1.ใต้เงาบุญคุณ

1456 Words
“วันนี้ฉันไม่กลับ... และไม่ต้องเสนอหน้ารอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญเอ่ยขึ้นสั้นๆ ทัณฑ์เทวาปรายสายตาคมกริบมองร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดโต๊ะอาหาร สายตาของเขาเย็นชาเหมือนมองสิ่งของไร้ชีวิต ‘ม่านมุก’ ชะงักมือ เธอชินกับความใจร้ายที่สาดใส่กันมาตลอดหกเดือนหลังวิวาห์ลวงโลกนี้แล้ว “ค่ะ” เธอตอบรับเบาๆพลางพยักหน้าอย่างว่าง่าย ร่างสูงกำยำในชุดสูทราคาแพงที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างและบุคลิกอันตรายหมุนตัวเดินจากไปทันที เขาไม่เคยหันกลับมามอง ไม่เคยสนว่ากับข้าวพวกนั้นเธอจะตั้งใจทำแค่ไหน ทิ้งให้ความเงียบงันปกคลุมเรือนหอที่เย็นเฉียบราวกับสุสาน ...สิ่งที่เธอทำได้ มีเพียงแค่คำว่า ‘อดทน’ เพื่อตอบแทนบุญคุณคุณปู่เกริกเกียรติเท่านั้น . @Siren S Club (VVIP ZONE) กลิ่นบุหรี่หอมจางๆ คละคลุ้งไปกับกลิ่นวิสกี้ราคาแพง ทัณฑ์เทวานั่งแผ่หลากลางโซฟาหนังตัวยาว ท่วงท่าเกียจคร้านแต่กลับดูคุกคามจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้าปั้นนิ่งสนิทจนเพื่อนสนิทอย่างภูมิและภีมต้องแลกสายตากัน “ทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคนขนาดนี้ เมียแต่งทำอะไรขัดใจอีกล่ะ?” ภีมเอ่ยเย้า “อย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้นให้กูได้ยิน” ทัณฑ์เอ่ยเสียงต่ำ กระดกวิสกี้เข้าปากรวดเดียว สายตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่แม้แต่เขาก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องโมโหทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าเรียบเฉยของม่านมุก “คุยเรื่องอะไรกันอยู่คะทัณฑ์” เสียงหวานของ ‘เบล’ ดังขึ้นพร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปที่จงใจโชว์สัดส่วนเย้ายวน เธอทรุดกายนั่งบนตักแกร่งของทัณฑ์ทันทีพร้อมคล้องคอเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มนิ่งสนิท เขาปล่อยให้เธอหอมแก้ม แต่สายตากลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย “ลุก” เขาออกคำสั่งเสียงเข้มสั้นๆ “ทัณฑ์คะ...” “ฉันบอกให้ลุก เบล อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” แรงกดดันมหาศาลขยายตัวรอบร่างสูงจนแบลต้องจำยอมลุกไปนั่งข้างๆ อย่างเสียหน้า ทัณฑ์เทวาในตอนนี้ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้มากกว่าเดิมหลายเท่า “กูกลับละ” ทัณฑ์ลุกพรวดขึ้นทั้งที่เหล้ายังไม่หมดแก้ว “เฮ้ย! จะรีบไปไหนวะ? จะกลับไปหาเมียหุ่นยนต์ที่บ้านหรอ?” ภูมิหัวเราะร่วน ทัณฑ์ชะงักเท้า สายตาที่ตวัดกลับไปมองเพื่อนนั้นดุดันจนภูมิถึงกับหุบยิ้ม ภีมผู้เป็นน้องจึงรีบตบบ่าภูมิผู้เป็นพี่พลางส่ายหน้าไปมาพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ “เออ... วันนี้กูจะกลับไปดูให้เห็นกับตาว่าที่มันทำตัวว่าง่ายน่พ มันซ่อนจริตอะไรไว้ข้างในหรือเปล่า!” เขาสะบัดหน้าเดินออกไปทันที ทิ้งให้เบลยืนเก้ออยู่ตรงนั้น ทัณฑ์เทวาในคืนนี้ไม่ได้มีความเบื่อหน่ายเหมือนทุกวัน แต่มันมีความเหลืออดที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในอก . ย้อนกลับไปเมื่อ 6 เดือนก่อน.... ม่านมุกในวัย 32ปี ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายในฐานะเลขาส่วนตัวและคนดูแล ‘คุณเกริกเกียรติ’ ชายชราผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กกำพร้า สำหรับเธอ ชีวิตนี้อุทิศให้ท่านได้โดยไม่คิดเรื่องการมีคู่ครอง โดยมีพี่ชายนอกสายเลือดที่แสนดีคอยเป็นเกราะกำบังและดูแลเธออยู่เสมอ... จนกระทั่งวันแห่งจุดเปลี่ยนมาถึง... “แกอายุ 38 เข้าไปแล้วนะเจ้าทัณฑ์! ยังไม่คิดจะแต่งงานให้ฉันเห็นหน้าเหลนก่อนตายหรือไง?” เสียงตวาดลั่นทรงพลังของชายชราที่นั่งกุมไม้เท้าหัวมังกรบนโซฟาหนังตัวใหญ่ทำให้อากาศในห้องรับแขกดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา คุณเกริกเกียรติจ้องมองหลานชายเพียงคนเดียวด้วยสายตาเคร่งเครียด “เอาแต่เที่ยวเล่น ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า... ทำตัวเป็นนักล่ากลางคืนไปวันๆ แบบนี้ ฉันจะวางใจยกอาณาจักร S-CORP ให้แกบริหารได้ยังไง!” ทัณฑ์เทวาที่นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้านขยับยิ้มเย็นที่มุกปาก เขาไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับคำด่าทอนั้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวเบือนไหมองปู่ของตนอย่างไม่ยอมลดละ “จะบริหารงาน... มันต้องใช้สมองกับฝีมือครับปู่ ไม่ได้ใช้เมียกับลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นอย่างถือดี “ปู่ก็เห็นว่าผลกำไรไตรมาสล่าสุดมันพุ่งไปขนาดไหน ผมเอาอยู่... โดยไม่ต้องมีพันธะบ้าบออะไรนั่นด้วยซ้ำ” “คนไม่มีครอบครัวจะเข้าใจความรับผิดชอบที่แท้จริงได้ยังไง! ฉันไม่มีทางปล่อยให้บริษัทตกอยู่ในมือคนเสเพลแบบแกเด็ดขาด สักวันก็ต้องล่มจมเพราะผู้หญิงพวกนั้นของแก” “ยิ่งมีครอบครัวสิครับจะยิ่งน่ารำคาญ งานจะเดินได้ยังไงถ้าต้องมานั่งฟังเมียจุกจิก” ทัณฑ์โน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาคมปลาบจ้องเขม็งราวกับจะท้าทายอำนาจ “เชื่อผมเถอะ... แค่ผู้หญิงพวกนั้นน่ะ ผมจัดการได้เหมือนหมากตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้นแหละ” “ไม่ได้! ถ้าแกไม่มีผู้สืบทอดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฉันจะไม่มีวันเซ็นยกสมบัติให้แกแม้แต่แดงเดียว!” ชายชราหากไม้เท้าลงบนพื้นเสียงดังปัง! ก่อนจะปรายสายตามองม่านมุกที่ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างกาย “ถ้าแกยังทำตัวเป็นเสือแบบนี้... ฉันจะยกทุกอย่างให้หนูมุกแทน! อย่างน้อยยัยหนูก็มีความรับผิดชอบมากกว่าแกหลายเท่า!” “เฮ้ย! ได้ไงครับปู่?” ทัณฑ์ถลันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เขาหันไปจ้องมองหน้าม่านมุกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและคุกคาม “มุก... เธอคงไม่ได้เป่าหูอะไรปู่ฉันหรอกนะ?” ม่านมุกถอนหายใจ “คุณปู่คะ มุกว่ามุกไม่เหมาะกับตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่ทัณฑ์เขามีความสามารถที่สุดแล้ว มุกเทียบพี่เขาไม่ได้เลย” เธอพยายามไกล่เกลี่ยด้วยเสียงที่เรียบเฉยตามแบบฉบับของเธอ แม้จะอยู่ภายใต้สายตาคมที่แทบจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆของทัณฑ์เทวา ทัณฑ์ลอบยิ้มสะใจที่เห็นเธอช่วยพูดอย่างไม่เกรงกลัว เขาเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ ตั้งใจจะข่มขวัญเธอด้วยความสูงใหญ่และกลิ่นอายอันตราย “ได้ยินแล้วใช่ไหมครับปู่? มุกเขายังรู้ตัวเลยว่าไม่คู่ควร... เพราะฉะนั้นเลิกเอาเรื่องมรดกมาขู่ผมได้แล้ว” เขาพูดทั้งที่ยังคงจ้องมองม่านมุกอย่างไม่ละสายตาพร้อมลอบยิ้มอย่างพอใจ แต่ภาพความเข้าอกเข้าใจกลับทำให้ชายชราเกิดความคิดที่ร้ายกาจกว่านั้น... “เข้าขากันดีนักใช่ไหม! ดี! งั้นพวกแกสองคนแต่งงานกันซะ! รีบมีเหลนให้ฉันไวๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งแย่งสมบัติกันให้ปวดหัว!” “ฮะ?!!/คะ?!!” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน ทัณฑ์เทวาเบิกตากว้าง สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาคว้าข้อมือม่านมุกมาบีบไว้แน่นจนเธอหน้านิ่ว “นี่คือแผนของเธอใช่ไหมม่านมุก? คงอยากได้สมบัติตระกูลฉันมาตั้งนานแล้วสินะ ถึงกับยอมขายตัวมาแต่งกับฉันเลยเหรอ!” “ไม่ใช่ มุกไม่ได้...” “เงียบ!” ทัณฑ์คำรามเสียงต่ำใส่คนตัวเล็ก ก่อนจะหันไปทางปู่ด้วยท่าทางดื้อรั้นสุดขีด “ผมไม่มีทางแต่งกับยัยน้องสาวปลอมๆจอมจืดชืดนี่แน่ๆ ใครจะไปนอนด้วยลงกับคนที่เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย!” ปลายไม้เท้าหัวมังกรฟาดเปรี้ยงลงที่หน้าแข้งแกร่งจนทัณฑ์ต้องทรุดกระแทกลงไปนั่งที่เดิมด้วยความเจ็บกายและเจ็บใจ “ฉันไม่ยอมให้แกไปคว้าเอาแม่นางแบบลูกสาว ส.ส. นั่นมาผลาญสมบัติเด็ดขาด! เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวของหนูมุกซะ ถ้าแกหนี... ฉันจะตัดหางปล่อยวัดแกตั้งแต่วันนี้!” ทัณฑ์เทวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ เขาจ้องมองม่านมุกที่ยืนนิ่งไม่สะทกสะท้านด้วยสายตาที่เคียดแค้นและกระหายจะเอาชนะ “ได้ครับปู่... ผมจะแต่ง! แต่ปู่เตรียมใจไว้ได้เลย ว่าผมจะ ‘ดูแล’ เมียคนนี้ให้ถึงใจ จนปู่ต้องเสียใจที่บังคับผมแต่งงาน!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD