ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปห้ามเพราะทุกคนต่างก็รักชีวิตของตน อาการของชายทั้งสองตอนนี้แทบจะทนการทุบตีของนางไม่ไหวแล้ว
“อ๊าก!! ขอร้อง!! แม่นางอย่าตีอีกเลย พวกเรายอมแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”
เสียงร้องของคนเหล่านั้นไม่ต่างจากเสียงของหมูยามถูกเชือด แม้จะดังก้องสะท้านไปทั่วหมู่บ้านทว่ากลับมิสามารถทำให้หญิงสาวหยุดมือ การทุบตียังคงดำเนินต่อไป กระทั่งร่างสูงคว้าแขนของนางเอาไว้ จากนั้นดึงเซี่ยชิงหลีเข้ามากอด
เป็นอีกครั้งที่อาเหิงสามารถทำให้นางสงบลงได้
“ภรรยา อย่าตีอีกเลย”
ดวงตาที่เคยแดงก่ำบัดนี้กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม หญิงสาวแหงนหน้ามองร่างที่สูงกว่า พลันน้ำตาของนางได้ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ในชีวิตก่อน ตลอดชีวิตของหญิงสาวไม่เคยหลั่งน้ำตาอีกเลยหลังจากที่ถูกแม่แท้ๆ ทอดทิ้งให้อยู่กับพ่อเลี้ยง
บัดนี้เมื่อได้เห็นภาพของน้องสาวเลือดท่วมตัวทำให้นางสะเทือนใจจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้
“เป่าเอ๋อ...น้องได้รับบาดเจ็บ”
เซี่ยชิงหลีเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ หญิงสาวผละจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม เพื่อดูอาการของน้องเล็ก
“พี่รอง ท่านดูสิข้าไม่เป็นอะไรเลย เลือดพวกนี้เป็นของพี่อาเหิง”
ร่างบางเห็นว่าน้องสาวพูดความจริงจึงได้สงบลง ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากนางไม่สงบลงคิดว่าชายสองคนนั้นจะต้องถูกตีจนตายคามือของนางแน่
“แก!! นางใบ้ แกพูดได้ตั้งแต่เมื่อใด”
หญิงสาวเพราะโมโหจึงลืมตัวพูดออกมา แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว เพราะเรื่องในวันนี้ทำให้นางหาสาเหตุพาครอบครัวไปจากที่นี่ได้โดยไม่ถูกครหา
แม่เฒ่าหวังที่ถูกสะใภ้ใหญ่พยุงเดินเข้ามาในลานหน้ากระท่อมชี้หน้าหญิงสาวด้วยความเดือดดาล จางซุนโหรวเห็นว่าเซี่ยชิงหลีเลิกมีอาการคลุ้มคลั่งจึงรีบพุ่งเข้าไปดูพี่ชายทั้งสองทันที
“พี่ใหญ่!!พี่รอง!! พวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
แม้ร่างกายจะไม่มีร่องรอยบาดแผลเหวอะหวะและไม่มีเลือดออก ทว่าทั้งตัวของพวกเขาต่างเขียวช้ำไม่เว้นแม้แต่ใบหน้า อาการบาดเจ็บภายในร้ายแรงกว่าที่เห็นภายนอก
บุรุษทั้งสองอยากจะตะโกนด่าทอน้องสาวที่ไม่ยอมบอกว่ามีนักสู้ที่แข็งแกร่งอยู่ที่นี่ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากพวกเขาก็กระอักเลือดและหมดสติไป
“พี่ใหญ่!! พี่รอง!! หมอ!! เร็วเข้า…รีบตามหมอหลิวมาดูอาการของพี่ชายข้า”
“เซี่ยชิงหลี แกบอกมานะว่าแกพูดได้ตั้งแต่เมื่อใด”
แม่เฒ่าหวังยังไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ หญิงสาวผละจากน้องเล็กพลางเหลือบมองหญิงชราด้วยหางตา ท่าทางของนางเวลานี้ดูหยิ่งยโสจนทำให้คนเห็นแล้วอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้
“ข้าพูดได้หรือไม่เกี่ยวอันใดกับยายแกน่าตายเช่นท่าน”
น้ำเสียงเย็นเยียบถูกเปล่งออกจากริมฝีปากบาง แม่เฒ่าหวังกายสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าย่างสามขุมเข้าหาตน
“นางเด็กอกตัญญู กล้าเถียงคำไม่ตกฟาก นั่น!!...เจ้าคิดจะทำอะไร!! ถอยออกไปนะ!!”
“หุบปาก ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ให้คนไร้เหตุผลเช่นท่านมาโวยวาย”
หญิงสาวไม่สนใจแม่เฒ่าหวัง นางตะคอกหญิงชรา ก่อนจะเดินเข้าหาหัวหน้าหมู่บ้าน หญิงสาวคำนับชายชราตรงหน้าด้วยท่าทีอ่อนลง
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ทำให้ท่านต้องมาเห็นเรื่องน่าอายของบ้านเซี่ยแล้ว”
แม่เฒ่าหวังไม่คิดถอยเพียงเท่านี้ วันนี้จะต้องขับไล่เด็กสารเลวออกจากตระกูลเซี่ยของนางให้ได้ หากไม่มีบ้านเซี่ยแล้ว อยากจะรู้ว่าพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านพวกท่านดูสิ ท่านดูเด็กสารเลวคนนี้ มีที่ไหนผู้น้อยด่าผู้อาวุโสไม่เห็นหัวกันเช่นนี้ ท่านจะต้องขับไล่มันออกจากหมู่บ้านของเรา ไม่อย่างนั้นหากเด็กๆ ในหมู่บ้านเอาเยี่ยงอย่าง บรรพบุรุษที่อยู่ในหลุมคงได้ตายตาไม่หลับ”
หัวหน้าหมู่บ้านหลิวนามหลิวเจี้ยนกั๋วเป็นน้องชายแท้ๆ ของท่านหมอหลิวหย่ง ทั้งสองเป็นผู้ที่เคยได้ร่ำเรียนเขียนอ่านไม่ต่างจากผู้เฒ่าเซี่ยปู่ของเซี่ยชิงหลี อีกทั้งพวกเขายังเคยเป็นสหายร่วมสำนักศึกษา
ตั้งแต่เช้าตรู่ตะวันยังไม่ขึ้น ผู้เฒ่าเซี่ยก็เดินทางไปยังอำเภอหลิงหนานเพื่อไปหาบุตรชายคนเล็กที่เปิดร้านขายขนมหวานกับภรรยา ไม่คิดว่าผ่านไปเพียงไม่ถึงวันที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นอีก
“ใจเย็นๆ ก่อนแม่เฒ่าหวัง ที่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
หัวหน้าหมู่บ้านหลิวเอ่ยกับหญิงชราอย่างใจเย็น
“ยังจะให้ใจเย็นอะไรอีก พวกท่านไม่เห็นหรือว่านางเด็กปีศาจนี่ตีคนจนบาดเจ็บขนาดนั้นแล้ว”
แม่เฒ่าหวังรีบชิงฟ้องร้องก่อนที่เซี่ยชิงหลีจะได้ทันอธิบาย นางคิดว่าทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อเห็นหญิงสาวทุบตีคน พวกเขาย่อมจะต้องเข้าข้างตนเป็นแน่
แต่ใช้ไม่ได้กับหัวหน้าหมู่บ้านหลิว ชายชราที่ขึ้นชื่อเรื่องความเถรตรง ไม่เคยลำเอียงเข้าข้างคนผิด
“สองคนนั้นไม่ใช่คนในหมู่บ้าน พวกเขามาทำอะไรที่นี่”
เซี่ยชิงหลีที่ยืนอยู่ด้านข้างแอบขบขันท่าทางของหญิงชรา เมื่อเห็นใบหน้าของแม่เฒ่าหวังซีดลง
“เอ่อ....สองคนนี้เป็นพี่ชายของสะใภ้ใหญ่ วันนี้แค่แวะมาเยี่ยมเยียน แต่กลับถูกนางเด็กนั่นทำร้ายร่างกาย”
หญิงชราชี้หน้าหญิงสาวที่ยืนกลั้นขำอยู่ไม่ไกล ดูอย่างไรก็เป็นนางที่ถูกหัวหน้าหมู่บ้านสอบสวน
“แล้วหลี่ซางเป่าบ้านรองทำไมเลือดท่วมตัวเช่นนั้น”
“ข้า...ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเด็กนั่นไปเล่นซนจนได้รับบาดเจ็บที่ไหนมา”
หัวหน้าหมู่บ้านหลิวรู้แก่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นฝีมือของแม่เฒ่าหวัง ทว่าหากต้องเกิดการฟ้องร้องขึ้นก็คงไม่เป็นผลดีต่อบ้านรอง พวกเขาเวลานี้ต้องตกอยู่ในความทุกข์ยาก ทว่ากลับถูกผู้อาวุโสในเรือนกลั่นแกล้งซ้ำอีก
ชายชราถอนหายใจอย่างระอาต่อการกระทำของพวกเขา ดูเหมือนเซี่ยเหล่าเกินจะเลือกภรรยาผิดจริงๆ ไม่ควรแต่งหญิงหม้ายเข้ามาเป็นภรรยาตั้งแต่แรก แม้ลูกแท้ๆ ของตนก็หายตัวไปนับสิบปี หากไม่ใช่เพราะนางตระกูลเซี่ยจะตกต่ำลงเช่นนี้หรือ
“เอาล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งยังเป็นคนจากหมู่บ้านอื่น เช่นนั้นท่านคิดจะให้ข้าตัดสินอย่างไร หรือต้องการให้ข้าสอบสวนหลานสาวของท่านก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไรหากต้องการให้ตัดสินอย่างยุติธรรมก็ต้องฟังความทั้งสองฝ่าย”
“ไม่ได้!! หัวหน้าหมู่บ้านท่านก็เห็นแล้วว่าเด็กสารเลวผู้นี้ทุบตีทำร้ายผู้อื่น จับนางส่งทางการไปเลยดีกว่า ไม่ต้องสอบสวนแล้ว”
ดูนางสิ! ไร้เหตุผลสิ้นดี คิดว่าศาลาว่าการเป็นลานหน้าเรือนตระกูลเซี่ยหรืออย่างไร คิดอยากทำอะไรก็ได้ หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจอย่างเอือมระอา
ทั้งวี่ทั้งวันในหมู่บ้านมีแค่ตระกูลเซี่ยเท่านั้นที่เกิดเรื่องไม่หยุดหย่อน หากยังก่อเรื่องเช่นนี้ต่อไปกระดูกแก่ๆ ของตนคงจะทนไม่ไหวแน่
“หวังซื่อ เจ้าก็อายุเท่านี้แล้ว พูดจาให้มีเหตุผลหน่อย จะให้ข้าจับคนโดยไม่สอบสวนความผิดเช่นนี้ ชื่อเสียงของข้าจะยังมีใครเชื่อถือได้อีก”
“นั่น...ท่านก็แค่จับนางส่งทางการยังต้องใช้ชื่อเสียงอะไร”
แม่เฒ่าหวังเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มเมื่อเห็นสายตาจริงจังของหัวหน้าหมู่บ้าน
“ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน เป่าเอ๋อกำลังล้างหน้าอยู่ตรงนั้นกับพี่อาเหิง แต่คนเหล่านั้นมาจากที่ใดไม่รู้ พวกเขาขว้างถังไม้ใส่เป่าเอ๋อ พี่อาเหิงเอาตัวเข้ามารับแทนจนได้รับบาดเจ็บ พี่สาวโกรธมากจึงได้ตีพวกเขา”
เซี่ยชิงเป่าพูดไปพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น เด็กน้อยอายุแปดขวบแต่ตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกันเพราะขาดสารอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ยามเมื่อหลั่งน้ำตาดูน่าสงสารกว่าปกติ
ชาวบ้านเห็นท่าทางอัดอั้นของเด็กน้อย ทั้งร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดนั่นยิ่งทำให้นางดูน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม หลายคนอดที่จะหลั่งน้ำตาเพราะความสงสารมิได้
หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ไม่คิดว่าคนบ้านเซี่ยจะมีจิตใจอำมหิตเช่นนี้ หากถังไม้ใบใหญ่ตกลงบนตัวเด็กน้อย ถ้าไม่ตายวันหน้าครึ่งชีวิตคงต้องนอนเจ็บอยู่บนเตียงแล้ว
เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น หลี่หลันฮวาที่นอนเจ็บอยู่ภายในกระท่อมได้ยินทั้งหมด นางที่เป็นมารดาไม่อาจปล่อยให้ลูกๆ ต้องเผชิญความยากลำบากโดยที่ตนไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ วันนี้แม้ต้องตายนางก็จะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขารังแกครอบครัวของตนอีก