วันที่ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกัน

1201 Words
วันที่ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกัน วาวายกกล่องสัมภาระของตัวเองก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหม่ แสงแดดยามสายส่องกระทบตัวบ้านหลังใหญ่ที่ต่อไปนี้จะกลายเป็น “บ้าน” ของเธอ เธอสูดลมหายใจลึก พยายามคิดบวก บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ และเธอจะทำให้มันออกมาดีที่สุด แต่ความตั้งใจนั้นก็สะดุดลงทันที พาทิศยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกล สายตาที่มองมาเย็นชาและนิ่งเฉย ราวกับไม่ต้องการให้เธอก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาเลยด้วยซ้ำ “ถ้ามันลำบาก…ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ” น้ำเสียงเรียบ เย็น และตั้งใจสร้างระยะห่างอย่างชัดเจน วาวาเม้มริมฝีปากแน่น คิดในใจ อะไรกัน…ก่อนหน้านี้พี่เขายังพูดดีอยู่เลย แต่พอเราย้ายเข้ามา ทำไมถึงพูดแบบนี้ “ไม่ลำบากค่ะ วาวายกได้” เธอตอบเสียงเบา พยายามกลั้นความรู้สึกที่เอ่อขึ้นมาในอก พาทิศหัวเราะเบา ๆ อย่างไร้อารมณ์ “อืม…เพื่อผลประโยชน์ ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ” เขาพูดเบา ๆ พอจะตั้งใจให้เธอได้ยิน คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ กรีดลงกลางใจ เขาเดินผ่านเธอไป ร่างสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเฉียดผ่านโดยไม่คิดจะหลบ กลิ่นน้ำหอมโทนเย็นแตะปลาย แต่ความเย็นที่แท้จริง… กลับมาจากคำพูดของเขาและสายตาของเขา "ทำไมวันนี้พี่พาทิศพูดกับเราแปลก ๆ ไหนบอกว่ายินดีให้เราเข้ามาอยู่…แล้วทำไมท่าทางถึงไม่พอใจขนาดนี้ งงเลยอะไรของเขา เป็นเมนรึไง ชิ" “วาวา มีอะไรหรือเปล่าลูก สีหน้าไม่ค่อยดีเลย” เสียงวาสนาดังขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวยืนนิ่ง สีหน้ามึนงงอย่างปิดไม่มิด “ของอันไหนยกไม่ไหว ให้คนรถมายกให้นะ มันหนัก เดี๋ยวปวดหลัง” เธอพูดอย่างห่วงใย ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ…เมื่อกี้แม่เห็นพาทิศ เขาไปไหนแล้วล่ะ” วาวาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ให้แม่ “พี่เขามาทักทายนะคะแม่ น่าจะเข้าไปในบ้านแล้วค่ะ” เธอขยับเข้าไปจับแขนแม่เบา ๆ “ไปค่ะ เราเข้าบ้านกันดีกว่า ข้างนอกมันร้อน” วาวาเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ เลือกที่จะเก็บคำพูดเย็นชานั้นไว้กับตัวเอง เพราะเธอไม่อยากเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้แม่รู้สึกไม่สบายใจ… แม้หัวใจของเธอเองจะเริ่มสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ก็ตาม ห้องพักของเธอถูกจัดไว้เป็นห้องตรงข้ามกับเขา เพียงแค่เดินออกจากห้อง ก็สามารถมองเห็นประตูอีกฝั่งได้ชัดเจน วาวาไม่ได้รู้สึกสบายใจกับการจัดห้องแบบนี้นัก ไม่ใช่เพราะความใกล้ แต่เพราะแววตาของพาทิศ… แววตาที่เหมือนซ่อนบางอย่างไว้ลึกเกินกว่าจะเดาออก เขาไม่ได้แสดงออกตรงไปตรงมา แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความไม่ปกติ “คุณน้ามาครับ เดี๋ยวผมช่วยยกกระเป๋าไปห้องคุณพ่อ” น้ำเสียงสุภาพอ่อนโยนดังขึ้นทันที เมื่อเขาหันไปพูดกับวาสนา ต่างจากน้ำเสียงเย็นชาที่เธอเพิ่งได้รับอย่างสิ้นเชิง วาวายืนชะงัก หัวใจเต้นแรงด้วยความงุนงง เมื่อกี้ยังพูดกับเราอีกแบบอยู่เลย… “น้องวาวา ห้องอยู่ตรงข้ามนะครับ” เขาหันมาพูดกับเธอ พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูสุภาพไร้พิษภัย แต่สำหรับวาวา มันกลับทำให้ใจสั่นอย่างประหลาด “หา!” เธอเผลอหลุดเสียงออกมา ก่อนจะรีบตั้งสติ สายตาของพาทิศจับจ้องอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังพอใจกับปฏิกิริยานั้น “เอ่อ…ค่ะ ขะ…ขอบคุณค่ะ” วาวาตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้าหลบสายตา พาทิศยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเห็น นอกจากเธอเพียงคนเดียว รอยยิ้มที่บอกชัดเจนว่า เขารู้ดีว่าเธอสับสน และเขา…กำลังพอใจกับมัน วาวาขนของเข้าไปในห้อง เธอนั่งลงบนเตียงยังนึกถึงใบหน้าขอพาทิศ และคำพูดที่ดูแปลกของเขา ทำไมเขาถึงดูไม่พอใจ ทำไมเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อวาน และทำไมเขาทำดีกับเธอต่อหน้าพ่อแม่ ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่คำว่าทำไม? …ทำไม? “ก๊อก…ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ “แม่เข้าไปนะวาวา” “ได้ค่ะ แม่” วาสนาเปิดประตูเข้ามา มองสำรวจห้องด้วยสายตาพอใจ ห้องนอนโทนอบอุ่น ถูกจัดอย่างเรียบร้อย เหมาะกับเด็กสาววัยมหาวิทยาลัยทุกอย่าง “เป็นยังไงบ้างลูก ชอบห้องนี้ไหม” “ชอบค่ะแม่ ห้องน่ารักดี” วาวายิ้มบาง ๆ ตอบ แม้ในใจยังไม่คลายความกังวลทั้งหมด “หนูวาวาชอบ ลุงก็ดีใจนะ” นายพิพัฒน์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม วาวารีบยกมือไหว้อย่างสุภาพ “ขอบคุณคุณลุงนะคะ” บรรยากาศในห้องดูอบอุ่น จนกระทั่งเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา “แต่มหาวิทยาลัยมันไกลจากบ้านนะ” นายพิพัฒน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ลุงว่าซื้อคอนโดใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยให้วาวาดีกว่า จะได้เดินทางสะดวก” คำพูดนั้นทำให้วาวาชะงัก ก่อนที่เสียงของพาทิศจะดังขึ้นทันที “จะซื้อให้เปลืองทำไมครับพ่อ” เขาพูดเรียบ ๆ “คอนโดผมมีตั้งสามห้อง” วาวาหันขวับไปมองเขาทันที หัวใจแทบหล่นวูบ ไม่นะ…ไม่เอาแบบนั้น อย่าให้ต้องไปอยู่กับเขาตามลำพังเลย “อ้าว จริงสิ” นายพิพัฒน์หันมาทางเธอ “วาวาว่าไงล่ะลูก จะซื้อใหม่ หรือไปอยู่กับพี่พาทิศดี” ก่อนที่เธอจะได้ตอบ พาทิศก็พูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงนิ่ง แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้คนฟังอึดอัด “ถ้าน้องรังเกียจผม…ก็ซื้อใหม่ให้น้องก็ได้ครับพ่อ” คำพูดนั้นเหมือนโยนภาระกลับมาใส่เธอ วาวากำมือแน่น จะให้ตอบว่าไม่อยากอยู่กับเขา ก็ดูไม่เหมาะ จะให้ซื้อใหม่…คอนโดราคาหลายล้าน ใครจะกล้าพูด “วาวา” วาสนามองหน้าลูกสาวอย่างเป็นห่วง “ถ้าไม่สบายใจ แม่จะซื้อให้หนูเองก็ได้” พาทิศเหลือบมองภาพตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ซื้อเองงั้นเหรอ…เงินพ่อฉันทั้งนั้นแหละ เขาคิดในใจอย่างเย็นชา วาวาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจ “หนู…ไปอยู่คอนโดพี่พาทิศก็ได้ค่ะแม่” เธอฝืนยิ้ม “มีตั้งสามห้อง จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม” วาสนามองลูกสาวอย่างลังเล ก่อนจะหันไปทางพาทิศ “งั้นน้าคงต้องฝากพาทิศช่วยดูแลน้องด้วยนะลูก มีอะไรก็คอยแนะนำน้องหน่อย” พาทิศสบตาวาวา สายตานิ่งลึกจนเธอรู้สึกใจสั่น “อย่าห่วงเลยครับคุณน้า” เขายิ้มบาง ๆ “ผมจะดูแลน้อง…อย่างดี” คำว่า อย่างดี ทำให้วาวารู้สึกหนาววาบขึ้นมาที่สันหลัง โดยไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจครั้งนี้ กำลังพาเธอเข้าไปใกล้เขามากกว่าที่คิด…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD