเพราะก่อนหน้านี้คนบ้านหลี่ก็แสดงสีหน้าไม่ต่างกัน ไม่ใช่เห็ดทุกชนิดที่จะสามารถกินได้ “ได้แน่นอนเจ้าค่ะ” หญิงสาวเปิดผ้าคลุมตะกร้าออก เห็ดสนที่ถูกล้างอย่างดีวางเรียงภายในตะกร้าอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดมพบว่ามันส่งกลิ่นหอมชวนให้นึกถึงป่าเขียวชื้นในยามเช้า มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานฉุนหรือสดใสเหมือนดอกไม้ หากแต่เป็นกลิ่นหอมที่อบอุ่น ลุ่มลึก และเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว “นี่คือเห็ดอะไรหรือ” “สิ่งนี้คือเห็ดสนเจ้าค่ะ ชาวบ้านอย่างเราใช้ปรุงอาหารสามารถทำได้หลายอย่าง หากผู้ดูแลวางใจข้าจะลองทำให้ทานสักสองสามอย่าง” ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้าอนุญาต “ได้...เช่นนั้นเจ้าตามเขาเข้าไปในครัว” เซี่ยชิงหลีเดินตามเสี่ยวเอ้อเข้าไปด้านหลังร้าน ที่นั่นมีพ่อครัวอยู่สี่ห้าคนกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร เพียงหญิงสาวก้าวเข้าไปทุกอย่างก็หยุดชะงักลง “ต่อเลยเจ้าค่ะ ต่อเลย ไม่ต้องสนใจข้า ข้าเพียงแวะมาชั่วคราวเท่านั้น” หญิงสาวคำนับให้เหล่าพ่อครัว จากนั้นเริ่มทำอาหารของตน เมื่อเห็ดสนสดใหม่ถูกตัดผ่าน ผิวเนื้อแน่นของมันค่อยๆ ปล่อยกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา กลิ่นนั้นคล้ายกลิ่นดินป่าหลังฝนใหม่ ผสมกับกลิ่นที่ออกมาจากต้นสน ราวกับได้นั่งอยู่กลางผืนป่าที่ปูพรมด้วยเข็มสนและไอหมอก กลิ่นที่ขับออกมานั้นให้ความรู้สึกสะอาดแต่แฝงไปด้วยความลึกลับของธรรมชาติ เมื่อถูกนำไปย่างหรือผัด กลิ่นของเห็ดสนยิ่งเข้มข้นขึ้น เปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมมันคล้ายเนยสดผสมกลิ่นถั่วป่าอบอุ่น กลิ่นของมันลอยฟุ้งอบอวลจนชวนให้น้ำลายสอ เหล่าพ่อครัวต่างหันมาสนใจว่าเด็กสาวผู้นั้นกำลังทำอะไร เหตุใดอาหารของนางส่งกลิ่นหอมมากมายเพียงนี้ เพียงกลิ่นอาหารเหล่านั้นที่นางปรุงก็สามารถทำลายสมาธิของพวกเขาได้ทั้งหมด สองเค่อต่อมา เซี่ยชิงหลีก็กลับมาพร้อมอาหารสามอย่างที่ทำจากเห็ดสน เห็ดสนผัดน้ำมัน เห็ดสนย่างราดด้วยน้ำราดที่นางนำมาเอง และข้าวอบเห็ดสนหม้อดิน เพียงก้าวออกจากห้องครัว คนในร้านต่างมองตรงมายังหญิงสาวเป็นตาเดียว “ผู้ดูแลลองทานดูสักหน่อยเจ้าค่ะ ข้ารับรองว่าไม่มีพิษเพราะพ่อครัวของท่านลองชิมไปก่อนแล้ว” “ห๊ะ! พวกเขากล้าทานก่อนข้าหรือ” ชายหนุ่มรีบคว้าตะเกียบพลางกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อหญิงสาวเปิดฝาหม้อดินเผาออกกลิ่นหอมยิ่งกระจายไปทั่วร้าน “นี่คือข้าวอบเห็ดสน ท่านลองทานดู” ชายหนุ่มใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวในชามเข้าปากอย่างไม่รีรอ เพียงไม่นานอาหารในชามก็หมดเกลี้ยง “ข้าซื้อ เจ้าบอกราคามาเถอะ” เซี่ยชิงหลีแสร้งทำหน้าใสซื่อ นางอยากจะดูว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีความจริงใจเพียงใดที่จะทำการค้ากับตน “เป็นครั้งแรกที่ข้าทำการค้าขาย ข้ารู้ว่าหอสุราหว่านหรงมีคุณธรรมคงไม่หลอกลวงชาวบ้านอย่างพวกเราแน่ ข้าให้ท่านเป็นคนตั้งราคาก็แล้วกัน” “ได้...เช่นนั้นข้าให้เจ้าหนึ่งตำลึงต่อหนึ่งจิน เจ้าว่าอย่างไร” เซี่ยชิงหลีคิดคำนวณในใจ หนึ่งจินคือห้าร้อยกรัมเช่นนั้นก็ได้กิโลกรัมละสองตำลึง รวยแล้ว! หญิงสาวลอบยิ้มในใจ “ได้เจ้าค่ะ ท่านว่าอย่างไรข้าก็ว่าตาม” เซี่ยชิงหลียังคงแสร้งแสดงต่อหน้าชายหนุ่ม “แม่นาง เห็ดสนของเจ้าทั้งหมดสามารถส่งมาที่หอหว่านหรงของเราได้หรือไม่ ข้าสามารถทำสัญญากับเจ้าต่อจากนี้เจ้าส่งให้แค่เราเพียงร้านเดียว ข้าจะให้เพิ่มอีกหนึ่งร้อยเหวินต่อจินเจ้าคิดอย่างไร” หญิงสาวหันไปขยิบตาให้ลุงทั้งสองกลับไปที่เกวียน ยกเห็ดสนทั้งหมดมาที่นี่ “ข้าแน่นอนว่าต้องส่งให้ที่นี่แค่ที่เดียว ส่วนหนึ่งร้อยเหวินข้าก็จะรับไว้ เอาอย่างนี้เถอะเพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบท่านมากเกินไป อย่างไรเห็ดสนนี่ก็มีเพียงปีละหนึ่งครั้ง ข้าแถมสูตรทำอาหารให้ท่านด้วยเลย” อาหารที่นางทำแสนง่ายดาย หากพ่อครัวได้ชิมไม่นานก็สามารถทำตามได้ นางใช้โอกาสนี้แสดงความมีน้ำใจต่อเขา วันหน้าหนทางทำเงินก็อยู่ไม่ไกลแล้ว หญิงสาวเขียนสูตรทำอาหารอย่างละเอียดส่งให้ผู้ดูแล จากนั้นทั้งสองจึงลงนามในสัญญา “เจ้าชื่อ...เซี่ยชิงหลีหรือ” “เจ้าค่ะ..ทำไมหรือ” ชายหนุ่มเมื่ออ่านชื่อที่เซี่ยชิงหลีเขียนลงในหนังสือสัญญา ทำให้หวนนึกถึงอดีต “เปล่า...ข้าเองก็เคยมีสหายผู้หนึ่งแซ่เซี่ยเช่นเดียวกับเจ้า เขาเคยเรียนที่สำนักศึกษาเต๋อชุน ภายหลังได้รับบาดเจ็บที่ขาข้าก็ไม่เห็นเขาอีกเลย” “ผู้ดูแลคงจะหมายถึงพี่ชายของข้ากระมัง เขาชื่อเซี่ยจื่ออี้” เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็มีท่าทีตื่นเต้นทันที “เจ้าเป็นน้องสาวของเขาหรือ เขาเป็นอย่างไรบ้างสบายดีหรือไม่” ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยจนเกินเหตุของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เซี่ยชิงหลีรู้สึกประหลาดใจ “ตอนนี้พี่ชายข้าสบายดี อ่านตำราอยู่ที่เรือนข้าเองก็กำลังหาหนทางรักษาขาให้เขา” “เช่นนั้นเจ้าทิ้งที่อยู่เอาไว้ได้หรือไม่ หากวันหน้ามีโอกาสข้าก็อยากไปเยี่ยมเยียนเขาเช่นกัน” หญิงสาวส่งยิ้มจริงใจให้แก่ชายหนุ่ม “ได้แน่นอนเจ้าค่ะ” หลังจากพูดคุยสักพัก หญิงสาวจึงขอตัวลา “ท่านลุง ข้าอยากแวะร้านขายสมุนไพรสักหน่อยได้หรือไม่” “ได้แน่นอน หลีเอ๋ออยากแวะร้านไหนบอกลุงทั้งสองได้เลย” หญิงสาวขบขันท่าทางจริงจังของชายวัยกลางคนทั้งสอง ก่อนหน้านี้เมื่อได้รู้ว่าเห็ดสนแปดสิบจินขายได้แปดสิบแปดตำลึงพวกเขาแทบเป็นลมหมดสติ เมื่อรวมกับเนื้อกวางที่เหลือขายได้อีกสิบตำลึงทำให้ตอนนี้เงินที่พวกเขามีคือเก้าสิบแปดตำลึง สองพี่น้องเกิดมาไม่เคยได้เห็นเงินมากมายขนาดนี้ จึงแสดงท่าทีระแวดระวังกังวลตลอดทางว่าจะถูกปล้น “พวกท่านสองคนไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ สภาพซอมซ่ออย่างพวกเราโจรที่ไหนจะปล้นให้เสียเวลา อีกอย่างหลานสาวของท่านมิใช่เก่งมากหรือ” หญิงสาวเชิดหน้าด้วยท่าทางอวดดี แม้จะเอ่ยปลอบไปแล้วทว่าก็ไม่สามารถทำให้ชายทั้งสองแสดงสีหน้าผ่อนคลายลงได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD