สามลุงหลานเดินตรงไปยังถนนเส้นหลักที่มีร้านขายยาสมุนไพรจินสุ่ยถังตั้งอยู่ ร้านขายยาสมุนไพรแห่งนี้เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอหลิงหนาน และด้านข้างคือโรงหมอที่มีชื่อเดียวกัน
“ท่านลุงทั้งสองรออยู่ด้านนอกนะเจ้าคะ ข้าเข้าไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น”
ทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้าไปด้านใน บุรุษชุดดำปิดหน้าปิดตาสองคนก็พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับร่างของใครคนหนึ่ง เสียงตะคอกดุดันดังสะท้าน ขึ้นทำให้หญิงสาวจำต้องหยุดชะงักเพื่อหันไปมอง
“พวกเจ้าคนไหน!! ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!!”
ท่าทางรีบร้อนของเขาดูเหมือนกำลังต้องการความช่วยเหลือ
“มาแล้ว!! มาแล้ว!! ท่านจอมยุทธ ข้าคือหมอของที่นี่”
ชายวัยกลางคนรีบวิ่งออกมาจากด้านหลังร้าน ท่าทางงัวเงียของเขาเหมือนคนที่พึ่งตื่นนอน กระบี่ขาววาววับถูกชักออกจากฝัก ชายชุดดำชี้มันไปที่เขาเพื่อข่มขู่
“เจ้าจงช่วยชีวิตนายท่านของข้า ถ้าเขาเป็นอะไรไปตระกูลของเจ้าเก้าชั่วโคตรจะต้องถูกสังหาร”
เพียงคำพูดเดียวถึงกับทำให้หมอวัยกลางคนเข่าทรุด รีบกุลีกุจอคลานเข้าไปจับชีพจรชายที่ถูกเรียกว่านายท่าน
“ขะ..ขออภัย ข้าทำไม่ได้”
“ทำไม!!”
หมอวัยกลางคนปิดตาด้วยความขลาดกลัว ชี้ไปยังชายที่นอนอยู่บนพื้นด้วยนิ้วอันสั่นเทา ภายในหัวคิดเพียงว่าคงถึงวาระที่ตนต้องจบชีวิตลงแล้ว
“กะ...ก็คนผู้นี้ชีพจรหยุดเต้นไปแล้ว เขาตายก่อนที่ท่านจะพามาที่นี่”
“ว่าอย่างไรนะ!! ไม่ได้!! เจ้าต้องช่วยเขาเดี๋ยวนี้!!”
ชายชุดดำกระชากสาบเสื้อของหมอวัยกลางคนจนหลุดลุ่ย เวลานั้นเองเซี่ยชิงหลีได้เอ่ยแทรกขึ้น
“นี่!...ให้ข้าลองดูได้หรือไม่”
“เจ้าเป็นใคร!”
ชายชุดดำหันขวับมาที่นางทันที สายตาที่จับจ้องมานั้นราวกับจะสังหารคนเสียให้ได้
“ข้าคือคนที่ผ่านทางมาและพอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง”
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“แม่นาง...เจ้าอย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลย ไม่เห็นหรือว่าเขาตายไปแล้ว ถ้าหากเจ้าช่วยคนผู้นี้ไม่ได้เจ้าอาจต้องตาย เห็นหรือไม่เขามีอาวุธ”
ชาวบ้านที่เข้ามามุงดูช่วยเอ่ยทัดทานหญิงสาว
“ข้ารู้...”
แม้จะรู้เช่นนั้น เซี่ยชิงหลีก็ไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา ช่างผิดวิสัยของคนปกตินัก
หญิงสาวใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าของคนผู้นั้น นางพลันจดจำได้ทันที เขาคือชายชราที่อยู่กับอาจารย์ใหญ่จ้าว เหตุใดถึงได้มาอยู่ที่นี่ ชายชุดดำเห็นสายตาของหญิงสาวดูเปลี่ยนไปเหมือนกับนางเคยรู้จักนายท่านของตนมาก่อน เขาทำท่าชักกระบี่ทว่าคนที่มาด้วยห้ามเอาไว้
“เจ้าคนหนึ่งมานี่ ทำตามที่ข้าบอก”
เซี่ยชิงหลีจัดท่าให้ชายชรานอนหงายแล้วเปิดทางหายใจให้โล่ง ด้วยการกดหน้าผากและยกขากรรไกรล่างขึ้น จากนั้นสั่งให้ชายชุดดำผายปอดให้ชายชราตามวิธีการของนาง
ผู้คนโดยรอบต่างส่งเสียงอื้ออึงเพราะวิธีการช่วยชีวิตคนของหญิงสาว เซี่ยชิงหลีเห็นชายชุดดำมีท่าทีลังเลจึงตะคอกเขาเสียงดัง
“เจ้าคิดจะช่วยชีวิตเขาจริงๆ หรือไม่!! หรือเจ้าห่วงเพียงหน้าตาของตนเอง”
หญิงสาวเอ่ยข่มขู่
ให้นางทำเองก็ได้...แต่มีคนช่วยย่อมดีกว่า อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกันจึงไม่น่าเกลียดเท่าให้ตนเป็นคนทำ เซี่ยชิงหลีไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร หากตนต้องประกบปากกับชายอื่นในที่สาธารณะเห็นทีชื่อเสียงคงป่นปี้ แม้ตนจะไม่สนใจทว่าพี่ชายยังต้องสอบขุนนาง หากมีข่าวลือไม่ดีออกไป ครอบครัวตนคงได้จมน้ำลายตาย
เมื่อเห็นหญิงสาวมีท่าทีจริงจังชายชุดดำก็รีบทำตามคำสั่งทันที ทุกคนเห็นหญิงสาวกดหน้าอกชายชราเป็นจังหวะ สลับกับการให้ชายชุดดำเป่าลมหายใจเข้าไปในปากของเขา
ไม่นานชายผู้นั้นก็ได้สติกลับมา เขาสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่งทว่าท่าทางยังดูมึนงง แต่เซี่ยชิงหลีจับชีพจรดูแล้วอาการของเขายังคงที่
จากที่เห็นภายนอกชายชราผู้นี้ดูค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับท่านตาของตน ทว่าภายในกลับทรุดโทรมน่าเป็นห่วง...การช่วยชีวิตฉุกเฉินผ่านไป หญิงสาวจึงหันไปเอ่ยกับหมอวัยกลางคนของจินสุ่ยถัง
“ข้าขอยืมเข็มของท่านได้หรือไม่”
เซี่ยชิงหลีฝังเข็มให้ชายชราอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นให้พาตัวเขาไปพักผ่อน ส่วนตนเองเขียนใบสั่งยาให้คนนำไปต้มให้เขาดื่ม ก่อนจากไปนางยังเอ่ยกับชายชุดดำสองสามประโยค
“นายท่านของเจ้าถูกพิษเรื้อรังมานาน อวัยวะภายในแทบทนไม่ไหวแล้ว เจ้าต้องดูแลเขาให้ดีกว่านี้”
ชายชุดดำไม่คิดว่าเด็กสาวอายุน้อยตรงหน้าจะมีความรู้เชี่ยวชาญเรื่องการแพทย์ หลายปีมานี้พวกเขาต่างออกตามหาหมอมีชื่อเสียงไปทั่วทุกสารทิศเพื่อช่วยชีวิตไท่ซ่างหวง ทว่าสุดท้ายก็ทำได้เพียงประคองชีวิตไปเรื่อยๆ เพียงเท่านั้น
“ข้าขอเป็นตัวแทนขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิตนายท่านของข้า แต่ว่าแม่นางเจ้ามีหนทางช่วยนายท่านของข้าหรือไม่”
“ข้าเองก็ตอบไม่ได้ คงต้องค่อยๆ รักษาฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมของเขาก่อน จากนั้นค่อยดูอาการต่อไป อีกอย่างเรื่องถอนพิษข้าไม่ค่อยชำนาญเท่าใดนัก”
แน่นอนว่านางพูดไปอย่างนั้น ร่างกายที่ถูกทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชีวิตก่อน จึงทนทานต่อพิษและส่งผลให้ร่างนี้สามารถต้านทานพิษได้เช่นเดียวกัน
“ข้ายังมีธุระสำคัญต้องลาไปก่อน”
“แม่นางเจ้าช่วยบอกนามของเจ้าแก่ข้าได้หรือไม่ หากนายท่านของข้าถามถึงผู้มีพระคุณข้าจะได้บอกท่านได้”
“เซี่ยชิงหลี”
หญิงสาวเอ่ยเพียงเท่านั้นก็รีบจากไป วันนี้คิดจะถามเรื่องยาสมุนไพรกับจินสุ่ยถังเสียหน่อย ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นซะได้ ช่างมันก่อนเถอะอย่างไรก็ต้องได้มาที่นี่อีก เอาไว้วันหลังค่อยถามก็แล้วกัน
คล้อยหลังเซี่ยชิงหลี อาจารย์ใหญ่จ้าวก็มาถึงโรงหมอพอดี เมื่อรู้ว่าสหายปลอดภัยแล้วจึงได้สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
“ชื่อของนางคือ เซี่ยชิงหลีหรือ”
“ขอรับ”
ชายชราลูบเคราขาวอย่างครุ่นคิด
“แซ่เซี่ย แซ่เดียวกับเด็กหนุ่มอัจฉริยะเมื่อหลายปีก่อน ช่างน่าเสียดายนักที่เขาต้องพิการไม่สามารถเข้าสอบรับราชการได้ พวกเขาสองคนรู้จักกันหรือไม่นะ เจ้าให้คนไปตรวจสอบดูสักหน่อย ข้าเองก็อยากรู้จักคนเก่งที่ช่วยชีวิตนายท่านของพวกเจ้าเอาไว้เช่นกัน”
ข่าวลือที่หญิงสาวผู้หนึ่งสามารถชุบชีวิตคนตายได้ถูกลือกระฉ่อนไปทั่วอำเภอหลิงหนาน ทว่าเจ้าตัวต้นเรื่องกำลังเพลิดเพลินซื้อของเพื่อกลับหมู่บ้านอย่างสบายอารมณ์
“พวกเรากลับมาแล้ว”
ร่างบางยังไม่ทันได้ก้าวลงจากเกวียนวัว ร่างสูงก็พุ่งเข้าอุ้มนาง
“ภรรยา อาเหิงคิดถึงเจ้า”
ท่าทางออดอ้อนเหมือนเด็กน้อยเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี เซี่ยชิงหลีลูบใบหน้าหล่อเหลาแผ่วเบา บรรยากาศรอบด้านช่างเป็นใจทำให้หวนนึกถึงวันที่ชายหนุ่มหอมแก้มนาง
พลันใบหน้างามก็ร้อนผ่าวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“อาเหิงเด็กดี ปล่อยข้าลงก่อน ข้ามีของฝากให้เจ้า”
ชายหนุ่มทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เซี่ยชิงเป่าเมื่อรู้ว่าพี่สาวกลับมาแล้วก็รีบวิ่งตามหานางทันที ส่วนคนอื่นๆ ช่วยกันขนย้ายข้าวของกลับเข้าเรือน
“พี่รอง ลูกอมของข้าอยู่ที่ไหน”
“นี่ของเจ้า เจ้าเด็กน้อย”
หญิงสาวหยิบถุงลูกอมน้ำตาลส่งให้น้องสาว ทั้งสามคนเดินกลับเข้าเรือนโดยมีสายตาของใครบางคนมองตามอย่างไม่พอใจ
“ก็แค่คนที่มาขออาศัย มีอันใดให้น่าภาคภูมิใจ ตระกูลหลี่รอก่อนเถอะ เมื่อใดข้าแต่งเข้าเป็นสะใภ้ทุกอย่างที่เป็นของพวกเจ้าจะต้องกลายมาเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
จูเป่าเอ๋อซ่อนกายแอบมองความรุ่งเรืองของตระกูลหลี่อยู่ห่างๆ เมื่อเห็นประตูหน้าเรือนปิดลง นางจึงสะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความริษยา
ภายในเรือนตระกูลหลี่
ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวที่ห้องโถงโดยพร้อมเพรียงกัน หญิงสาวเหลือบมองพวกเขาเล็กน้อยก่อนทำสิ่งที่ทุกคนต้องตกตะลึง
เสียง ตึง! ดังสะท้อนขึ้น เมื่อถุงผ้าเนื้อหนาที่อัดแน่นด้วยเงินหยวนเป่าและเหรียญทองแดงถูกเทลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าทุกคน ตั๋วเงินและเหรียญเงินกลมๆ กระเด็นกลิ้งไปคนละทิศละทาง บางเหรียญหมุนวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยุดลง
ท่ามกลางความเงียบของคนทั้งห้อง
ร่างบางยืนนิ่งสงบ ใบหน้างามไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวใด เส้นผมที่รวบไว้ด้วยปิ่นไม้ธรรมดากลับทำให้ความงามของหญิงสาวยิ่งเปล่งประกาย
“นี่คือเงินทั้งหมดที่ขายเห็ดสนได้ในวันนี้”