เขาจะพรากพรหมจรรย์ พรากศักดิ์ศรี และพรากทุกอย่างที่เธอหวงแหน
“จำเอาไว้เจนตะวัน... หุ้น 15% นั่นคือค่าตัวของเธอที่จะต้องจ่ายให้ฉันด้วยความทรมานไปทั้งชีวิต”
ณธายุยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ความร้อนของแอลกอฮอล์ที่แล่นลงลำคอไม่ได้ร้อนเท่ากับไฟแค้นในใจ เขาแสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็น รอยยิ้มของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะเริ่มออกล่าเหยื่อที่ชื่อว่าน้องสาวต่างสายเลือด
คืนนั้นณธายุนอนไม่หลับ เขาใช้เวลาค่อนคืนในการวางพิกัดและขั้นตอนการเข้าหาเจนตะวัน เขาต้องสลัดภาพลักษณ์ของพี่ชายที่เกลียดชังทิ้งไป และสวมหน้ากากใบใหม่ที่ดูอบอุ่นและปลอดภัย
“พรุ่งนี้... ทุกอย่างจะเริ่มขึ้น”
เขากระซิบท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นความแค้นตลบอบอวลอยู่ในห้องนอนหรู และจากนี้ไป คฤหาสน์ศิริวัฒนากุลจะไม่ใช่ที่พักพิงที่แสนสุขของใครอีกต่อไป แต่มันคือกรงที่เขาจะใช้ขังตะวันดวงนี้ให้มอดไหม้ไปกับมือ
แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานสูงไม่ได้ทำให้ความเร่าร้อนในอกทุเลาลงแม้แต่น้อย เขามองดูซองเอกสารสำเนาที่เขาแอบหยิบติดมือมาจากโต๊ะทำงานของพ่อ ชื่อของนางสาวเจนตะวันที่ปรากฏบนหน้ากระดาษเคียงข้างกับตราประทับของบริษัทศิริวัฒนากุล มันดูราวกับสิ่งอัปมงคลที่กำลังกัดกินรากฐานความสำเร็จของแม่เขา
“15 เปอร์เซ็นต์... มันไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือลมหายใจของแม่!”
เขากำกระดาษใบนั้นจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือ แววตาพยาบาทฉายชัดในความมืด ณธายุนึกถึงวันที่แม่ต้องนั่งรอพ่อจนดึกดื่น นึกถึงวันที่แม่ต้องเซ็นเอกสารกู้เงินเพื่อประคองบริษัทในช่วงวิกฤตแม่ทุ่มเททุกอย่าง แต่ผลตอบแทนที่แม่ได้รับคือความโดดเดี่ยวในโรงพยาบาล ส่วนผู้หญิงคนใหม่กลับเดินมาชุบตัว รับผลประโยชน์ที่ตัวเองไม่ได้ลงแรงแม้แต่นิดเดียว
พฤติกรรมของพ่อทำให้ณธายุสรุปได้ว่าความรักคือจุดอ่อน พ่อหลงจินดาจนยอมยกสมบัติให้ลูกของจินดา และถ้าเขาอยากจะเอาชนะพ่อ เขาต้องใช้จุดอ่อนนี้ให้เป็นประโยชน์
“เธอมันก็แค่ลูกไก่ใ
นกำมือ... เจนตะวัน”