ตลอดระยะทางที่เราเดินออกมา นักศึกษาคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ บริเวณต่างพากันหันมามองทางเรากันเป็นทางเดียวเหมือนเป็นจุดสนใจ เป็นคนดังอะไรประมาณนั้น เเต่คงไม่ใช่ฉันที่พวกเขาสนใจ คงจะเป็นคนที่จับข้อมือพาฉันเดินออกมามากกว่า
แล้วทำไมเขาถึงมาจับมือฉันได้
ฉันยอมเดินตามเขาเหมือนลูกแมวแสนเชื่องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะพาไปไหน
“เป็นไรไหม” ใบหน้าหล่อเหลาหันมา เเค่คำถามเดียวของเขาก็ทำเอาฉันลืมความเจ็บไปชั่วขณะ
“….”
“เเดงไปหมดเเล้ว” พี่เขาจับฝ่ามือของฉันที่โดนข้าวต้มร้อนๆ ลวกขึ้นมาดู เเละตอนนี้ข้อมือฉันมันก็เเดงมากๆ รู้สึกแสบ ๆ ร้อน ๆ ไปหมด
ที่นี่เป็นตึกของเด็กเเพทย์เเต่ก็พ่วงไปด้วยโรงพยาบาลขนาดกลางๆ ที่ทำให้นักศึกษาเเพทย์ได้ทำงานปฏิบัติจริง
ฉันเข้ามานั่งอยู่ในห้องปฐมพยาบาล โดยมีพี่นักศึกษาเเพทย์กำลังทำแผลให้ จนกระทั่งทำแผลเสร็จก็ได้รู้ว่าพี่ผู้หญิงคนนี้ชื่อของขวัญเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่รุ่นเดียวกับพี่ซันไชด์ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน
……….
“พี่ซันไชน์ ขอบคุณนะที่พี่ช่วยวาไว้ตั้งสองครั้งเเล้ว”
ร่างสูงโปร่งของคนตรงหน้า เขาดูดีในชุดเสื้อช็อปคณะวิศวะสีเเดงเลือดหมู...ให้ตายเถอะ คนอะไรดูฮอตเป็นบ้า
“ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่เป็นเพื่อนพี่ดีเเลน”
“หิวไหม ยังไม่ได้กินข้าวเลยนิ”
อ่าว พูดเปลี่ยนเรื่องจนฉันแทบตามไม่ทัน นี่เขาไม่สนใจสิ่งที่ฉันพูดไปเลยเหรอ
“พี่พาไปกินข้าวข้างมหาลัย ไปป่ะ “
พี่เขาดูแตกต่างจากวันเเรกที่เราเจอกันมากโข... ก็วันนั้นเขาดูรำคาญ แถมยังเย็นชากับฉันจะตายไป...หรือว่าวันนี้อารมณ์ดีถึงได้ดูเปลี่ยนไป
โลกเหวี่ยงให้ฉันเข้ามาใกล้พี่เขาอีกจนได้ เเบบนี้ไม่เรียกว่าพรหมลิขิตจะให้เรียกว่าอะไร
……………
……………………
…………………………….
เรื่องราวในวันนั้นมันดีมาก …จนฉันเก็บมานอนฝันหวานไปหลายคืนเลยรู้ไหม
เเละฉันก็มีข้ออ้างที่จะเเวะไปหาพี่ซันไชน์ที่ตึกคณะเรียนถึงสองสามครั้งเเล้วเพียงเพราะซื้อของไปตอบเเทนที่เขาช่วยฉัน
ชีวิตมหาลัยของฉันแฮปปี้มากจนลืมลืมเรื่องราวแย่ๆ ที่เคยเกิดขึ้น เรียกได้ว่าโลกสดใสเป็นสีชมพูสุดๆ