Prologue

2199 Words
Prologue ภายในซอกตึกเก่าคร่ำครึย่านหลังมหาวิทยาลัยที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากถังขยะและแมวไร้บ้าน กลับซ่อนบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่เป็นทางเข้าสู่โลกอีกใบ เสียงเบสหนัก ๆ ดังทะลุออกมาจากด้านในทันทีที่ประตูถูกผลักออก กลิ่นเหล้าผสมกับควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีแดงสลัวของ “BLACK VAULT” ผับใต้ดินที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปแค่เดินผ่านยังไม่กล้ามอง อย่าว่าแต่จะก้าวเท้าเข้าไปข้างในเลย เพราะที่นี่มันคือแหล่งรวมของพวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด และพวกที่รักในความรุนแรงพอ ๆ กับรสชาติของแอลกอฮอล์ แต่สำหรับพวกเขา... ที่นี่มันคือที่ประจำ เสียงเพลง EDM จังหวะหน่วง ๆ ที่กำลังกล่อมสารทนักท่องเที่ยวเงียบลงไปจังหวะหนึ่งตอนที่ร่างสูงในชุดเสื้อ ช็อปสีแดงห้าคนเดินลงบันไดวนเหล็กมาอย่างช้า ๆ ความสูงโปร่งและออร่าที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างดูเย็นเยียบขึ้นมาทันที เสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีรอยเปื้อนคราบจาง ๆ ของบางสิ่งที่ดูเหมือนเลือดสลับกับสัญลักษณ์เฟืองทองเหลืองบนอกเสื้อ มันเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าที่บอกให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเข้าไปวุ่นวายถ้าไม่จำเป็น "พวก RED มาว่ะ" ใครบางคนกระซิบเบา ๆ จากมุมโต๊ะด้านในขณะที่พยายามหดตัวให้เล็กลง "เชี่ย... คืนนี้กูว่าได้มีเรื่องแน่ ดูหน้าไอ้ขุนทัพดิ" "มึงเบาเสียงดิ เดี๋ยวขุนทัพได้ยินมันจะเดินมาเขกกระโหลกมึงเอา" พนักงานที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์รีบหลบสายตาทันทีตอนที่ ราม เดินผ่าน ลมหายใจของทุกคนติดขัด รามเดินนำหน้ากลุ่มด้วยใบหน้าเรียบเฉย มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด สายตาคมจัดมองตรงไปข้างหน้าข้ามหัวผู้คนรอบข้าง ความนิ่งและสันจมูกคมกริบสร้างแรงกดดันจนคนรอบตัวต้องก้มหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ บุหรี่ที่คาบไว้ตรงมุมปากยังคงนิ่งสงบ รอยแผลจาง ๆ ตรงหลังมือที่เป็นรอยเย็บยาวประมาณสองเซนติเมตรยิ่งตอกย้ำถึงความน่าเกรงขามในตัวเขาอย่างชัดเจน "โต๊ะเดิม" เขาบอกพนักงานสั้น ๆ แค่นั้น เสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบจนพนักงานคนนั้นต้องรีบก้มหัวรับ "ค...ครับพี่ราม เชิญทางนี้เลยครับ" พนักงานรีบเดินนำไปยังโซนวีไอพีที่ยกระดับสูงขึ้นมาจากพื้นปกติ ซึ่งเป็นมุมที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งร้าน แต่กลับไม่มีใครกล้ามองขึ้นมา ขุนทัพ เดินตามมาติด ๆ เขาคือคนที่ตัวใหญ่และดูดุดันที่สุดในกลุ่ม เสื้อช็อปถูกปลดกระดุมทิ้งไว้สองเม็ดเหมือนรำคาญความอึดอัด เผยให้เห็นรอยสักรูปเฟืองที่ต้นคอและรอยช้ำจาง ๆ ตรงไหปลาร้าที่ดูเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาโยนกุญแจบิ๊กไบค์ลงโต๊ะเสียงดัง ปัง! ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีดำจนมันยุบลงไปตามแรงกระแทก "เหล้าเดิม" ขุนทัพส่งเสียงสั่งพนักงานที่ตามมาติด ๆ "เอาเหมือนเดิมทุกคนไหมพี่?" "เออ เร็วหน่อย กูหงุดหงิด" ขุนทัพตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่บอกชัดว่าความอดทนเขามีจำกัด เด็กเสิร์ฟรีบพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีแทบไม่ทัน ขุนทัพปรายตามองไปทางโต๊ะข้าง ๆ ที่มีกลุ่มวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มอยู่ แล้วเขาก็ยิ้มมุมปากช้า ๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความใจดีเลยแม้แต่นิดเดียว "ถ้ามึงยังไม่เลิกมองน้องเขา กูจะควักลูกตามึงทิ้งนะ" เขาส่งเสียงพูดขึ้นลอย ๆ แต่แววตานิ่งสนิทจับจ้องไปที่ชายคนหนึ่งในโต๊ะนั้นที่เผลอมองตามร่างของรุ่นน้องผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะพวก RED ไป ผู้ชายคนนั้นสะดุ้งสุดตัวและรีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันทีด้วยความกลัว "ข...ขอโทษพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ" ขุนทัพหัวเราะในลำคออย่างพอใจ "กลัวเป็นด้วยเหรอวะ นึกว่าเก่งแต่จ้อง" "มึงก็เล่นซะเขาจะฉี่ราดอยู่แล้ว" จอมขวัญ พูดขำ ๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบแต่ยังไม่ได้จุดเหมือนกัน เขาเป็นคนที่ดูมีชีวิตชีวาที่สุดในกลุ่ม รอยยิ้มเจ้าชู้และท่าทางขี้เล่นของเขาทำให้เขาดูเข้าถึงง่าย แต่ความจริงแล้วจอมขวัญคือคนประเภทที่ "ยิ้มฆ่าคน" ได้อย่างเลือดเย็นที่สุด "ก็กูรำคาญสายตา มองเหมือนไม่เคยเห็นคน" ขุนทัพบ่นอุบ "ใจเย็นดิ มึงทำคนอื่นเขากลัวจนเหล้าจืดหมดแล้ว" วินทร์ พูดขึ้นพลางถอดแว่นสายตาออกมาเช็ดด้วยชายเสื้อช็อปอย่างช้า ๆ ท่าทางของเขาดูสุขุมและเป็นระเบียบที่สุด หน้าตาสะอาดสะอ้านเหมือนพวกนักศึกษาเกียรตินิยมทั่วไป แต่คนที่รู้จักวินทร์จะรู้ว่าคนนี้ร้ายลึกและฉลาดเป็นกรด เขาไม่จำเป็นต้องออกแรงใช้กำลังให้เหนื่อย แค่คำพูดนิ่ง ๆ ไม่กี่ประโยคกับแผนการที่วางไว้อย่างแยบยล ก็ทำให้คนฟังเสียสติหรือหายไปจากวงโคจรได้แล้ว "หรือมึงอยากให้เขารู้ว่ามึงเพิ่งต่อยกับไอ้พวกวิศวะไฟฟ้ามาเมื่อคืน" วินทร์พูดยิ้ม ๆ ขณะสวมแว่นกลับเข้าที่ ขุนทัพแสยะยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน "ก็สมควรโดน" "เขาทำไรมึงอีกล่ะ" จอมขวัญถามอย่างอยากรู้อยากเห็น "มองแรงใส่น้องปีหนึ่งคณะเราตอนเดินผ่านลานเกียร์" จอมขวัญหลุดหัวเราะออกมาทันที "เหตุผลเหี้ยมาก แค่มองแรงเนี่ยนะ?" "แต่มันสะใจดี มึงก็น่าจะรู้ว่ากูไม่ชอบให้ใครมาเบ่งใส่" ขุนทัพตอบพลางรับแก้วเหล้าจากพนักงานมาจิบ ภูผา นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ราม มือหนาหมุนแก้วเบียร์ไปมาอย่างช้า ๆ เขาแทบไม่ปริปากพูดเลยตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าผับมา แต่ความนิ่งของเขากลับทรงพลังอย่างประหลาด ภูผาเป็นคนตัวสูง ไหล่กว้าง และมีใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนอื่นในกลุ่ม เขาเป็นเหมือน "เบรก" ของกลุ่ม RED ENGINEERING คอยทำหน้าที่ห้ามทัพและตัดสินใจในเวลาที่เพื่อนคนอื่นกำลังเดือดจัด และเขาก็เป็นคนเดียวที่ขุนทัพยอมเกรงใจ "คืนนี้อย่ามีเรื่อง" ภูผาพูดขึ้นเรียบ ๆ สายตามองไปที่แก้วเบียร์ในมือ ขุนทัพยกไหล่แบบไม่หยี่ระ "ก็ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก่อนอ่ะนะ" "แล้วถ้ามี?" วินทร์ลองเชิงถามนิ่ง ๆ ขุนทัพยิ้มช้า ๆ แววตาเป็นประกายวาววับ "ก็ซวยเอง ช่วยไม่ได้" "พนันกันป่ะ คืนนี้ต้องมีคนร้องไห้" จอมขวัญพูดขัดจังหวะขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเอนตัวพาดพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวสับไพ่ในมือเล่นไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทักษะการเล่นไพ่และการพนันของจอมขวัญคืออันดับหนึ่ง และเขาก็ใช้มันในการอ่านใจคนมานักต่อนัก "เมื่อคืนมึงก็ทำผู้หญิงร้องไห้ไปแล้วคนนึงไม่ใช่เหรอ" วินทร์แขวะนิ่ง ๆ พลางจิบเครื่องดื่มของตัวเอง จอมขวัญหัวเราะลั่นอย่างคนอารมณ์ดี "ช่วยไม่ได้ว่ะ คนสวยมักชอบคนเลว กูผิดตรงไหนล่ะ? ในเมื่อเขาเดินมาหากูเอง" "มึงไม่ได้เลว" จอมขวัญชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงของคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างรามเอ่ยขึ้น ทุกคนในโต๊ะหันไปมองรามเป็นตาเดียว จอมขวัญเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย "อ้าว แล้วไงวะไอ้ราม กูไม่ใช่คนเลวแล้วกูเป็นคนแบบไหน?" รามคีบบุหรี่ออกจากปากช้า ๆ พ่นควันจาง ๆ ออกมา (แม้ว่าผับจะห้ามสูบแต่สำหรับเขามันคือข้อยกเว้น) ก่อนจะสบตาจอมขวัญแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดแต่เจ็บแสบที่สุด "มึงมันเหี้ย" ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะไปเพียงวินาทีเดียว ก่อนที่ขุนทัพจะหลุดหัวเราะก๊ากออกมาคนแรก ตามด้วยวินทร์ที่ส่ายหน้าขำ ๆ แม้แต่ภูผายังแอบกระตุกยิ้มมุมปาก "เชี่ยราม! ฮ่า ๆ ๆ ๆ กูชอบว่ะ คำนี้แม่งโดน!" ขุนทัพตบเข่าฉาด จอมขวัญส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ แต่รอยยิ้มเจ้าชู้ยังไม่หายไปจากหน้า "เออ ขอบคุณสำหรับคำชมครับพ่อคนดี มึงนี่แม่ง... ปากหมาเหมือนเดิม" บทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการพักผ่อนของกลุ่มเพื่อนสนิทดำเนินไปท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง... เพล้ง! เสียงแก้วแตกละเอียดดังสนั่นมาจากบริเวณกลางร้านซึ่งเป็นโซนเต้น เสียงเพลงที่เคยดังดูเหมือนจะเบาลงไปทันทีในความรู้สึกของทุกคน ทุกสายตาในผับหันไปมองที่จุดเดียวกัน ที่ตรงนั้น หญิงสาวผมยาวในชุดเดรสสัดส่วนเป๊ะกำลังถูกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมกระชากแขนไว้อย่างแรงจนเธอแทบจะถลาไปตามแรงดึง ใบหน้าสวยของเธอซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด "บอกว่าไม่ไปไง! ปล่อยนะไอ้บ้า!" เสียงเธอสั่นเทาและพยายามขัดขืน "มึงเป็นเมียกู จะกลับกับกู!" ผู้ชายคนนั้นตะคอกกลับเสียงดังจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน เขาดูเหมือนคนเมาที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ "ปล่อยนะ! เจ็บ! เราเลิกกันไปแล้วนะ!" เธอตะโกนใส่หน้าเขา ชายคนนั้นสบถคำหยาบคายออกมาอย่างน่ารังเกียจ ก่อนจะง้างมือขึ้นสูงตั้งท่าเหมือนจะตบลงบนใบหน้าขาวนั่นอย่างเต็มแรง ผู้คนรอบข้างเริ่มถอยห่าง ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเพราะกลัวจะโดนลูกหลง วินาทีต่อมา— โครม! เก้าอี้เหล็กที่วางอยู่ใกล้ ๆ กับโต๊ะของกลุ่มวิศวะถูกถีบกระเด็นไปปะทะกับกำแพงเสียงดังสนั่น รามลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อช็อปสีแดงดูน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างบอกไม่ถูก ดวงตานิ่งจัดของเขาจับจ้องไปที่ผู้ชายคนนั้นที่กำลังจะทำร้ายผู้หญิง ทั้งผับเงียบกริบจนไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงลมหายใจและการสั่นของลำโพง ขุนทัพยิ้มมุมปากทันที แววตาที่เคยหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นประกายตื่นเต้นเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจะได้ออกล่า "เอาแล้วไง งานมาว่ะ" วินทร์ดันแว่นขึ้นช้า ๆ พลางถอนหายใจแบบไม่จริงจังนัก "กูนึกว่าจะจบคืนนี้แบบสงบ ๆ ซะอีก" จอมขวัญหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ พร้อมกับเก็บไพ่ที่สับอยู่อย่างรวดเร็ว "พนันชนะแล้วหนึ่ง บอกแล้วคืนนี้ต้องมีคนร้องไห้" ส่วนภูผา... เขาเพียงถอนหายใจยาวช้า ๆ แล้ววางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะด้วยน้ำหนักที่สม่ำเสมอ เขาไม่ได้ขัดศรัทธาเพื่อน แต่คำพูดถัดมาของเขามันคือคำอนุมัติกลาย ๆ "เบา ๆ มือหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวร้านเขาพังหมด" รามไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน เขาเพียงแค่ก้าวขาเดินลงจากโซนวีไอพีมุ่งหน้าตรงไปยังกลางร้านด้วยจังหวะที่มั่นคงและกดดัน ทุกฝีก้าวที่เขาก้าวผ่านทำให้นักเที่ยวรอบ ๆ ต้องถอยร่นเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ เพราะทุกคนในย่านนี้รู้ดีว่า... ถ้ารามลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อไหร่ แปลว่าความสงบสุขได้จบลงแล้ว และมันจะไม่มีวันจบลงง่าย ๆ จนกว่าเขาจะพอใจ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งความคลั่งของพวก RED ENGINEERING ได้อีกต่อไปเมื่อเกียร์มันเริ่มหมุน รามเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังชายขี้เมาคนนั้น มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อมือของชายคนนั้นที่กำลังกำแขนหญิงสาวไว้ แรงบีบจากนิ้วเรียวของรามทำให้ชายคนนั้นถึงกับหน้านิ่ว "มึงเป็นใครวะ! อย่ามาเสือก!" ชายขี้เมาหันมาตะคอกใส่ราม รามไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่สายตาที่เขามองกลับไปมันว่างเปล่าจนน่าขนลุก เขาค่อย ๆ ออกแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบา ๆ "กูบอกให้ปล่อย..." รามพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด "ถ้ามึงไม่ปล่อย... กูจะทำให้มึงจำคืนนี้ไปจนตาย" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะระเบิดออกมาในทุกวินาที นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความดาร์คและความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเฟืองสีแดงเริ่มทำงาน... ทุกอย่างที่ขวางหน้าก็จะถูกบดขยี้ไม่เหลือซาก!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD