10.ห้องประธาน[NC+]

1584 Words
แม้เธอจะพยายามหลีกเลี่ยงแต่เขาก็ไม่ยอมลดละ ยิ่งเขากลั่นแกล้งเธอมากเท่าไหร่... กลับกลายเป็นเขาที่รู้สึกปรารถนาในตัวเธอมากกว่าเดิมจนแทบจะทนไม่ไหว อยากรู้เหลือเกินว่าเธอจะเก่งไปซะทุกเรื่องเลยไหม โดยเฉพาะเวลาที่เธออยู่ใต้ร่างเขาที่เขาไม่เคยคิดถึงมันตอนนี้กลับวนเวียนอยู่ในหัว การประชุมจบลงด้วยดีในตอนท้ายที่เขานั่งเงียบกริบ เพราะสมองเอาแต่คิดเรื่องนั้นทั้งที่สายตายังคงจดจ้องทุกอริยาบทของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าภรรยา... ภาพที่เธอกำลังวุ่นกับการเก็บของก้มๆเงยๆทำให้เขาแทบอยู่ไม่สุข “อะแฮ่ม... ประชุมจบแล้ว คุณผู้ช่วยมากับฉันเดี๋ยวนี้” สิ้นเสียงประกาศกร้าว ทัณฑ์ไม่รอให้ใครทักท้วงหรือหุ้นส่วนบอร์ดบริหารหน้าไหนเข้ามาสอบถามเธอทั้งนั้น เขาคว้าข้อมือเรียวของผู้ช่วยที่พ่วงตำแหน่งเมียแต่งที่กำลังงุนงงกระชากออกจากห้องประชุม มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของเขา ทันทีที่บานประตูหนาหนักถูกปิดและล็อกสนิทพร้อมกับม่านกั้นกดปิดลงแทนที่กระจกใส แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาตลอดการประชุมกำลังจะระเบิดออกในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ ม่านมุกยังไม่ทันประคองสติ ร่างอรชรก็ถูกดันเข้าหาโต๊ะทำงานตัวใหญ่จนไร้ทางหนี สีหน้าสวยสง่าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความตกใจและหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด ทัณฑ์เทวาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า เขาแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นว่าหุ่นยนต์ที่แสนจะเย่อหยิ่งและพยศใส่เขาในวันนี้กำลังสั่นระริกอยู่ในเงื้อมมือ “สีหน้าแบบนี้... ดูน่ามองกว่าสีหน้าหยิ่งยโสนั่นเป็นไหนๆ” น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ขณะที่เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิดเนียน แววตาคมกริบของเสือร้ายกำลังสำรวจเหยื่อ อย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้ เขาไม่คิดจะปล่อยเธอให้รอดเหมือนเมื่อคืนแน่... “อย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆที่นี่นะ!” ใบหน้าสวยที่เคยเรียบนิ่งกลับไม่นิ่งอีกต่อไป เธอเอามือยันแผงแกร่งเอาไว้สุดแรง พยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่กลับถูกวงแขนกำยำล็อกเอาไว้กับขอบโต๊ะทำงานจนแผ่นหลังบางแทบจะแนบชิดไปกับเอกสารที่วางระเกะระกะ “ทำไมจะทำไม่ได้? ในเมื่อที่นี่คือห้องของฉัน... และเธอเองก็เป็นของฉัน” ทัณฑ์เทวาไม่เพียงแต่ไม่ฟัง เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มใส คิวเข้มขมวดเข้าหากันสายตาคมหลุบมองริมฝีปากอิ่มราวกับกำลังเก็บกลั้นอารมณ์เอาไว้ มือข้างขึ้นเชยคางเธอขึ้นให้เชิดมองเขา ใช้นิ้วโป้งคลึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆอย่างย่ามใจ “คุณ! เป็นบ้าไปแล้วหรือไง?! ไหนบอกกับคนอื่นๆไม่ใช่หรอไม่มีวันแตะต้องฉันเพราะฉันจืดชืดไง!” ม่านมุกยิ่งดันแผงอกเขาออกแต่มันกลับยิ่งเหมือนดึงดูดเขาเข้าหาตัว มือหนาคว้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างที่ผลักดันเขาออก ก่อนจะกดมันลงติดกับโต๊ะทำงานเหนือศีรษะของเธอ มืออีกข้างบีบที่กรอบหน้าพลางยื่นหน้าเข้าไปแทบจะชิด ปลายจมูกโด่งนั้นคลอเคลียข้างแก้ม “แล้วยังไง? ตอนนี้จะแตะต้องยังไงเธอก็เมียฉัน ม่านมุก!” ทัณฑ์พูดพลางเลื่อนมือลงไปลูบไล้ส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างรุกราน ก่อนจะบีบเคล้นตรงสะโพกผายนั้นอย่างแรงตามแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น เป็นการบอกเธอนัยๆว่าเขาไม่มีทางปล่อยเธอให้รอดเหมือนเมื่อคืนเป็นแน่ “อย่านะ! คุณทัณฑ์! ฉันกำลังจะไปคุยเรื่องหย่ากับคุณปู่ให้! โดยที่คุณยังได้สมบัติครบ! อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ” เสียงอ้อนวอนของคนใต้ร่างทำให้เขาหยุดชะงัก แต่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีเลย... เมื่อคำว่าหย่าหลุดออกมาจากปากของเธอ กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดทั้งที่เขาเฝ้ารอมาตลอดที่จะให้เธอขอหย่าเอง “หย่า... หรอ?... งั้นหรอม่านมุก...” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นช้าๆอย่างสกัดกลั้นอารมณ์ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เพียงไม่กี่วินาทีใบหน้าหล่อก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “คิดว่าฉันจะเชื่อเธอง่ายๆหรือไง? ฝันไปเถอะม่านมุก ลองดูหน่อยจะเป็นไรไป เผื่อเธอติดใจจนไม่อยากหย่า!” ใบหน้าหล่อไม่พูดเปล่า โน้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวผ่องอย่างราวเร็วและรุนแรง สูดดอกกลิ่นหอมกรุ่นที่เขาไม่เคยได้ดอมดมเข้าเต็มปอด ม่านมุกพยายามเบี่ยงตัวหนีแต่ไม่เป็นผล มือข้างที่ว่างปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอแล้วเปิดออกให้พ้นไหล่ ก่อนจะเลื่อนไปใบหน้าลงมาที่ลาดไหล่เนียนแล้วขบเม้มมันจนเกิดรอยแดงสีกุหลาบ “อ๊ะ!... ย...อย่า” ม่านมุกพยายามร้องห้าม แต่เสียงร้องช่างแผ่วเบาเหลือเกินจนแทบไม่ได้ยิน เขารู้สึกได้ถึงร่างกายของเธอที่สั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างเขา ยิ่งเธอพยายามดิ้นรนเขาก็ยิ่งกระชับแขนแกร่งที่กอดเอวเธอไว้และบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างโหยหา ทัณฑ์เงยหน้าขึ้นสบตาม่านมุก แววตาเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความปรารถนายากที่จะปิดปัง “ปากบอกอย่า... แต่ร่างกายเธอไม่ใช่เลยนะม่านมุก” เขายกยิ้มครู่หนึ่ง ไม่รอให้อีกฝ่ายได้เถียง... ทัณฑ์ก้มลงไปกดจูบอย่างหนักหน่วงและดูดดื่มปิดคำประท้วงของเธอ ความรู้สึกหวานล้ำที่เขาพึ่งได้ลิ้มลอง รสชาติของม่านมุกที่เขาไม่เคยได้ชิมทำให้เขาแทบจะไม่อยากละจากจูบ ทัณฑ์บดเบียดริมฝีปากเข้าหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดจาอะไรที่เขาไม่อยากฟัง ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานภายในอย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ ราวกับต้องการตีตราความเป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอ “อื้ม!” ม่านมุกค้านเสียงหวานในลำคอ น้ำตาคลอหน่วยตรงเบ้าตาเพราะความรู้สึกที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนมันแล่นเข้าร่างอย่างกะทันหัน รสจูบของเขาทำให้ช่องท้องรู้สึกโหวงวาบไปหมด ทัณฑ์ไม่รอช้า เขาเลื่อนมือลงไปที่โคนขาเรียวนั้นก่อนจะเลิกชายกระโปรงสีขาวขึ้นไปกองที่หน้าท้อง ทัณฑ์พาร่างกายช่วงล่างที่ตื่นตัวบดเบียดเข้าหาความนุ่มยุ่นใต้กระโปรงนั้น ความอุ่นนุ่มของเขาทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหว “หึ... ตื่นเต้นจนแฉะหมดเลยสินะ” คำพูดหยาบโลนเอ่ยขึ้นหลังจากละจากจูบ ในขณะที่มือของเขาปลดเข็มขัดและกางเกงสแลกตัวเก่งพอหลวมๆ สายตาคมกริบยังจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาและส่ายหน้าไปมา ร่างกายของเธอสั่นระริกในอ้อมกอดของเขา “ไม่นะพี่ทัณฑ์ ฉ...ฉันขอล่ะ” “ทีอย่างนี้ล่ะเรียกพี่? ขอหรอ? ...ได้...ฉันจัดให้” ทัณฑ์ไม่รอช้า เลื่อนมือไปสัมผัสความนุ่มใต้กระโปรงนั้นก่อนจะบีบคลึงมันเบาๆผ่านเนื้อผ้าลูกไม้ที่กั้นอยู่ เขาใช้นิ้วเกี่ยวเนื้อผ้านั้นรั้งไปกองด้านข้าง ก่อนจะจับแก่นกายไซค์ 17นิ้วที่แข็งตัวเต็มที่จ่อปากทางที่ปิดสนิท เขาหลุบสายตามองเนื้อที่สัมผัสถูไถกันไปมาจนเกิดเสียงเฉอะแฉะเพราะน้ำหวานที่ไหลเยิ้ม “ไม่นะ! พี่ทัณฑ์!! อ๊ะ!! กรี้ดดดด!!” ทัณฑ์ไม่สนเสียงห้ามหรือคำพูดใดที่ม่านมุกพยายามจะร้องบอก เขากดส่วนหัวบานเข้าไปอย่างยากลำบากพร้อมกับดันสะโพกเข้าไปทีเดียวจนมิดลำกาย 17 นิ้วนั้น รู้สึกถึงม่านบางๆที่เขาผ่านเข้าไป ก่อนจะรู้สึกอุ่นวาบภายในที่เหมือนกับของเหลวกำลังชโลมลำกายนั้น กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นคาวราคะคละคลุ้งรวมกันไปหมด “อึก... ม่านมุก... นี่เธอ...” เขานิ้วหน้าพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ เพราะความคับแน่นภายในที่กำลังบีบรัดตัวตนเขาอย่างบ้าคลั่งจนเสียวซ่านไปหมด เขาเงยหน้ามองใบหน้าหวานที่ทำสีหน้าเจ็บปวดจนน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ทัณฑ์แช่กายค้างไว้เพื่อให้เธอปรับตัวแม้เขาอยากจะกระแทกแรงๆสวนรับกับแรงตอดรัดนั้นก็ตาม “ฮึก... อื้อ... เจ็บ...” เธอครางเสียงแผ่วเบาๆพลางสะอื้น ความรู้สึกเจ็บเหมือนกำลังถูกฉีกร่างทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับ ทำได้เพียงสั่นระริกอยู่ใต้ร่างเขาเท่านั้น ทัณฑ์เห็นอย่างนั้นก็ก้มลงไปจูบซับน้ำตาของเธอราวกับกำลังจะปลอบโยน ก่อนจะเลื่อนไปจูบลงบนหน้าผากมนที่ชื่นไปด้วยเหงื่อ “อดทนหน่อยนะคนดี...” คำปลอบโยนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากเขาดังขึ้นข้างหูพร้อมลมหายใจที่แหบพร่า บ่งบอกว่าเขาเองก็กำลังอดทนอดกลั้นกับแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอย่างที่สุดเช่นกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD