คำตอบที่ได้ยินทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ใบหน้าถมึงทึงด้วยความโมโหในการกระทำของภรรยา โมโหจนจุกอกจนต้องใช้มือช่วยขยี้
“หรือเจ้าไม่รู้เรื่องนี้”
“นางเคยพูดถึงผู้เฒ่าเสิ่นหลังจากที่ข้าบอกเรื่องที่ท่านจะแต่งอาซินเข้าบ้าน เราสองคนมีความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องนี้ นางอยากให้อาซินแต่งเข้าสกุลเสิ่น แต่ข้าก็ปฏิเสธชัดเจน ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะให้อาซินแต่งงานกับท่าน นางก็รับปากข้าดิบดี ขอมาคุยเรื่องนี้กับพ่อบ้านโปเอง ดังนั้นที่ข้าเห็นอาซินร้องไห้วันนี้ ข้าจึงเข้าใจว่านางไม่อยากแต่งงานกับท่าน”
“เหตุใดฮูหยินจูถึงอยากให้นางแต่งกับผู้เฒ่าเสิ่นมากกว่าข้า” แม้จะรู้เหตุผลแต่ก็อยากจะถามลองเชิงให้แน่ชัด เพราะอยากรู้ว่าคนผู้นี้มีความหวังดีและจริงใจ ให้หญิงสาวที่เป็นเพียงลูกเลี้ยงเพียงใด
“ตามที่เราคุยกัน นางอยากให้อาซินได้แต่งกับผู้เฒ่าเสิ่น เพราะเขารับปากนางว่าจะแต่งอาซินเป็นเมียเอก ทำให้นางมั่นใจว่าอาซินจะมีอนาคตที่มั่นคงกว่าแต่งกับท่าน”
“แล้วแต่งกับข้าไม่มั่นคงอย่างไร เจ้าก็เห็นว่าข้ามั่งคั่งเพียงใด”
“.....”
“พูดมาเถิด ผิดพลาดตรงไหนข้าจะได้แก้ต่างกับท่านวันนี้เลย ข้าสู้ผู้เฒ่าเสิ่นไม่ได้ตรงไหน”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นเลยนายท่าน นางบอกว่าในฐานะของแม่ นางก็แค่เป็นห่วงลูกสาวมากเกินไป นางบอกว่าท่านเคยหย่าภรรยามาแล้วหลายคน ใครที่ไม่สามารถมีลูกให้ท่านได้ภายในสามปี ท่านก็จะมอบหนังสือหย่าแล้วขับพวกนางออกจากคฤหาสน์ นางจึงกลัวว่าท่านจะทำกับลูกสาวของนางแบบนั้นด้วย”
“อ้อ ที่แท้ข้าก็บกพร่องตรงจุดนี้นี่เอง.. แต่ตัวเจ้าก็ยังอยากให้นางแต่งเข้าสกุลเติ้งของข้ามากกว่าสกุลเสิ่น”
“เราไม่ควรฟังเสียงลมแล้วคิดว่าจะมีฝน.. ข้าอาจจะคิดผิดก็ได้ แต่ข้าก็ยังมั่นใจว่านางจะมีชีวิตที่ดีเมื่ออยู่กับท่าน อยู่กับท่านนางอาจจะได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้เรียนหนังสือ ได้เล่นดนตรี ได้เย็บปักถักร้อย ชีวิตนางน่าจะสงบสุขกว่าการไปอยู่กับผู้เฒ่าเสิ่น เพราะสิ่งที่คนอื่นพูดถึงท่านข้าไม่เคยเห็น แต่กับผู้เฒ่าเสิ่นคนนั้นเขารู้เห็นกันทั้งตัวเมืองเทียนสิน”
“เช่นนั้นก็ยืนยันได้ว่าเจ้าไม่ได้เห็นด้วยกับฮูหยินจู”
“ใช่ แต่ข้าก็มีเรื่องที่ต้องตกลงกับท่านเหมือนกัน”
“ว่ามา”
“ท่านต้องทำหนังสือสัญญากับข้าว่าจะไม่เขียนหนังสือหย่าให้นาง ต่อให้นางไม่สามารถมีลูกให้ท่านได้ ท่านก็ต้องดูแลนางไปตลอดชีวิต ได้หรือไม่”
“แต่ข้าคงมีนางคนเดียวไปตลอดชีวิตไม่ได้” เขาหยั่งเชิง
“เรื่องนั้นขอแค่ท่านเมตตาสงสารนาง อย่าให้ภรรยาอื่นข่มเหงนางก็พอ อาซินเป็นเด็กรู้ความ ถ้าท่านเบื่อนางก็แค่ส่งนางไปอยู่ห้องที่ไกลเรือนใหญ่ที่สุด จะอยู่ติดกำแพงหรืออยู่ใกล้กับคอกม้า นางก็จะอยู่อย่างเจียมตัว ไม่กวนใจท่านอีกแน่”
“แล้วท่านจะทำอย่างไรกับผู้เฒ่าเสิ่น”
“เรื่องนั้นข้าจะคุยกับเมียข้าเอง ท่านก็รีบจัดการหาฤกษ์ยามส่งเกี้ยวไปรับตัวอาซินก็พอ”
“ข้าเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดไว้สิ เจ้าอยู่กับเมียมาเกือบยี่สิบปี คงรู้นิสัยนางดีกว่าข้า”
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะพยายามช่วยอาซินแต่งเข้าสกุลเติ้งของท่านให้ได้”
บ้านสกุลจู
“ข้าตกลงรับคำผู้เฒ่าเสิ่นไปแล้ว อย่างไรนางก็ต้องแต่งเข้าสกุลเสิ่น” จูอินเสียงแข็งใส่สามีต่อหน้าลูกทั้งสาม
“แต่ข้ารับปากท่านเติ้งไปก่อนแล้ว ข้าผิดคำพูดไม่ได้เช่นกัน” จูเกอพยายามพูดอย่างใจเย็น
“แล้วอย่างไรเล่า ข้าไม่อยากให้นางแต่งกับท่านเติ้ง อย่างนางเหมาะกับผู้เฒ่าเสิ่นที่สุดแล้ว”
“นางเพิ่งจะสิบแปดเท่านั้น จะเหมาะกับคนแก่คราวปู่ได้อย่างไร”
“ข้าว่าเหมาะก็คือเหมาะ เจ้าหุบปากไปได้แล้วอาอิน”
“นางต้องแต่งกับท่านเติ้ง ข้ารับปากเขาไปแล้ว และจะไม่คืนคำเด็ดขาด”
“เช่นนั้นก็ให้หนี่เอ๋อร์แต่งแทน”
ปัง!!
“นี่เจ้าเสียสติไปแล้วเหรอ!!”
จูอินสะท้านไปด้วยความกลัว เมื่อสามีกระแทกถ้วยข้าวลงบนโต๊ะจนแตก แต่นางก็ฝืนทำใจกล้าเชิดหน้าสู้
“ใช่ ถ้าอยากรักษาหน้าก็ต้องทำแบบนี้แหละ”
“แต่อาเหม่ยเพิ่งจะสิบหก”
“นางโตพอที่จะออกเรือนได้แล้ว”
“เจ้าคิดถึงความรู้สึกของลูกบ้างไหมอาอิน”
“ข้ายินดีท่านพ่อ” แม้จะกลัวแต่จูอ้ายเหม่ยก็ตอบรับอย่างเอียงอาย
“แต่ข้าไม่ยินดี ท่านเติ้งก็คงไม่ยินดีเหมือนกัน”
“กว่าจะรู้ว่าผิดตัวก็ตอนเข้าหอนั่นแหละ ถึงจะไม่ยินดีก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”
“ความคิดของเจ้านับวันยิ่งเห็นแก่ตัวเข้าไปทุกที ข้าผิดหวังกับเจ้านัก” เขาตัดพ้อภรรยาแล้วหันไปหาลูกสาวคนโต “อาซิน”
“ท่านพ่อ” ไป๋ซินซินตอบรับเสียงสั่น พยายามกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้
“เจ้าเลือกมาว่าอยากแต่งงานกับใคร”
จูอินชี้หน้าหญิงสาว ถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง “เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก! เพราะข้าเลือกให้เจ้าแล้ว”
ไป๋ซินซินน้ำตาไหลอาบแก้ม มองมารดาที่มีแต่ความจงเกลียดจงชัง เกิดมาไม่เคยได้รับความรักจากท่านสักครั้ง นางรู้ว่าการที่ท่านบังคับให้แต่งงานกับผู้เฒ่าเสิ่นนั้นไม่ใช่เพราะความหวังดีอะไรเลย แต่เป็นความสาแก่ใจต่างหาก
ส่วนบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาผู้นี้ นางก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ใช่พ่อบังเกิดเกล้า ถึงแม้เขาจะดูห่างเหินและเย็นชากับนางมาก แต่ในการแสดงออกแบบนั้นเขาก็ยังห่วงใยนางอยู่เงียบ ๆ เช่นเดียวกับจูก่านต้ง เพราะพวกเขาคงรู้ว่าถ้าทำดีกับนางอย่างออกหน้าออกตา อาจจะทำให้นางเดือดร้อนยิ่งกว่าเดิม
“หยุดร้องแล้วตอบท่านพ่อไปสิ” จูก่านต้งทำเป็นฮึดฮัดใส่หญิงสาว
“ข้าแล้วแต่ท่านพ่อเจ้าค่ะ”
“เขาไม่ใช่พ่อของเจ้า แต่ข้าเป็นแม่ของเจ้า ดังนั้นจงทำตามที่ข้าบอก เจ้าต้องแต่งงานกับผู้เฒ่าเสิ่น”
คำพูดตัดรอนของเมียรักทำเอาจูเกอจุกอกไปเลยทีเดียว
จูอินเห็นสายตาผิดหวังของสามีก็เจ็บปวดยิ่งนัก แต่นางจะไม่ยอมให้อาซินได้ดีกว่าอ้ายเหม่ยเด็ดขาด
ไป๋ซินซินร้องไห้ปานใจจะขาด ไม่นึกโกรธบิดาที่พยายามเพื่อนางแล้ว แต่นึกน้อยใจในวาสนา อยากรู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร ทำไมมารดาถึงได้ใจร้ายกับนางนัก แค่สามีดี ๆ สักคนยังไม่ยอมเลือกให้นาง