ห่วงแต่...ทำเป็นวางมาด

1195 Words
วาวาและดรีมนั่งทานข้าวกันอยู่ที่โรงอาหาร บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงช้อนกระทบจานของนักศึกษาที่ดังไม่ขาดสาย “ของโปรดของวาวาคืออะไรเหรอ” ดรีมถามด้วยน้ำเสียงใส่ใจ พลางตักข้าวเข้าปาก “ของโปรดเหรอ…” วาวานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา “น่าจะเป็นข้าวผัดกุ้งค่ะ ยายของวาวาทำอร่อยมาก กินตั้งแต่เด็กก็ยังไม่เคยเบื่อเลย” “โห ฟังแล้วอยากชิมขึ้นมาเลยนะ” ดรีมหัวเราะเบา ๆ “แล้วของดรีมล่ะ อาหารอะไรที่ชอบที่สุด” “ไข่เจียวปูจ๊ะ” ดรีมตอบแทบจะทันที แววตาเป็นประกาย “ตอนเด็ก ๆ พ่อทำให้กินบ่อยมาก ทำทีไรหอมไปทั้งบ้าน อร่อยจนจำได้ถึงทุกวันนี้เลย” วาวายิ้มตามอย่างรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจ “ฟังดูน่ารักดีจังเลยนะ” ดรีมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามต่ออย่างเป็นกันเอง “ว่าแต่วาวา มีพี่น้องกี่คนเหรอ” “วาวาเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องหรอก แต่ถ้ามีก็คงดีกว่านี้ไม่เหงา” เธอตอบเสียงเบา “อ่อแต่แม่แต่งงานใหม่ เลยมีพี่ชายเพิ่มมาอีกคน…แต่ก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไรหรอก” “จริงเหรอ” ดรีมทำตาโต “ดรีมก็มีพี่ชายนะ แต่เป็นพี่แท้ ๆ สนิทกันมาก พี่ชายตามใจดรีมทุกอย่างเลย” “ดีจังเลยนะ” วาวาพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางสบตาเพื่อนใหม่ เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน มื้ออาหารธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้วาวารู้สึกว่า อย่างน้อย…ในวันแรกของมหาวิทยาลัย เธอก็ไม่ได้เดียวดายอย่างที่คิด “ครืด…ครืด” เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของวาวาดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นข้อความสั้น ๆ บนหน้าจอ ‘ผมรอที่ศาลาหน้าคณะ กลับบ้านพร้อมกัน’ วาวาขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว ‘ไม่เป็นไรค่ะ วาวากลับเองได้ พี่พาทิศมีธุระอะไรก็เชิญตามสบายค่ะ’ เธอกดส่ง ก่อนจะคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย “มีอะไรหรือเปล่า วาวา” ดรีมถามขึ้นทันที เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนเปลี่ยนไป “เปล่าจ้ะ” วาวาตอบพลางฝืนยิ้ม “แค่หงุดหงิดนิดหน่อยเอง” “อืม…เป็นงั้นไป” ดรีมหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นอาการน่าเอ็นดูของเพื่อนใหม่ แต่ในใจของวาวา ความหงุดหงิดนั้นกลับยังไม่จางหาย เพราะเธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่า…ผู้ชายคนนั้น ต้องการอะไรกันแน่ “ครืด…ครืด” ข้อความบนโทรศัพท์ทำให้วาวาถอนหายใจเบา ๆ ‘อีกสองนาทีถ้ายังไม่มาที่รถจะไปตามถึงที่’ 'เผด็จการที่สุด นี่น้องนะไม่ใช่นักโทษ ออกคพสั่งจังเลย' “ดรีม…เดี๋ยววาวาต้องกลับบ้านแล้วแหละ พี่มารอรับแล้ว” “ได้สิ ดรีมก็จะบอกวาวาเหมือนกัน พี่ของดรีมก็มาแล้วจ้า” “โอเค งั้นเราแยกกันตรงนี้นะ พรุ่งนี้เจอกัน” “จ้า บายนะ” “บายจ้าดรีม” วาวายิ้มบาง ๆ ให้เพื่อนก่อนจะเดินแยกออกมา สองคนแยกทางกัน วาวาไปขึ้นรถหรูของพาทิศที่จอดรออยู่หน้าคณะ เธอเปิดประตูขึ้นรถ ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเขา พาทิศสังเกตได้ทันที…สายตาและท่าทีของเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ “ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?” เขาถามเสียงเข้ม แต่แฝงด้วยความเป็นห่วง “ไม่มีค่ะ…วาวาสบายดี” วาวาตอบเสียงเย็น พร้อมเม้มริมฝีปาก “ก็ดี งั้นกลับบ้านเลย หรืออยากไปห้างสรรพสินค้าหรือไปไหนต่อไหม?” คำถามนั้นฟังดูปกติ แต่กลับทำให้หัวใจวาวากระตุก “ไม่ค่ะ…อยากกลับห้องไปนอน” คำตอบชัดเจน แต่เธอยังคงไม่หันมามองหน้าเขา “แล้วทำไมพูดแล้วยังไม่หันมามองหน้า ดูไม่มีมารยาทเลยนะรู้ไหม” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย วาวาก้มหน้า เม้มปากแน่น ก่อนจะสวนกลับเสียงนิ่ง ๆ “กับพี่…พาทิศ…จำเป็นต้องมีมารยาทด้วยหรือคะ?” เขารู้ทันทีว่าวาวาโกรธ แต่ไม่อยากกระตุ้นให้เธอโกรธมากขึ้น วันนี้เขาตัดสินใจ…ปล่อยเธอไปก่อน เมื่อรถแล่นถึงคอนโด วาวารีบก้าวออกจากรถโดยไม่รอเขา รีบเร่งฝีเท้าไปยังลิฟต์ ทิ้งให้เขานั่งงงอยู่ในรถเพียงลำพัง “เด็กคนนี้…เวลาโกรธเอาเรื่องเหมือนกันนะ” เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทันใดเขาก็ตบหัวตัวเองเบา ๆ ‘จะยิ้มอะไรวะ ไอ้พาทิศ’ เมื่อเปิดประตูคอนโด เขาพบว่าวาวาเข้าห้องไปเรียบร้อยแล้ว เวลานี้ก็บ่ายกว่าแล้ว เขาจึงสั่งเดลิเวอรี่พวก ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และขนมขบเคี้ยว ให้มาส่งที่ห้อง เพื่อทำอาหารไว้รอเธอ วันทั้งวันเธอทานแค่มื้อเที่ยง และค่ำคืนนี้…เธอต้องหิวแน่ ๆ พาทิศยืนมองประตูห้องเธอ ใจเต้นแปลก ๆ ‘แค่นี้ก็เป็นห่วงเธอขนาดนี้เลยเหรอวะ…อย่าบอกนะว่าชอบยังเด็กนั้น’ เขากระซิบในใจ พลางถอนหายใจเบา ๆ เมื่อของมาส่งครบถ้วน พาทิศหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวมรอบเอว เขาจัดการปรุงแกงจืดไชเท้าอย่างใจเย็น เริ่มจากตั้งหม้อใส่น้ำสะอาดบนเตา รอจนเดือดเล็กน้อย จากนั้นใส่กระดูกหมูลงไป เคี่ยวไฟอ่อนเพื่อให้น้ำซุปหวานและหอม เขาเติมเก๋ากี้และกระเทียมพริกไทที่ทุบไว้ลงไปตามลำดับ เพื่อให้รสชาติกลมกล่อม สุดท้ายเขาใส่หัวไชเท้าที่หั่นเตรียมไว้ เคี่ยวต่อจนไชเท้านุ่ม แต่ยังคงความกรอบเล็กน้อย ทุกการคนและปรุงรส เขาทำด้วยความใส่ใจ ลมอ่อนจากเครื่องดูดควันพัดผ่าน พาเอากลิ่นหอมของซุปกระจายทั่วครัว พาทิศจ้องไปที่ประตูห้องวาวา คิดเพียงแค่ว่า…ถ้าเธอได้ทานอาหารที่เขาทำ จะช่วยให้เธอสบายใจและหายเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์วันนี้ เมื่อทำอาหารเสร็จ พาทิศยังคงนั่งเอนตัวอยู่บนโซฟา ดวงตาคมจ้องไปที่ประตูห้องของวาวา แทบจะทุกสิบนาที ตอนนี้เวลา 21.30 น. วาวาตื่นขึ้นหลังจากนอนตั้งแต่บ่าย คอแห้งและรู้สึกหิวมาก “แกร๊ก” เธอเดินออกจากห้องมา แสงไฟสลัว ๆจากมุมห้อง ทำให้เธอมองไม่เห็นเขาที่นอนอยู่บนโซฟา เธอค่อย ๆ ก้าวออกมาจากห้อง คิดว่าไม่มีใครอยู่ จึงเดินไปเปิดตู้เย็น ตู้เย็นเต็มไปด้วยขนมและผลไม้ที่เมื่อวานตอนย้ายเข้าไม่มีเลย “โอ้…ขนมกับผลไม้ หิวพอดีเลย” วาวาพึมพำ ก่อนจะหยิบองุ่นขึ้นมาเข้าปากอย่างอารมณ์ดี ทันใดนั้น “ทานข้าวก่อนสิ ขนมกับผลไม้ค่อยทานทีหลัง” “ว๊าย! พี่พาทิศ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD