“พี่พาทิศ!…”
“ถ้าหิวก็ไปทานข้าวก่อน ไม่ใช่ทานแต่ขนม เดี๋ยวแม่เธอจะว่าผมได้”
น้ำเสียงเขาเรียบ แต่แฝงความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง
“ค่ะ…”
วาวาตอบสั้น ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบชาม ตักข้าวสวยร้อน ๆ แล้วราดด้วยแกงจืดหัวไชเท้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก
เธอตักเข้าปากคำแรก ดวงตาเผลอเบิกขึ้นเล็กน้อย
“อร่อยจังเลย…”
เสียงพึมพำเบาจนแทบเป็นเสียงคิด
“แล้วพี่ทานหรือยังคะ?”
เธอเงยหน้าถาม ทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่
“ยัง”
เขาตอบสั้น ห้วนตามสไตล์
“ยังไม่ทานแล้วมานั่งเฉย ๆ ทำไมคะ มีตั้งเยอะ ทานได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจวาวาหรอก”
น้ำเสียงเธอฟังดูเหมือนบ่น แต่ไม่ได้มีความขุ่นเคืองใดใด
พาทิศหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“เธอนี่มันเรียบร้อยต่อหน้าคนอื่นจริง ๆ แต่พออยู่กับผม ความเรียบร้อยหายไปไหนหมด...หึ”
วาวาไม่เงยหน้ามอง ตักข้าวเข้าปากต่อ
“ต่อหน้าพี่…วาวาไม่จำเป็นต้องเรียบร้อยอยู่แล้วนี่คะ เพราะพี่เองก็ไม่ได้สุภาพเหมือนอยู่ต่อหน้าคุณลุงกับแม่อยู่แล้ว”
คำพูดนั้นหลุดออกมาเหมือนเผลอใจ
“แคร็ก ๆ”
เธอสำลักเล็กน้อยเพราะรีบทานเกินไป
พาทิศลุกขึ้นทันที เขาเดินไปรินน้ำใส่แก้ว
“ทานช้า ๆ ก็ได้ไม่มีใครแย่งหรอก นั้นแหละมัวแต่พูด”
เขายื่นแก้วน้ำให้ มือของทั้งสองเฉียดกันเพียงเสี้ยววินาที
วาวารับมา ดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
ในใจเต็มไปด้วยคำถาม ทำไมเมื่อเช้าเขาถึงใจร้าย แล้วทำไมตอนนี้ถึงอ่อนโยนใส่ใจเธอขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะ…”
เสียงเธอเบาลงอย่างไม่รู้ตัว
พาทิศไม่ตอบ
เพียงแค่เลื่อนสายตาหนี
วาวาตัดสินใจถามขึ้นด้วยความสงสัยกับการกระทำของเขา
“เมื่อเช้าทำไมต้องทิ้งวาวา ไว้ข้างถนนแบบนั้น พี่ตั้งใจให้วาวาไปสายใช่ไหมคะ?”
“เรื่องนี้ยังไม่จบใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ จนกว่าวาวาจะได้ฟังคำอธิบาย ไม่งั้นวาวาจะบอกแม่กับคุณลุง”
“แม่เธอไม่สบายอยู่ เธอคงไม่อยากให้แม่เธอต้องคิดมากหรอกนะ”
วาวาเม้มปากเธอรู้สึกว่าเขากำลังข่มขู่เธออยู่
“พี่พาทิศ ตกลงพี่จะเอายังไงกันแน่ จะดีหรือจะร้ายพูดออกมาเลยดีกว่า”
“เธอนี่มันคิดมากเหมือนกันนะ เมื่อเช้าผมมีธุระ และอีกอย่างคือน้องปีหนึ่งถ้าใครมาสาย หน้าที่พี่ว้ากก็ต้องจัดการอยู่แล้ว
หรืออยากให้คนอื่นมองวาวาว่ามีสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นหรือไง?...นี่ผมทำเพื่อวาวานะจะได้ไม่ต้องถูกเพื่อน ๆ รุมว่า”
วาวา นิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาก็มีเหตุผล และเขาเองก็คือคนที่อุ้มเธอไปห้องพยาบาล ด้วยท่าทีที่เป็นห่วง แล้วอีกอย่างเขายังทำกับข้าวให้เธอทานอีก หรือเธอจะคิดมาจริง ๆ
“ยังไง ...พอคิดอะไรออกบ้างไหม ผมนี่มันทำดีไม่ได้ดีจริงจริง”
“เอ่อ...วาวาคงคิดมากไปเอง งั้นก็ขอบคุณที่ช่วย และขอบคุณที่ทำอาหารมื้อนี้ให้นะคะ”
“อืม ..ค่อยมีกำลังใจทำหน่อย” เขาถอนหายใจโล่งที่เธอเชื่อในคำพูดของเขา
'เด็กน้อยเอ้ย' เขาคิดในใจ
“งั้นวาวาขออะไรพี่สักอย่างได้ไหมคะ”
เขาหันมามองเธอ ขมวดคิ้วรอฟังสิ่งที่เธอกำลังจะขอ
“ต่อไปขอให้พี่แทนตัวเองว่าพี่ได้ไหม เพราะพี่ชายกับน้องสาวใช้คำว่าผม มันดูห่างไกล”
วาวาสบตาและเข้าใกล้เขาจนเขาเองเผลอถอยหลัง
“ได้ไหมคะ?”
เขาสบตาเธอก่อนพยักหน้า
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนคำขอเล็ก ๆ นั้นทำให้หัวใจสะดุดเบา ๆ สายตาที่มองเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
“พี่…” เขาลองเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงแผ่วกว่าที่เคย
“อย่างงั้นเหรอ”
วาวายิ้มออกมาอย่างพอใจ ดวงตาเป็นประกาย “ค่ะ แบบนี้แหละ ฟังแล้วใกล้ขึ้นเยอะเลย”
เขาหลุดหัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้าเหมือนยอมแพ้
“อืม.พี่ก็พี่.”
เธอพยักหน้า ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ
“ทานข้าวไป มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ กระเพาะรอข้าวแล้วนั่น”
เขาพูดห้วน ๆ ก่อนก้าวออกมาให้ห่างจากเธอเพื่อเว้นระยะห่าง
วาวาตักข้าวเข้าปาก สบตาเขาแล้วยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของพาทิศก็ดังขึ้น
เขาหยิบมันขึ้นมากดรับสายทันที
“เฮ้ย..พาทิศกูจองห้องไว้แล้ว ไปดื่มกัน”
เสียงของภูผาดังลอดออกมาจากปลายสายอย่างอารมณ์ดี
พาทิศชะงักเล็กน้อยก่อนตอบ
“อืม…เดี๋ยวกูตามไป แถวไหนนะ”
“ข้างมหาลัยนั่นแหละ สาวเยอะ มา ๆ”
ปลายสายหัวเราะอย่างรู้ใจกัน
คำพูดนั้นดังชัดเจนเกินกว่าจะทำเป็นไม่ได้ยิน
วาวาที่นั่งอยู่ไม่ไกล รับรู้ทุกถ้อยคำ
เธอก้มหน้าลง ตักข้าวช้า ๆ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ คล้ายพูดกับตัวเอง
“หืม…นัดดื่มแบบนี้ คงไปเคลมสาวสินะ…”
พาทิศชะงัก
เขาหันมามองเธอทันที ดวงตาคมฉายแววขำปนเอ็นดู
“เสียงในหัวเธอดังมากนะ วาวา”
เขาพูดเรียบ ๆ แต่มีรอยยิ้มบางที่มุมปาก
“ดังจนพี่ได้ยินเลย”
“อ่อ…ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ได้ยิน”
วาวาตอบเสียงเรียบ พลางลุกไปล้างจาน เหมือนต้องการหลบสายตา
“เอ่อ…เดี๋ยวพี่ออกไปข้างนอกกับเพื่อนนะ”
เขาบอกเธอ ทั้งที่ในใจกลับฉุกคิดขึ้นมาเอง
ทำไมต้องบอกเธอเหมือนขออนุญาตวะ พาทิศเอ้ย…
“ก็แล้วแต่พี่เลยค่ะ วาวาไม่บอกคุณลุงหรอก”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความจิกกัด
“เดี๋ยวคุณลุงจะเป็นห่วงว่าลูกชายสุดที่รัก ไปดื่มสำมะเลเทเมา ท่านจะผิดหวังเอา”
เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน
“เกือบจะดีแล้ว”
พาทิศพูดพร้อมยิ้มบาง ๆ
“งั้นพี่ไปก่อนนะ ไม่กลับดึก”
“จะกลับตอนไหนก็กลับเถอะค่ะ ”
เธอพึมพำเสียงเบา
“นี่ห้องพี่ ไม่ใช่ห้องวาวาซะหน่อย…”
พูดจบก็หยิบองุ่นเข้าปากอีกลูก ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
วาวาชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะหันไปมองเขาที่ประตู ต่างคนต่างหันมองกัน วาวาแก้มร้อนวูบโดยไม่รู้ตัว
โชคดีค่ะเดินทางปล่อยภัยค่ะพี่”
เธอเอ่ยเสียงเบา พลางหลบสายตา
พาทิศไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพียงแต่มองเธออยู่อึดใจหนึ่ง
เขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า
คืนนี้…เขาอยากออกไปดื่มจริง ๆ
หรืออยากอยู่ตรงนี้มากกว่ากัน