วาวาและดรีมนั่งทานข้าวกันอยู่ที่โรงอาหาร
บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงช้อนกระทบจานของนักศึกษาที่ดังไม่ขาดสาย
“ของโปรดของวาวาคืออะไรเหรอ”
ดรีมถามด้วยน้ำเสียงใส่ใจ พลางตักข้าวเข้าปาก
“ของโปรดเหรอ…”
วาวานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา
“น่าจะเป็นข้าวผัดกุ้งค่ะ ยายของวาวาทำอร่อยมาก กินตั้งแต่เด็กก็ยังไม่เคยเบื่อเลย”
“โห ฟังแล้วอยากชิมขึ้นมาเลยนะ”
ดรีมหัวเราะเบา ๆ
“แล้วของดรีมล่ะ อาหารอะไรที่ชอบที่สุด”
“ไข่เจียวปูจ๊ะ”
ดรีมตอบแทบจะทันที แววตาเป็นประกาย
“ตอนเด็ก ๆ พ่อทำให้กินบ่อยมาก ทำทีไรหอมไปทั้งบ้าน อร่อยจนจำได้ถึงทุกวันนี้เลย”
วาวายิ้มตามอย่างรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจ
“ฟังดูน่ารักดีจังเลยนะ”
ดรีมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามต่ออย่างเป็นกันเอง
“ว่าแต่วาวา มีพี่น้องกี่คนเหรอ”
“วาวาเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องหรอก แต่ถ้ามีก็คงดีกว่านี้ไม่เหงา”
เธอตอบเสียงเบา
“อ่อแต่แม่แต่งงานใหม่ เลยมีพี่ชายเพิ่มมาอีกคน…แต่ก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไรหรอก”
“จริงเหรอ”
ดรีมทำตาโต
“ดรีมก็มีพี่ชายนะ แต่เป็นพี่แท้ ๆ สนิทกันมาก พี่ชายตามใจดรีมทุกอย่างเลย”
“ดีจังเลยนะ”
วาวาพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางสบตาเพื่อนใหม่
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน
มื้ออาหารธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้วาวารู้สึกว่า
อย่างน้อย…ในวันแรกของมหาวิทยาลัย
เธอก็ไม่ได้เดียวดายอย่างที่คิด
“ครืด…ครืด”
เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของวาวาดังขึ้น
เธอหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นข้อความสั้น ๆ บนหน้าจอ
‘ผมรอที่ศาลาหน้าคณะ กลับบ้านพร้อมกัน’
วาวาขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
‘ไม่เป็นไรค่ะ วาวากลับเองได้ พี่พาทิศมีธุระอะไรก็เชิญตามสบายค่ะ’
เธอกดส่ง ก่อนจะคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย
“มีอะไรหรือเปล่า วาวา”
ดรีมถามขึ้นทันที เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนเปลี่ยนไป
“เปล่าจ้ะ”
วาวาตอบพลางฝืนยิ้ม
“แค่หงุดหงิดนิดหน่อยเอง”
“อืม…เป็นงั้นไป”
ดรีมหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นอาการน่าเอ็นดูของเพื่อนใหม่
แต่ในใจของวาวา
ความหงุดหงิดนั้นกลับยังไม่จางหาย
เพราะเธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่า…ผู้ชายคนนั้น ต้องการอะไรกันแน่
“ครืด…ครืด”
ข้อความบนโทรศัพท์ทำให้วาวาถอนหายใจเบา ๆ
‘อีกสองนาทีถ้ายังไม่มาที่รถจะไปตามถึงที่’
'เผด็จการที่สุด นี่น้องนะไม่ใช่นักโทษ ออกคพสั่งจังเลย'
“ดรีม…เดี๋ยววาวาต้องกลับบ้านแล้วแหละ พี่มารอรับแล้ว”
“ได้สิ ดรีมก็จะบอกวาวาเหมือนกัน พี่ของดรีมก็มาแล้วจ้า”
“โอเค งั้นเราแยกกันตรงนี้นะ พรุ่งนี้เจอกัน”
“จ้า บายนะ”
“บายจ้าดรีม”
วาวายิ้มบาง ๆ ให้เพื่อนก่อนจะเดินแยกออกมา
สองคนแยกทางกัน วาวาไปขึ้นรถหรูของพาทิศที่จอดรออยู่หน้าคณะ
เธอเปิดประตูขึ้นรถ ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเขา
พาทิศสังเกตได้ทันที…สายตาและท่าทีของเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ
“ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?”
เขาถามเสียงเข้ม แต่แฝงด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีค่ะ…วาวาสบายดี”
วาวาตอบเสียงเย็น พร้อมเม้มริมฝีปาก
“ก็ดี งั้นกลับบ้านเลย หรืออยากไปห้างสรรพสินค้าหรือไปไหนต่อไหม?”
คำถามนั้นฟังดูปกติ แต่กลับทำให้หัวใจวาวากระตุก
“ไม่ค่ะ…อยากกลับห้องไปนอน”
คำตอบชัดเจน แต่เธอยังคงไม่หันมามองหน้าเขา
“แล้วทำไมพูดแล้วยังไม่หันมามองหน้า ดูไม่มีมารยาทเลยนะรู้ไหม”
น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย
วาวาก้มหน้า เม้มปากแน่น
ก่อนจะสวนกลับเสียงนิ่ง ๆ
“กับพี่…พาทิศ…จำเป็นต้องมีมารยาทด้วยหรือคะ?”
เขารู้ทันทีว่าวาวาโกรธ แต่ไม่อยากกระตุ้นให้เธอโกรธมากขึ้น
วันนี้เขาตัดสินใจ…ปล่อยเธอไปก่อน
เมื่อรถแล่นถึงคอนโด วาวารีบก้าวออกจากรถโดยไม่รอเขา รีบเร่งฝีเท้าไปยังลิฟต์
ทิ้งให้เขานั่งงงอยู่ในรถเพียงลำพัง
“เด็กคนนี้…เวลาโกรธเอาเรื่องเหมือนกันนะ”
เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทันใดเขาก็ตบหัวตัวเองเบา ๆ
‘จะยิ้มอะไรวะ ไอ้พาทิศ’
เมื่อเปิดประตูคอนโด เขาพบว่าวาวาเข้าห้องไปเรียบร้อยแล้ว
เวลานี้ก็บ่ายกว่าแล้ว
เขาจึงสั่งเดลิเวอรี่พวก ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และขนมขบเคี้ยว ให้มาส่งที่ห้อง เพื่อทำอาหารไว้รอเธอ
วันทั้งวันเธอทานแค่มื้อเที่ยง และค่ำคืนนี้…เธอต้องหิวแน่ ๆ
พาทิศยืนมองประตูห้องเธอ ใจเต้นแปลก ๆ
‘แค่นี้ก็เป็นห่วงเธอขนาดนี้เลยเหรอวะ…อย่าบอกนะว่าชอบยังเด็กนั้น’
เขากระซิบในใจ พลางถอนหายใจเบา ๆ
เมื่อของมาส่งครบถ้วน พาทิศหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวมรอบเอว
เขาจัดการปรุงแกงจืดไชเท้าอย่างใจเย็น เริ่มจากตั้งหม้อใส่น้ำสะอาดบนเตา รอจนเดือดเล็กน้อย
จากนั้นใส่กระดูกหมูลงไป เคี่ยวไฟอ่อนเพื่อให้น้ำซุปหวานและหอม
เขาเติมเก๋ากี้และกระเทียมพริกไทที่ทุบไว้ลงไปตามลำดับ เพื่อให้รสชาติกลมกล่อม
สุดท้ายเขาใส่หัวไชเท้าที่หั่นเตรียมไว้ เคี่ยวต่อจนไชเท้านุ่ม แต่ยังคงความกรอบเล็กน้อย
ทุกการคนและปรุงรส เขาทำด้วยความใส่ใจ
ลมอ่อนจากเครื่องดูดควันพัดผ่าน พาเอากลิ่นหอมของซุปกระจายทั่วครัว
พาทิศจ้องไปที่ประตูห้องวาวา
คิดเพียงแค่ว่า…ถ้าเธอได้ทานอาหารที่เขาทำ จะช่วยให้เธอสบายใจและหายเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์วันนี้
เมื่อทำอาหารเสร็จ พาทิศยังคงนั่งเอนตัวอยู่บนโซฟา ดวงตาคมจ้องไปที่ประตูห้องของวาวา แทบจะทุกสิบนาที
ตอนนี้เวลา 21.30 น. วาวาตื่นขึ้นหลังจากนอนตั้งแต่บ่าย คอแห้งและรู้สึกหิวมาก
“แกร๊ก”
เธอเดินออกจากห้องมา แสงไฟสลัว ๆจากมุมห้อง ทำให้เธอมองไม่เห็นเขาที่นอนอยู่บนโซฟา
เธอค่อย ๆ ก้าวออกมาจากห้อง คิดว่าไม่มีใครอยู่ จึงเดินไปเปิดตู้เย็น
ตู้เย็นเต็มไปด้วยขนมและผลไม้ที่เมื่อวานตอนย้ายเข้าไม่มีเลย
“โอ้…ขนมกับผลไม้ หิวพอดีเลย”
วาวาพึมพำ ก่อนจะหยิบองุ่นขึ้นมาเข้าปากอย่างอารมณ์ดี
ทันใดนั้น
“ทานข้าวก่อนสิ ขนมกับผลไม้ค่อยทานทีหลัง”
“ว๊าย! พี่พาทิศ”