เมื่อพี่ว้าก…สุดโหด

1316 Words
คณะวิศวะกรรมศาสตร์ ลานกิจกรรมหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยเสียงจอแจของนักศึกษาปีหนึ่ง แดดเช้าส่องแรงจนพื้นปูนสะท้อนความร้อนขึ้นมาเป็นระลอก วาวารีบก้าวเข้ามาในกลุ่ม หายใจยังไม่ทันสม่ำเสมอ เสื้อชื้นเหงื่อเล็กน้อยจากการเดินกึ่งวิ่งมาไกล เธอเพิ่งมาถึง…สายไปไม่กี่นาที แต่สำหรับกิจกรรมรับน้อง แค่นาทีเดียวก็ถือว่า “ผิด” “น้องปีหนึ่งแถวนั้น!” เสียงเข้มดังขึ้นกลางลาน ราวกับฟ้าผ่า วาวาสะดุ้ง หันไปตามเสียงนั้น หัวใจหล่นวูบ…เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าแถว "พี่พาทิศ" เขาสวมเสื้อช็อปวิศวะ สีเข้ม ปักชื่อชัดเจน ท่าทางนิ่ง ดวงตาคมกริบ ไม่เหลือเค้าของพี่ชายที่นั่งเงียบ ๆ บนโซฟาเมื่อเช้าแม้แต่น้อย “น้องปีหนึ่ง ...เธอใครอนุญาตให้มาสาย” น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ วาวากำสายกระเป๋าแน่น “ขอโทษค่ะ…หนู...” “ผมถามว่า ใครอนุญาต” เขาขัดขึ้นทันที บรรยากาศรอบข้างเงียบลงในพริบตา สายตานับสิบคู่จับจ้องมาที่เธอ “…ไม่มีค่ะ” วาวาตอบเสียงเบา พาทิศจ้องหน้าเธออยู่นาน ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ “งั้นยืนหน้าแถว” วาวาเม้มปาก ก่อนจะก้าวออกมายืนตามคำสั่ง แดดร้อนจัดจนแสบผิว แต่สิ่งที่ร้อนยิ่งกว่า…คือสายตาของเขา “จำไว้นะ” พาทิศพูดเสียงดังชัด “ที่นี่ไม่ใช่บ้าน ไม่มีใครรอใคร ไม่มีข้อยกเว้น กฎคือกฎ ใครทำไม่ได้ไม่ต้องมาเรียน ออกจากที่นี่ไป” คำพูดนั้นเหมือนตั้งใจแทงตรงกลางอกเธอ วาวาก้มหน้าลง พยายามกลั้นความรู้สึก เพื่อน ๆ เริ่มกระซิบกันเบา ๆ ไม่มีใครรู้ว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้า…คือคนที่นั่งรถมาด้วยกันเมื่อเช้า และเธอสายเพราะเขาทิ้งเธอไว้ข้างทาง พาทิศกำมือแน่นข้างลำตัว เขาเห็นไหล่เล็ก ๆ ที่สั่นน้อย ๆ เห็นริมฝีปากที่เม้มแน่นราวกับกำลังอดทน ใจเขากระตุกวูบ แต่ใบหน้ายังคงเย็นชา “ใครที่มาสายให้ไปวิ่งรอบสนาม10 รอบ แล้วมายืนแถวหน้ากระดาน ตรงนี้จนกว่าจะจบกิจกรรมช่วงแรก....ไป!” เขาสั่งเสียงเรียบ แล้วหันหลังกลับไปทำหน้าที่พี่ว้ากต่อ โดยไม่หันกลับมามองเธออีก แต่ไม่มีใครรู้ว่า… ทุกครั้งที่เสียงเขาดังขึ้น หัวใจของเขากลับว้าวุ่นยิ่งกว่าใครทั้งหมด น้ำตาของวาวาเอ่อคลอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอพยายามกลืนมันลงคอไม่ให้ไหลออกมา แม้สิ่งที่เขาทำกับเธอ…มันเจ็บกว่าที่คิด ถ้าเขาไม่ชอบเธอ ถ้าไม่อยากเห็นหน้าเธอ ไม่อยากให้เธออยู่คอนโดด้วย เขาน่าจะพูดออกมาตรง ๆ ไม่ใช่มากลั่นแกล้งกันในที่สาธารณะแบบนี้ คำสั่งจากปากเขายังก้องอยู่ในหัว และไม่กี่วินาทีต่อมา วาวากับเพื่อนปีหนึ่งอีกเจ็ดคนก็ต้องออกวิ่งรอบสนามตามที่เขาสั่ง ลมหายใจเริ่มติดขัดตั้งแต่รอบแรก แดดเช้าส่องลงมาตรงศีรษะราวกับไม่ปรานีใคร “เธอ ๆ เราชื่อดรีมนะ อุตสาหการ” เสียงผู้หญิงข้าง ๆ เอ่ยขึ้นระหว่างวิ่ง “เราวาวา…เอกเดียวกับเธอเลย” เธอตอบทั้งที่หอบจนแทบพูดไม่เป็นประโยค “ยินดีที่ได้รู้จักนะ เรายังไม่มีเพื่อนเลย มาเป็นเพื่อนกันไหม” “ยินดีจ้ะ ดรีม” วาวายิ้มบาง ๆ ให้ แม้ในอกจะหนักอึ้ง สายตาของเธอเผลอเหลือบไปมองคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามสนาม พาทิศยืนกอดอก สีหน้าเรียบเฉย ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องปกติ ‘หึ…ที่แท้พี่ก็ไม่ได้ชอบฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การกระทำต่อหน้าพ่อแม่ก็แค่เสแสร้งเท่านั้น’ วาวาคิดในใจ ‘คอยดูนะ ฉันจะบอกคุณลุงให้หมด กับสิ่งที่พี่ทำ’ “วิ่งให้เร็วกว่านี้!” เสียงตะโกนเข้มดังขึ้นมาจากอีกฝั่งสนาม “เรียนวิศวะ อย่ามาทำตัวอ่อนแอ เร็ว!” เสียงนั้นเหมือนแส้ที่ฟาดลงกลางหลัง เพื่อน ๆ ปีหนึ่งเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ แต่ไม่มีใครกล้าหยุด “เร็ว ๆ เข้าสิ พี่ว้ากเริ่มด่าแล้ว” เสียงใครบางคนกระซิบด้วยความตื่นกลัว พวกเธอวิ่งต่อ รอบแล้วรอบเล่า สิบรอบสนาม…ระยะทางเกินห้ากิโลเมตร ขาของวาวาเริ่มไร้เรี่ยวแรง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก “ไหวไหมวาวา” ดรีมหันมาถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นใบหน้าของเธอซีดเผือด “ไหว ๆ ไม่เป็นไร” วาวาฝืนตอบ “วิ่งครบแล้วไปยืนต่อเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะมาต่อว่าพวกเราอีก” ทั้งกลุ่มพากันไปยืนเรียงหน้ากระดานหน้าคณะ แดดแรงจนแสบผิว เวลาผ่านไปช้าอย่างทรมาน ยี่สิบนาทีผ่านไป… “พี่คะ! เพื่อนจะเป็นลมค่ะ!” เสียงนักศึกษาหญิงร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนก ร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทรุดนั่งลงกับพื้น เหล่าสตาฟรีบกรูเข้ามา พาเธอไปยังห้องพยาบาล ท่ามกลางความโกลาหลนั้น สายตาคมคู่หนึ่งยังคงจับจ้องอยู่ที่วาวา พาทิศยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยบางอย่างที่อ่านไม่ออก “อึดดีนี่…วาวา” เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง “จะดูสิ…จะทนได้อีกสักเท่าไหร่” แต่ลึกลงไปในอก รู้สึกเจ็บแปลบที่เห็นเธอโดนลงโทษแบบนี้ ทันใดนั้น ภูผาก็เดินตรงเข้ามาหาพาทิศ สีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก สายตาเขาเหลือบมองไปยังกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่ยืนตากแดดอยู่ ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเพื่อนสนิท “พาทิศ แค่มาสาย มึงให้วิ่งก็พอแล้วมั้ง” ภูผาพูดเสียงต่ำ “นี่มึงยังให้มายืนตากแดดอีก มันเกินไปไหมว่ะ” พาทิศถอนหายใจแรงเล็กน้อย “เออ…กูรู้” “รู้แล้วทำไมยังทำ” ภูผาขมวดคิ้ว “ปกติมึงไม่ใช่คนโหดขนาดนี้นะเว้ย รอบนี้มึงเล่นบทพี่ว้ากโหดจัดเลย” ภูผาหันไปมองแถวปีหนึ่งอีกครั้ง สายตาเขาหยุดอยู่ที่วาวา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง “อ๋อ…” เขาหัวเราะหึหึในลำคอ “ในนั้นมีลูกแม่เลี้ยงมึงอยู่ด้วยนี่หว่า” พาทิศชะงักไปเสี้ยววินาที กรามเขาเกร็งแน่น แต่ยังคงทำหน้าเฉย “อยากจะแกล้งก็บอกมาตรง ๆ ก็ได้มึง” ภูผาพูดตรง ๆ “ไม่ต้องอ้างระเบียบรับน้องหรอก” พาทิศหันไปจ้องหน้าเพื่อน น้ำเสียงแข็งขึ้นทันที “เรื่องของกู มึงไปดูน้องทำกิจกรรมของมึงไป” “แหนะ…ไล่กูอีก” ภูผาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดทิ้งท้าย “แต่อย่าลืมล่ะเว้ย ระวังจะโหดจนควบคุมตัวเองไม่อยู่” ภูผาเดินจากไป ทิ้งให้พาทิศยืนอยู่ตรงนั้นตามลำพัง สายตาของเขาเผลอหันกลับไปมองแถวปีหนึ่งอีกครั้ง มองเห็นร่างบางที่ยืนหลังตรง ฝืนอดทนทั้งที่ใบหน้าซีดเซียว มือที่กำไว้ข้างลำตัวค่อย ๆ คลายออก หัวใจเต้นหนักกว่าที่ควรจะเป็น ‘สมควรแล้วที่โดนแบบนี้ ...’ เขาบอกตัวเองซ้ำ ๆ แต่ลึกลงไป เขากลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วจริง ๆ ว่าร่างบอบบางอย่างเธอจะทนแดดร้อน ๆ เมืองไทยไหวหรือไม่ “ว๊าย…วาวา ไหวไหม!” เสียงของดรีมดังขึ้นพร้อมกับมือที่รีบคว้าแขนเธอไว้ แต่ร่างบางของวาวากลับโงนเงน ขาเริ่มไม่มีแรง โลกตรงหน้าหมุนคว้าง แสงแดดแยงตาจนทุกอย่างพร่าเบลอ “วาวา!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD