ไม่ชอบก็บอกตรง ๆ

1213 Words
“วาวา!” เพื่อน ๆ หลายคนร้องพร้อมกัน เธอพยายามยืนให้ตรง แต่หัวใจเต้นแรงจนแน่นอก ลมหายใจขาดห้วง มือเย็นเฉียบ และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ร่างของวาวาก็ทรุดลงกับพื้น “เฮ้ย! น้องเป็นลม!” เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วลาน พาทิศที่ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับชะงัก ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจเขาหล่นวูบอย่างแรง “สตาฟ! เรียกฝ่ายพยาบาล!” เขาตะโกนออกไปโดยไม่รู้ตัว ขาเขาก้าวออกจากตำแหน่งพี่ว้าก วิ่งไปหาเธอทันที ไม่สนสายตาใคร ไม่สนระเบียบที่ตัวเองยึดถือมาตลอด เขาทรุดตัวลงข้างยัยตัวเล็ก มือสั่นเล็กน้อยขณะประคองไหล่เธอ พิงไว้กับอกของเขา “วาวา…ได้ยินไหม” น้ำเสียงนั้นแผ่วลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดรีมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ “พี่ค่ะ…เมื่อเช้าวาวาไม่ได้ทานข้าวเช้ามาค่ะ แล้ววิ่งตั้งหลายรอบ” คำพูดนั้นเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอกพาทิศ เขากัดกรามแน่น ภาพตอนเช้าที่เธอบอกว่า “ไหวค่ะ” ผุดขึ้นมาในหัว ‘โง่เอ๊ย…’ เขาด่าตัวเองในใจ วาวาลืมตาขึ้นเล็กน้อย ภาพตรงหน้าเลือนราง แต่สิ่งแรกที่เธอเห็น…คือเขา น้ำตาเอ่อขึ้นทันที เธอพยายามดันตัวออกจากอกของเขา และสะบัดมือออก แต่เขากลับรวบและอุ้มเธอขึ้นก่อนจะหันไปสั่งเพื่อนสนิท “ภูผาบอกน้อง ๆ เข้าไปพักได้ พอแล้วไม่ต้องยืนแล้ว” เขาพูดเสียงสั้นขณะอุ้มเธอไปวางไว้ที่เตียงห้องพยาบาล วาวาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเขานั่งเฝ้าอยู่ปลายเตียง เธอพยายามลุกขึ้นจากเตียงเพื่อจะออกไปจากห้องนี้ “จะไปไหน?” เขาถามเสียงเรียบ “ไปยืนให้จบกิจกรรมช่วงเช้าไงคะ จะได้สมใจพี่” “ประชดฉัน?” “เปล่าค่ะ จะทำจริง ๆ พี่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่หรือคะ พี่ตั้งใจให้วาวามาสาย พี่จึงปล่อยวาวาทิ้งข้างทางเมื่อเช้า” เธอพูดเสียงสั้นน้ำตาเอ่อคลอ แต่เธอพยายามกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา “วาวา...คือว่า” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดเธอก็สวนกลับทันที “พี่…พอเถอะนะคะ” เสียงเธอสั่น “ถ้าพี่ไม่ชอบวาวา…บอกตรง ๆ ก็ได้ ไม่ต้องทำแบบนี้” คำพูดนั้นทำให้มือของพาทิศชะงักค้าง หัวใจเขาเหมือนถูกบีบแน่น “ฉันไม่ได้…” คำแก้ตัวติดค้างอยู่ที่ลำคอ พูดไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายยังไง ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเขาเอง ทันใดนั้น ภูผาและดรีมก็รีบเข้ามาใกล้เตียง “น้องเป็นไงบ้างวะ พาทิศ” ภูผาถามขึ้น น้ำเสียงจริงจัง พาทิศเหลือบมองร่างบางที่นอนอยู่ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ เหมือนไม่ใส่ใจ “ก็ดีขึ้นแล้วมั้ง เห็นพูดได้คล่องแล้วนี่” คำพูดนั้นฟังดูเย็นชา แต่ลึกลงไปในอก…หัวใจเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็น เขาอยากพูดคำว่า ขอโทษ อยากบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ แต่ศักดิ์ศรีและความสับสนกลับฉุดรั้งทุกคำเอาไว้ ภูผาหันมาทางวาวา พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “งั้นเดี๋ยววันนี้พักอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้นะ หรือจะกลับไปพักที่บ้านก็ได้ วันนี้กิจกรรมไม่มีอะไรแล้ว แค่แนะนำตัวเฉย ๆ” วาวาค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แม้ศีรษะยังมึนเล็กน้อย เธอฝืนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบ “ขอบคุณค่ะ แต่เดี๋ยววาวาดีขึ้นแล้วจะไปรวมกับเพื่อน ๆ ค่ะ” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ขอบคุณพี่มากนะคะ” ท่าทางสุภาพ เรียบร้อย และคำขอบคุณนั้น กลับยิ่งตอกย้ำบางอย่างในใจพาทิศ เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว แล้วเดินออกจากห้องไปทันที ประตูปิดลงเบา ๆ แต่เสียงนั้นกลับดังในหัวใจวาวาอย่างประหลาด เธอมองแผ่นหลังสูงเดินออกไปยังประตู ความรู้สึกอึดอัด แน่น และเจ็บปวดค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นมา ‘วันนี้…ฉันไม่อยากกลับไปคอนโดกับเขาอีกแล้ว’ “ครืด…ครืด…” เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นเบา ๆ วาวาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะควานหามือถือออกมา หน้าจอขึ้นชื่อ แม่ หัวใจเธออ่อนลงทันที “ค่ะแม่…” เสียงที่ตอบกลับไปอ่อนโยน “วาวา เป็นยังไงบ้างลูก เข้าคณะวันแรกโอเคไหม เหนื่อยหรือเปล่า” น้ำเสียงปลายสายเต็มไปด้วยความเป็นห่วง วาวาชะงักไปเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้วาบขึ้นมาในหัว แดดแรง เสียงว้าก ความมึนงงที่เกือบพาเธอล้มลงอีกครั้ง แต่เธอกลับเลือกจะยิ้ม แล้วตอบออกไปอย่างมั่นคง “โอเคค่ะแม่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย เพื่อน ๆ พี่ ๆ ใจดีมากค่ะ” ดรีมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นทันที คิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างงง ๆ กับคำตอบที่สวนทางกับความจริงโดยสิ้นเชิง “ลูกมีความสุข แม่ก็ดีใจแล้ว” น้ำเสียงของวาสนาเบาลงอย่างโล่งใจ “งั้นแม่ไม่กวนแล้วนะลูก ทำกิจกรรมต่อเถอะ เสาร์นี้เราค่อยเจอกัน คิดถึงนะลูก” “ค่ะ แม่…” วาวายิ้มกว้างขึ้น แม้ดวงตาจะร้อนผ่าว “วาวาคิดถึงแม่นะคะ” สายถูกตัดไป ความเงียบเข้ามาแทนที่ชั่วครู่ วาวาวางโทรศัพท์ลง สีหน้าเรียบแต่แววตาซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ ครีมที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เอ่ยขึ้นทันที “ทำไมไม่บอกแม่ว่าเป็นลมล่ะ” วาวาเงยหน้าขึ้น ก่อนจะตอบเสียงเบา “แม่ของวาวา…ไม่ค่อยสบายค่ะ ท่านเป็นโรคหัวใจ” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “วาวาไม่อยากให้แม่เครียด หรือเป็นห่วงมากไปกว่านี้” ครีมพยักหน้าเข้าใจทันที “อ่อ…เข้าใจแล้ว” ดรีมมองวาวาด้วยสายตาอ่อนลงกว่าเดิม เด็กผู้หญิงตรงหน้าดูเข้มแข็งกว่าที่เธอคิดไว้มาก “แล้วตอนนี้อาการดีขึ้นหรือยัง” ดรีมถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโอเคแล้ว ไปหาอะไรกินกันไหม เราหิวมากเลย” วาวาหัวเราะเบา ๆ รู้สึกถึงความโหวงในท้อง “ได้ ๆ หิวเหมือนกัน ไปกันเถอะดรีม” ดรีมลุกขึ้นก่อน ค่อย ๆ พยุงวาวาขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางเสียงจอแจของนักศึกษาที่เดินสวนไปมา เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และบรรยากาศคึกคักของช่วงพักกลางวัน สายตาหลายคู่เริ่มหันมามองพวกเธอโดยไม่รู้ตัว ทั้งด้วยความสนใจ และความเอ็นดู “น้องปีหนึ่งสองคนนี้น่ารักจังเลย” เสียงใครบางคนเอ่ยขึ้นไม่เบานัก ตามมาด้วยเสียงเห็นด้วยจากทั้งนักศึกษาชายและหญิง “ใช่ คนขาว ๆ นั่นใช่ไหม น่ารักแบบเรียบร้อยอะ” “อีกคนก็ดูสดใส ” วาวาชะงักเล็กน้อย รู้สึกถึงความร้อนวูบขึ้นบนแก้ม เธอก้มหน้าลงอย่างเขิน ๆ มือกำสายกระเป๋าแน่นโดยไม่รู้ตัว ดรีมหัวเราะเบา ๆ กระซิบข้างหูเธอ “เห็นไหม ยังไม่ทันได้กินข้าวก็โดนชมแล้ว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD