7

1131 Words
ร้านซาลาเปาสกุลจู “เจ้าแน่ใจเหรออาเกอ ฟังผิดไปหรือเปล่า” จูอินชักสีหน้าและน้ำเสียงแสดงความไม่เชื่อ “ไม่ผิด ข้าถามแล้วถามอีก คำตอบก็ยังเป็นอาซิน” “ไม่จริง ข้าจะไปถามพ่อบ้านโปให้รู้เรื่อง” “อาอิน อย่าหุนหันได้ไหม” “ท่านอยู่เฉย ๆ เถิด เรื่องนี้ข้าใจเย็นไม่ได้หรอก” “ทำไม เจ้าโมโหอะไรนัก” “นางจะโชคดีกว่าลูกสาวของเราได้อย่างไร” “แล้วอาซินไม่ใช่ลูกสาวของเจ้าหรือ” จูเกอได้แต่ถอนหายใจ “เจ้าเกลียดอาหูเพราะเหตุใดกันแน่อาอิน เกลียดที่เขาแต่งงานกับเจ้า หรือเกลียดที่เขาตายก่อนเวลาอันควร แต่ถึงเจ้าจะเกลียดเขาเจ้าก็ไม่ควรเกลียดลูกตัวเอง” “ข้าเกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา เพราะเขาข้าถึงต้องกลายเป็นหญิงม่าย เพราะเขาข้าถึงกลายเป็นลูกอกตัญญู ต้องทิ้งพ่อแม่มาอยู่ต่างถิ่นต่างเมือง” นางโยนความผิดที่ตัวเองเป็นคนทำให้กับอดีตสามีทั้งหมด “เจ้าควรจะคิดสักนิดก่อนที่จะพูดคำพวกนี้ออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะอาหูแม่เจ้าอาจจะตายไปนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอาหูเจ้าอาจจะกลายเป็นทาสของผู้มีอันจะกินหลังใดหลังหนึ่ง เห็นแก่ความดีของเขาบ้างเถิดนะ” ตำหนินางรุนแรงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เป็นสามีภรรยากันมาเกือบสิบแปดปี “อย่าใจดำนักเลยอาอิน” “เจ้ากล้าต่อว่าข้าเพื่ออาหูเลยหรืออาเกอ” “ข้าแค่อยากเตือนสติเจ้าเท่านั้น หวังว่าเจ้าจะคิดได้ ต่อไปนี้จะทำอะไรก็ใช้สติให้มาก อย่าเอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้งอีก..รับปากข้าสิ” จูอินมองหน้าสามีน้ำตาคลอเบ้า เสียใจที่ถูกเขาตำหนิ คนที่พูดน้อยอย่างเขา คนที่แทบจะไม่เอ่ยปากพูดอะไรถ้าไม่จำเป็น มาวันนี้กลับต่อว่านางหลายคำ ต้นเหตุล้วนมาจากไป๋ซินซิน “เพราะนางสินะ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน มองภรรยาด้วยสายตาไม่เข้าใจความหมาย “เจ้าคิดไม่ซื่อกับนาง” “อาอิน!!! นางเป็นลูกของข้านะ!” แผดเสียงเตือนสติที่คิดบัดสีของภรรยา จูอินผลักอกสามีเต็มแรง ใบหน้าแดงจัดด้วยความโมโหหึง “นางไม่ใช่ลูกของเจ้า!! นางไม่ใช่ลูกเจ้า! นางเป็นลูกของคนแซ่ไป๋ คนที่ข้าจุดธูปสาปแช่งให้มันตายไปแล้วโน่น!!! ได้ยินไหม ๆ ๆ” ฉาด!! จูเกอตกใจกับคำพูดที่ได้ยิน มองภรรยาที่ล้มไปกองกับพื้น “เจ้าพูดอะไรออกมาอาอิน เจ้าพูดอะไรออกมา” คิดว่าตัวเองตะคอกถามเสียงดังออกไป แต่จริง ๆ แล้วแสนเบาราวกระซิบ จูอินได้สติเพราะแรงตบของสามี ความโกรธเปลี่ยนเป็นความกลัวอยู่ภายในใจ นางไม่ได้เป็นคนฆ่าเขาให้ตาย นางไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นความบังเอิญ หรือเป็นเพราะคำขอของนาง..มันก็กัดกร่อนอยู่ลึก ๆ ในใจมาตลอดสิบแปดปี “ข้าขอโทษ ข้าแค่พูดไปเพราะความโมโห อย่าถือสาเลยนะ” ไม่ว่าอย่างไร นางก็ไม่อยากให้เขามองด้วยสายตาแบบนี้ “..อาหูคือเพื่อนรักของข้า อย่าพูดถึงเขาในทางที่ไม่ดีให้ข้าได้ยินอีก ระวังปากของเจ้าเอาไว้บ้างก็ดี” เขาตกใจกับคำพูดพลั้งปากของภรรยามาก แม้เรื่องมันผ่านมาแล้วถึงสิบแปดปี แต่เมื่อนึกถึงเด็กสาวผู้อาภัพเขาก็ต้องขู่นางเอาไว้บ้าง อาซินเอ๋ย ตลอดสิบแปดปีมานี้ข้าพยายามจะดูแลเจ้าอย่างดีเท่าที่ทำได้ ข้าอยากให้เจ้ารู้เหลือเกิน ที่ข้าเย็นชาต่อเจ้าไม่ใช่เพราะเกลียดเจ้า แต่ข้าเกรงว่าถ้าทำดีกับเจ้า จะทำให้เจ้าลำบากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ เจ้าใช้ชีวิตน่าสงสารมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ควรได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้แล้ว จูอินประคองตัวเองลุกขึ้นยืน “เจ้ารักเพื่อนมากกว่าข้าที่เป็นเมียอีกหรืออาเกอ” หูเกอมองใบหน้าที่ปรากฏรอยแดงชัดเจนด้วยความสงสาร.. เขารักนาง รักมากจนยอมทรยศเพื่อน รักมากจนทำให้สตรีนางหนึ่งที่กำลังจะแต่งงานกันต้องอับอาย เพราะเขาดันพาเมียเพื่อนที่เพิ่งคลอดลูกหนีมาด้วยกันก่อน เขายอมกลายเป็นคนเลวในสายตาชาวบ้าน ยอมทิ้งพ่อแม่ที่ต้องแบกรับความอัปยศนี้เพื่อมาเริ่มต้นกับนางที่นี่ แต่ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมใจอ่อนกับนางอีกเด็ดขาด ตั้งแต่วันนี้เขาต้องทำใจให้แข็งดั่งหินเข้าไว้ “เจ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจนะอาอิน” “ข้ากับนางเจ้ารักใครมากกว่ากัน” จูอินรีบหลับตาเบี่ยงหน้าหนี เมื่อเห็นสามียกมือขึ้นพร้อมสายตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ จูเกอหักห้ามใจอย่างมาก ค่อย ๆ ชักมือกลับมาที่ข้างตัว มองสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา เป็นมารดาลูกสาม “ข้าตัดสินใจจะยกอาซินให้ท่านเติ้ง บอกให้เจ้ารู้ไว้แค่นี้” นี่คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อเด็กสาวคนนั้น “ท่านจะไปไหน” “ข้าจะไปให้คำตอบกับท่านพ่อบ้าน” “เวลานี้คงไม่เหมาะ พรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้” เห็นสามีทำท่าลังเลก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ จับมือข้างหนึ่งของเขาขึ้นมา “อาเกอ ข้ารู้ตัวดีว่าข้าเป็นแม่ที่ดีของนางไม่ได้ แต่ตอนนี้ข้าคิดได้แล้ว ให้นางแต่งงานออกเรือนไปก็ดี จะได้ไม่ขัดหูขัดตาข้าอีก” เขามองภรรยาด้วยสายตาจับผิด แต่ไม่เห็นความผิดปกติอันใดก็เริ่มคลายใจ “พรุ่งนี้ข้าจะไปให้คำตอบแก่ผู้เฒ่าโป” “เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด” ความไม่ไว้ใจกลับมาในแววตาของหูเกออีกครั้ง “อย่ามองข้าแบบนั้นสิ เรื่องนี้ต่อให้ต้องฝืนใจข้าก็อยากทำหน้าที่แม่ที่ดีสักครั้ง เชื่อใจข้าเถิดนะอาเกอ” “ก็ได้” “งั้นเรามาดื่มเหล้ากันสักกาเถิด ฉลองที่ข้าจะได้อยู่อย่างสุขใจ ได้อยู่แบบครอบครัวของเราจริง ๆ สักที” แม้อยากโต้แย้งคำพูดของนาง แต่เขาปิดปากเงียบเสีย เพื่อให้คลื่นลมสงบไปจนถึงวันแต่งงานของไป๋ซินซิน ‘อาหูเอ๋ย ข้าอาจจะเป็นเพื่อนที่แสนชั่วช้าในสายตาของเจ้า แต่ข้าก็พยายามอย่างที่สุดแล้วเพื่อลูกสาวของเจ้า หวังว่าเจ้าจะยกโทษให้ข้า’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD