9. ของโปรดที่ไม่โปรด

1691 Words
หลังจากที่ถกเถียงกันมาพอแล้ว ทัณฑ์เทวายอมนั่งลงที่เดิมแต่ยังคงจ้องมองหน้าภรรยาที่เอาแต่ก้มหน้ากดสมาร์ตโฟนไม่เลิก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แวบเข้ามาว่าเขากำลังถูกกรรมตามสนอง ถูกปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ใช่... เขารู้ว่าที่ผ่านมาเขาเฉยชา แต่แล้วไง? ในเมื่อตอนนี้เขาอยากจะรุก ใครก็ห้ามไม่ได้ อยากแก้ไขตอนไหนใครก็ไม่มีสิทธิ์ขวางและเขาต้องชนะไอ้เวรกรรมบ้าๆอะไรนั่น “กินนี่สิม่านมุก เธอชอบไม่ใช่เหรอ” ทัณฑ์พูดพลางตักกุ้งลายเสือตัวโตที่แกะเปลือกให้เสร็จสรรพวางลงบนจานของเธอ ท่าทางเก้ๆกังๆของคนที่ไม่เคยปรนนิบัติใครทำให้เขายิ่งดูเหมือนคนพาล “ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้อง... เพราะตอนนี้ฉันไม่ชอบทานกุ้งแล้ว” ม่านมุกตอบโดยไม่แม้แต่จะมองกุ้งตัวนั้นที่เขาตั้งใจแกะให้ เธอกลับหันไปตักสลัดเข้าปากอย่างนิ่งเฉย “ไม่ชอบกุ้ง... หรือว่าอยากกินไอ้คินแทน?” ทัณฑ์โพล่งขึ้นมาอย่างเหลืออด แววตาดุดันจ้องจับผิด “เห็นคุยสายกันเสียงหวานขนาดนั้น มันคงดูแลเธอดีกว่าฉันมากสินะ” “คุณคินเขาสุภาพค่ะ ซึ่งนั่นคือคุณสมบัติที่ฉันหาไม่ได้จากคนอย่างคุณ” “ม่านมุก!” ทัณฑ์กัดฟันกรอด กรรมตามสนองมันเริ่มทำงานหนักขึ้นจนเขาหน้าชา แต่คนอย่างทัณฑ์เทวายอมแพ้ไม่เป็น เขาแสยะยิ้มที่ดูร้ายกาจออกมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง เขากดโทรหาลูกน้องคนสนิททันที ภายใต้สายตาเย็นชาของม่านมุกที่ดูไม่สะทกสะท้าน รอสายเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย “ไอ้คิน... งานไตรมาสที่สั่งไว้ ไม่ต้องส่งให้ม่านมุกแล้ว กูเปลี่ยนใจ... กูจะสอนงานเธอเอง ช่วงบ่ายมึงออกไปซื้อของให้กูหน่อย แล้วเอากลับมาให้ตอนเย็น กูย้ำนะ... ต้องกลับมาตอนเย็น! แต่งานอื่นๆที่สั่งต้องเสร็จ!” ม่านมุกถึงกับเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นไม่คิดว่าเขาจะใช้ไม้นี้กันคินลูกน้องของเขาให้ออกห่างจากเธอราวกับเด็กเล่น “นี่คุณ! คุณคินเขาก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว ทำแบบนี้เพื่ออะไร?” “อ้าว... ก็เห็นเป็นห่วงมันนัก ฉันก็เลยช่วยสงเคราะห์ให้มันได้โชว์ศักยภาพไง เผื่อเธอจะปลาบปลื้มมันมากขึ้นกว่าเดิม” ทัณฑ์ยักไหล่อย่างกวนประสาท แววตาเจ้าเล่ห์ฉาบแววผู้ชนะ “แล้วบ่ายนี้... เธอก็ไม่ต้องรีบกลับบริษัทแล้วล่ะมั้ง เพราะฉันมีงานด่วนที่สำคัญกว่าการเช็กยอดในบัญชีให้เธอทำ” ม่านมุกหรี่ตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถาม “งานอะไร?” “งานเป็นเมียไง...ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนเรายังคุยกันไม่จบ” ทัณฑ์ลุกขึ้นโน้มตัวไปฝั่งตรงข้าม ใบหน้าใกล้เธอจนจมูกแทบจะชนกันโดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างในร้าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่แสนอันตรายอบอวลจนม่านมุกใจสั่น “ในเมื่อเธออยากลองดีกับคนอย่างฉันนัก ฉันก็จะทำให้เธอรู้ว่าการเปลี่ยนจากน้องสาวมาเป็นเมียจริงๆ มันต้องแลกด้วย...” ทัณฑ์ทิ้งจังหวะพลางกวาดสายตาคมกริบมองร่างบางด้วยท่าทางคุมคาม “...อะไรบ้าง” พูดจบเขาก็คว้ามือเรียวขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ ริมฝีปากหยักจรดลงบนหลังมือเนียนนุ่มอย่างหนักแน่น แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า ม่านมุกถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบดึงมือกลับทันควัน ก่อนจะคว้ามาเช็ดปากขึ้นมาเช็ดหลังมือตัวเองซ้ำๆ ท่าทางเหมือนรังเกียจสัมผัสเขาเสียเต็มประดา ทว่าปฏิกิริยานั้นกลับทำให้ทัณฑ์ยกยิ้มมุกปากอย่างชอบใจ... พลางคิกว่าพยศให้ได้ตลอดแล้วกัน เพราะผู้หญิงแบบเธอนี่แหละที่ควรค่าแก่การถูกเขากำราบให้ราบคาบที่สุด มันน่าสนใจกว่าตอนเธอเป็นน้องสาวที่น่ารักเป็นไหนๆ “ไม่ว่างค่ะ ตอนบ่ายมีประชุม... คุณออกปากสั่งเองไม่ใช่เหรอว่าให้ฉันเข้าประชุมแทนคุณคิน” ม่านมุกเชิดหน้าตอบเสียงแข็ง “หึ... นั่นสินะ” ทัณฑ์เทวาแสร้งพยักหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงที่เดิมแต่สายตายังคงวนเวียนอยู่บนใบหน้าสวย “ก็ได้... ไม่ว่าเธอจะพยายามยื้อเวลาไปนานแค่ไหน เธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะม่านมุก เพราะคืนนี้เธอต้องรับผิดชอบความดื้อด้านของตัวเองอย่างสาสม!” หลังจากมื้อเที่ยงที่ผ่านพ้นไปโดยที่แทบไม่มีอาหารตกถึงท้อง ทัณฑ์เทวาและม่านมุกก็มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องประชุมช่วงบ่ายทันที ทว่าดูเหมือนสมาธิของประธานหนุ่มผู้ปราดเปรื่องจะไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวเลขหรือแผนการบริหารเลยสักนิด ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวข้างกาย... ผู้หญิงที่เขาเคยละเลยและมองข้ามตลอดหกเดือนเต็ม แต่ในวันนี้เธอกลับดูมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาอย่างรุนแรง... เธอที่แตกต่างจากที่เขาคิดไว้ ภายในห้องประชุมกว้างขวาง โต๊ะไม้โอ๊คตัวยาวมันวาวสะท้อนแสงไฟรอรับทีมบริหารที่จะทยอยเข้ามานั่งประจำที่ ด้านหลังเก้าอี้ตำแหน่งประธานคือจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่ม่านมุกกำลังยืนเซตไฟล์รายงานไตรมาสอยู่อย่างขะมักเขม้น ทัณฑ์เทวานั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เขาหมุนเก้าอี้หันไปหาแผ่นหลังบางที่จดจ่ออยู่กับการทำงาน สายตากริบสไตล์นักล่าเริ่มสำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดทำงานที่ดูเรียบหรูอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน... ทุกจังหวะที่เธอเอื้อมมือไปขยับสายสัญญาณหรือโน้มตัวลงไปเช็กหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันกลับสร้างความดึงดูดใจจนเขาแทบละสายตาไปไหนไม่ได้ ยิ่งเขามอง... ก็ยิ่งพบว่าม่านมุกในเวอร์ชั่นพยศเย่อหยิ่ง ไม่อ่อนหวานเรียบร้อยนี้ มันช่างกระตุ้นความต้องการในตัวเขาได้รุนแรงกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก ในห้องประชุมคณะกรรมการบริหารดูเปลี่ยนไปจากทุกครั้ง เมื่อร่างอรชรในชุดเชิ้ตสีครีมก้าวขึ้นไปยืนตรงหน้าจอมอนิเตอร์ยักษ์ ม่านมุกไม่ได้ดูเป็นเพียงผู้ช่วย แต่เธอกำลังสวมบทบาทนักบริหารผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเต็มตัว "จากกราฟสรุปไตรมาสที่สอง จะเห็นว่ากลยุทธ์การขยายอสังหาริมทรัพย์ แนวรถไฟฟ้าช่วยเพิ่มยอดรับรู้รายได้ถึง 20% ค่ะ...” เสียงนิ่งกังวานและแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของม่านมุกสะกดสายตาทุกคู่ในห้องประชุม แม้แต่บอดืดบริหารอาวุโสที่ขึ้นชื่อว่าเขี้ยวลากดินยังพยักหน้ายอมรับในความเฉียบคมของข้อมูล ทว่าคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะใกล้ๆที่เธอกำลังนำเสนออย่างทัณฑ์เทวาไม่ได้มองที่หน้าจอเลยแม้แต่วินาทีเดียว สายตาคมกริบของเขาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากบางที่กำลังขยับพูดอย่างฉะฉาน และลำคอระหงที่เชิดขึ้นอย่างสง่างาม ยิ่งเธอดูเก่งและมีอำนาจต่อหน้าคนอื่น เขาก็ยิ่งอยากจะปราบให้เธอราบคาบอยู่ใต้ร่างเขาแค่คนเดียวอย่างพ่ายแพ้... กริ๊ก! “ปากกาฉันตก... เก็บให้หน่อยสิ” ทัณฑ์พูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ ระหว่างที่เธอกำลังอธิบายกราฟสำคัญ เขาตั้งใจแกล้งเขี่ยปากกาให้ตกลงพื้น ม่านมุกชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้ทันว่าเขาจงใจแกล้ง หญิงสาวจำต้องก้มลงไปหยิบปากกาใต้โต๊ะประชุมตัวยาวเพราะยังไงเขาก็เป็นประธาน ถ้าขัดตอนนี้คงไม่ดีเท่าไหร่ และนั่นคือจังหวะที่ทัณฑ์รอคอย เขาแกล้งขยับเก้าอี้เข้าไปชิดจนหน้าขาแกร่งเบียดกับหัวไหล่บางของเธอใต้โต๊ะ มือแกร่งข้างหนึ่งแสร้งทำเป็นวางไว้หน้าตักตัวเอง แต่ปลายนิ้วกลับแอบเกี่ยวปอยผมสลวยของเธออย่างถือวิสาสะ “นี่คุณ... ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ” ม่านมุกกระซิบเสียงรอดไรฟันขณะที่มือความหาปากกา “หยิบช้าจังนะ... หรืออยากอยู่ใต้โต๊ะนี้นานๆ?” เขาพึมพำกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ม่านมุกกัดกันหยิบปากกาที่หาเจอโยนลงบนโต๊ะข้างมือเขา ก่อนจะยืดตัวขึ้นทำหน้าที่ต่ออย่างมืออาชีพท่ามกลางสายตาของบอร์ดบริหาร แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีระเรื่อจากการคุมคามของเขา แต่เธอกลับยิ่งนำเสนอได้เฉียบคมกว่าเดิมราวกับตั้งใจจะโฟกัสงานตรงหน้าลบล้างความประหม่าเมื่อครู่ให้หมดสิ้น จนบอร์ดบริหารคนหนึ่งถึงกับออกปากชม “คุณม่านมุกเก่งมากจริงๆ ครับ คุณทัณฑ์... คุณโชคดีนะที่มีคนเก่งขนาดนี้อยู่ข้างตัว” “ครับ... ผมรู้ดีว่าเธอเก่งแค่ไหน” ทัณฑ์ตอบน้ำเสียงพร่า สายตาจ้องมองเธออย่างมีความหมายลึกซึ้งจนคนโดนมองหน้าร้อนวูบ เขารู้ดีว่าเธอเก่งขนาดไหน เก่งที่สามารถทำให้เขาเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงจืดชืดเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เก่งที่ทำอะไรลับหลังเขาโดยที่เขาไม่รู้เลยตลอดหกเดือน ตลอดสองชั่วโมงของการประชุม ทัณฑ์แอบรุกรานเธอในที่ลับสายตาคนในห้องประชุมเสมอ ทั้งการจงใจโน้มตัวกระซิบถามเรื่องงานที่นำเสนอตอนเธอโน้มตัวลงเปลี่ยนไฟล์ในโน้ตบุ๊คจนปลายจมูกเฉียดซอกคอ หรือแม้กระทั่งการใช้เท้าสะกิดไล้เรียวขาของเธอเบาๆใต้โต๊ะทุกครั้งที่เธอสบตากับผู้ถือหุ้นชายคนอื่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD