งานแต่งงานของแม่

1518 Words
พาทิศเดินเข้ามาในห้องอาหาร สายตาเหลือบไปสบกับวาสนาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนผ่านไปหยุดอยู่ที่อีกคนหนึ่ง วาวา สาวน้อยผมยาว ดวงตากลมโต ผิวขาวเนียน รูปลักษณ์ที่ตรงกับสเปคของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างสูงชะงักไปสามวินาที หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ราวกับร่างกายทรยศต่อสติของตัวเอง “อ้าว พาทิศ มาพอดีเลย” นายพิพัฒน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี “มา ๆ นั่งทานข้าวกันลูก เอ่อ…นี่คือน้าวาสนา คนที่พ่อเคยบอกว่าจะแต่งงานด้วย” พาทิศจ้องมองวาสนา มือกำแน่น ความทรงจำเก่า ๆ และความรู้สึกที่ไม่อยากรื้อฟื้นถาโถมเข้ามาในอก แต่เขาก็สูดลมหายใจลึก ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกอะไรเลย “สวัสดีครับคุณน้า ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ท่าทีสุภาพนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่อนคลายลง ทุกคนโล่งใจโดยไม่รู้เลยว่าข้างในเขากำลังเดือดดาลเพียงใด “แล้วอีกคนคือหนูวาวา ลูกสาวของน้าวาสนานะลูก” นายพิพัฒน์แนะนำต่อ พาทิศหันไปเผชิญหน้ากับวาวา เธอส่งยิ้มหวานมาให้ พร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะ พี่พาทิศ” เขาพยักหน้ารับเล็กน้อย “สวัสดีครับ” “งั้นรู้จักกันครบแล้ว มา…ทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด” นายพิพัฒน์เอ่ย พลางเลื่อนเก้าอี้ให้วาสนา พาทิศนั่งต้องนั่งข้างวาวา แม้สีหน้าจะนิ่งเฉย แต่เขาก็ยังเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างสุภาพ “ขอบคุณค่ะ พี่พาทิศ” วาวาเอ่ยเสียงเบา เขาฝืนยิ้มให้เพียงนิดเดียว วาวาแอบมองเขา ก่อนจะคิดในใจ เขาดูสุภาพกับแม่ แล้วยังดีกับเรา…แบบนี้แปลว่าเขาไม่ได้ต่อต้านสินะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เธอก็ดีใจ อย่างน้อยแม่ของเธอก็จะได้มีความสุข รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าของวาวาโดยไม่รู้ตัว หลังจากทุกคนทานอาหารเสร็จ ก็ย้ายไปนั่งที่ห้องรับแขก นายพิพัฒน์เริ่มพูดถึงเรื่องงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามาในสัปดาห์หน้า “พ่อว่าจะจัดงานที่บ้านนะพาทิศ จัดงานปาร์ตี้เล็ก ๆ ก็พอแล้ว” “ได้ครับพ่อตามสะดวกเลย ผมไม่ติดอะไร” พาทิศตอบเสียงเรียบ วาวาแอบมองเขา เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ต่อต้าน ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ “คุณ…ไว้เราแต่งงานกันแล้ว คุณกับวาวาย้ายมาอยู่บ้านผมนะ” นายพิพัฒน์หันไปบอกวาสนา “สองแม่ลูกมีแต่ผู้หญิง บ้านนี้มีผู้ชายอยู่ จะได้คอยดูแลพวกคุณได้” “เอ่อ…แต่ว่า…” วาสนาลังเล ก่อนจะมองหน้าพาทิศอย่างเกรงใจ “พาทิศลูก อนุญาตให้น้ากับน้องเข้ามาอยู่บ้านเราหรือเปล่า” พาทิศสบตาวาวา ก่อนจะหันไปมองวาสนา เขายิ้มสุภาพ ราวกับไม่มีอะไรติดค้างในใจ “บ้านนี้ยินดีต้อนรับคุณน้าครับ แค่คุณน้ามาช่วยดูแลคุณพ่อ ผมก็ต้องขอบคุณมากแล้ว” แต่ในใจกลับเดือดอย่างบ้าคลั่ง "แกพูดอะไรออกไปวะพาทิศ บอกไปสิว่าอย่ามาเหยียบที่นี่ ฉันเกลียดแก…แม่ฉันไม่มีความสุขก็เพราะผู้หญิงคนนี้!" เขาก้มหน้าลง มองโทรศัพท์เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ที่กำลังปะทุ “วาวาหนูสมัครเรียนแล้วใช่ไหมลูก” นายพิพัฒน์ถามด้วยความเอ็นดู “สมัครแล้วค่ะ คณะวิศวะ วาวายื่นคะแนนสอบเทียบค่ะ” วาวาตอบอย่างสุภาพ “มหาวิทยาลัยเดียวกับพาทิศเลยนะคะคุณ” วาสนาเสริม พาทิศได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “ดี จะได้ง่ายต่อการจัดการ” เขาคิดในใจ “แบบนั้นก็ดีเลยสิคุณ พาทิศจะได้ช่วยดูน้องด้วย เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ คงยังไม่ค่อยรู้จักใคร” นายพิพัฒน์พูด พลางมองเด็กทั้งสองด้วยสายตาพอใจ “ค่ะคุณ…งั้นน้าฝากน้องด้วยนะลูกพาทิศ” วาสนาว่าเบา ๆ “ยินดีครับคุณน้า ผมจะดูแลน้องให้ดีครับ” วาวาหันไปมองพาทิศด้วยแววตาซาบซึ้ง และเขาก็ส่งยิ้มตอบกลับมารอยยิ้มที่ดูอบอุ่น แต่ซ่อนอะไรไว้มากกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างเงียบงัน เย็นวันนั้น บ้านของนายพิพัฒน์ถูกประดับประดาด้วยแสงไฟสีอบอุ่น งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นบริเวณสวนหน้าบ้าน โต๊ะอาหารจัดเรียงอย่างเรียบหรู เสียงดนตรีคลอเบา ๆ เคล้ากับเสียงหัวเราะและคำอวยพรจากแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีกว่าราวยี่สิบคน ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…ในสายตาคนภายนอก พาทิศยืนอยู่มุมหนึ่งของสวน ถือแก้วเครื่องดื่มไว้ในมือ สีหน้าเรียบนิ่ง สายตากวาดมองบรรยากาศรอบตัวอย่างไม่ใส่ใจนัก ข้างกายคือภูผา เพื่อนสนิทที่ยืนพิงโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ “ไอ้ทิศ แม่เลี้ยงมึงยังสวยไม่เปลี่ยนจากรูปสมัยก่อนเลยว่ะ” ภูผาพูดพลางเหลือบตามองไปทางวาสนา “แถมมีลูกสาวน่ารักขนาดนี้อีก กูจีบน้องสาวมึงได้ไหมวะ” พาทิศขมวดคิ้วทันที “กูลูกคนเดียว ไม่เคยมีน้องสาว” น้ำเสียงแข็งจนภูผาหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็แปลว่ามึงไม่ติดสิ” “กูจะจีบละนะ” “มึงก็อย่าไปยุ่งกับเธอเลย” พาทิศตอบทันทีอย่างหงุดหงิด “กูรำคาญ เดี๋ยวแม่เลี้ยงกูมาวุ่นวาย ฝากฝังอยู่นั่นแหละ” ภูผาหรี่ตามองเพื่อนสนิท ก่อนจะยิ้มกวน ๆ “แน่ใจนะว่าแค่รำคาญแม่เลี้ยง…มึงไม่ได้ห่วงน้องสาวคนนั้น” “กวนตีน” พาทิศสบถ “จะหวงทำไม กูไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย” “แน่ใจนะ?” ภูผาสบตาเขาอย่างรู้ทัน พาทิศไม่ตอบ สายตาของเขาเผลอเลื่อนไปหยุดอยู่ที่วาวา เธอยืนอยู่ไม่ไกลนัก ท่ามกลางแสงไฟอ่อน ๆ ของสวน ดวงหน้าขาวเนียนสะท้อนแสงจนดูโดดเด่น วาวากำลังมองภาพวาสนาที่ยืนเคียงข้างพ่อของเขา ทั้งสองยิ้มให้แขกด้วยท่าทีเหมาะสม ราวกับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ภาพนั้นทำให้หัวใจพาทิศหนักอึ้ง เธอยินดีจริงหรือ… หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงของสองแม่ลูกที่ต้องการมาเกาะพ่อของเขากันแน่ ในจังหวะเดียวกัน วาวาหันมาสบตาเขาพอดี เธอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าทักทายจากระยะไกล พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มนั้น…ทำให้พาทิศเผลอยิ้มตอบกลับโดยไม่รู้ตัว “ไหนมึงบอกไม่สนใจ” ภูผาเอ่ยแซวทันที “ยิ้มซะเหมือนโลกหยุดหมุนเลยนะ” พาทิศหุบยิ้มลง สายตาแข็งขึ้น “มันยังไม่ถึงเวลา” เขากระดกเครื่องดื่มเข้าปาก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยต่ออย่างเย็นชา “รับรอง…กูจะเอาคืนให้สาสม” วาวารู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลา แม้จะพยายามไม่สนใจ แต่หัวใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่เผลอมองไปทางเขา เธอขอตัวออกจากกลุ่มแขก เดินเลี่ยงไปยังมุมสวนที่เงียบกว่า ตั้งใจจะสงบใจตัวเองสักครู่ แต่ยังไม่ทันได้ยืนดี เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นด้านหลัง “หลบออกมาทำไมตรงนี้” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้กว่าที่คิด วาวาหันกลับไป พาทิศยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ใบหน้าครึ่งหนึ่งอยู่ในเงามืด แววตาคมคู่นั้นจ้องเธออย่างนิ่งงัน “ข้างในคนเยอะนะคะ” เธอตอบเบา ๆ พาทิศก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ระยะห่างสั้นลงโดยไม่รู้ตัว ใกล้พอให้วาวาได้กลิ่นน้ำหอมโทนเย็น ใกล้พอให้หัวใจเต้นแรงเกินควบคุม “งานนี้คงอึดอัดสำหรับเธอ” เขาถามเสียงเรียบ วาวาส่ายหน้า “ไม่ค่ะ แค่ออกมาสูดอากาศเฉย ๆ” “วาวาดีใจแทนแม่ที่ได้เจอคนดี ๆ อย่างคุณลุงพิพัฒน์” พาทิศเงียบไป สายตาจับจ้องใบหน้าเธอราวกับพยายามค้นหาความไม่จริงใจ แต่สิ่งที่เห็น…กลับเป็นเพียงความใสซื่อ และนั่นยิ่งทำให้เขาสับสน “เธอไว้ใจคนง่ายไปหรือเปล่า” เขาถามเสียงต่ำ วาวาขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ” พาทิศไม่ตอบ เขาขยับเข้าใกล้อีกเพียงครึ่งก้าว ใกล้จนเธอต้องเงยหน้ามอง ใกล้จนหัวใจทั้งสองเต้นแรงในจังหวะเดียวกัน “เปล่า” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี “แค่เตือนเฉย ๆ ว่าอยู่เมืองไทยอย่าไว้ใจใครง่าย ๆ” พาทิศหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้วาวายืนอยู่ลำพัง ใจสั่นไหวไม่รู้ตัว และเขาเอง… ก็รู้ดีว่านับจากคืนนี้เป็นต้นไป การทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับเธอจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว “วาสนา ฉันจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดเหมือนที่แม่ฉันเจ็บ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD