ร่างของม่านมุกถูกเหวี่ยงลงบนเบาะหลังของรถเบนซ์ลีย์อย่างไม่เบามือนัก ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสเบาะ หญิงสาวก็เตรียมจะถลาเปิดประตูอีกฟากเพื่อหนีออกไป แต่ทัณฑ์เทวาเร็วกว่า เขาพุ่งตัวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับรวบเอวบางเอาไว้แน่น
“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง!” ม่านมุกดิ้นรนสุดแรง มือเรียวผลักไสแผงอกกว้างอย่างไม่ยอมลดละ
“ดื้อด้านนักนะม่านมุก! เธอเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!” เขาก้มมองใบหน้าสวยใกล้ๆ พลางขมวดคิ้วแน่น “ไอ้คิน! ออกรถเดี๋ยวนี้! ล็อกรถด้วย!” ทัณฑ์ตะโกนสั่งลูกน้องเสียงสนั่นรถ
“ครับนาย” คินรีบเหยียบคันเร่งพารถทะยายออกสู่ถนนใหญ่ทันทีตามคำสั่ง
“คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันนะ! ทีคุณยังไปค้างกับคนอื่นได้ แล้วฉันจะไปไหนบ้างมันก็เรื่องของฉัน!” ม่านมุกยังคงดื้อ เธอพยายามจะเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูรถจนตัวแทบจะเกยขึ้นไปบนตักของชายหนุ่ม
“นั่งนิ่งๆ!” ทัณฑ์คำรามพลางกอดรัดร่างอรชรเอาไว้จากทางด้านหลังเพื่อกันไม่ให้เธอเปิดประตูรถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง “อยากตายมากนักรึไงม่านมุก! ไม่เห็นหรอว่ารถวิ่งอยู่! จะดื้อไปถึงไหนวะ!”
เธอไม่ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด แรงดิ้นขลุกขลักทำให้แผ่นหลังนุ่มเนียนเบียดเสียดกับอกแกร่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าในจังหวะที่ความโกรธกำลังพลุ่งพล่านเพราะความดื้อดึงของเธอและกอดรัดกันจนแนบชิด กลิ่นหอมจางๆจากน้ำหอมราคาแพงที่ผสมปนเปกับกลิ่นวิสกี้ชั้นดีจากผัวกายของหญิงสาวกลับลอยเข้ามากระทบจมูกโด่งนั้น ความหอมที่เย้ายวนและดูมีความเป็นผู้หญิงเต็มตัวแบบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนทำให้ทัณฑ์ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
หัวใจที่เคยเต้นด้วยความโกรธกลับเริ่มเปลี่ยนจังหวะอย่างประหลาด ยิ่งม่านมุกดิ้นรนจนเส้นผมสลวยระไปตามซอกคอของเขา ทัณฑ์กลับยิ่งเผลอสูดดมกลิ่นกายนั้นเข้าปอดลึกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความนุ่มนิ่มของร่างกายที่โหยหาการเอาชนะในตอนแรก กลับกลายเป็นสัมผัสที่ทำให้เขารู้สึกร้อนๆหนาวๆและเสียอาการอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาลืมคำด่าทอที่เตรียมจะพ่นใส่เธอไปเสียสนิท... เหลือเพียงความรู้สึกปั่นป่วนในอกที่ยากจะควบคุมได้ เมื่อก่อนเขาไม่เคยมองม่านมุกเป็นผู้หญิง เพราะเขามองเธอเป็นน้องสาวมาตลอด... เขาถึงไม่คิดที่จะแตะต้องและเธอก็ทำตัวไม่น่าแตะต้องด้วย ทัณฑ์เลยคิดว่าเธอคงคิดว่าแบบเดียวกับเขา แต่ในตอนนี้มันกลับแตกต่างออกไป...
“คุณทัณฑ์... ปล่อย...” เสียงของม่านมุกเริ่มสั่นเพราะรู้สึกว่าเขาเริ่มเข้าใกล้เกินไป แต่ทัณฑ์กลับไม่ยอมคลายอ้อมกอด เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“เงียบเถอะม่านมุก... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้” เขาพึมพำชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงที่เคยเกรี้นวกราดกลับดูแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด
ความดื้อด้านของเธอทำให้ทัณฑ์รู้สึกว่าเขาคุมเธอไม่อยู่อีกต่อไป ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน... เขาในตอนนี้เหมือนจะเริ่มมองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าหุ่นยนต์ที่ทำตามคำสั่งของปู่ หรือไม่อาจมองว่าเธอเป็นน้องสาวเหมือนเมื่อก่อน....
เมื่อรถจอดสนิทหน้าคฤหาสน์ ทัณฑ์ก็กึ่งลากกึ่งจูงม่านมุกเข้ามาในบ้านท่ามกลางความเงียบสงัด โดยไม่สนใจคินที่ยืนอยู่ข้างรถ แต่ถึงอย่างนั้นคินก็รู้ตัวดีว่าในตอนนี้เขาไม่ควรเข้าไปยุ่ง
ทัณฑ์เหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟากลางโถงบ้านก่อนจะยืนค้ำหัวจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและขุ่นเคือง เขารู้แค่ว่าเขาต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง!
“ทำไมถึงทำตัวแบบนี้ม่านมุก? แล้วทำไมต้องเรียกฉันว่าคุณทุกคำ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอก็เรียกพี่มาตลอด!”
“สถานะของเรามันเปลี่ยนไปแล้วนี่คะ และความรู้สึกของฉันมันก็เปลี่ยนไปด้วย” ม่านมุกตอบเสียงเรียบ พยายามสะกดกลั้นไม่ให้เสียงสั่นเครือ
“เปลี่ยนหรอ? เปลี่ยนไปมีชู้ หรือเปลี่ยนไปร่านกลางคลับอย่างนั้นน่ะหรอ?”
“หยุดดูถูกฉัน!”
ม่านมุกผุดลุกขึ้นจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะคำพูดแย่ๆของเขาทำให้ความอัดอั้นที่เก็บกดมานานตลอดหกเดือนระเบิดออกมาในที่สุด
“คุณรู้ไหมว่าการเป็นเมียแต่งที่คุณไม่เคยต้องการมันเจ็บปวดแค่ไหน? ฉันยอมทนอยู่ในกรงทองหลังนี้ ทำหน้าที่ทุกอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่เคยนุกรังเกียจที่แต่งงานกับคุณเลยสักครั้ง... แต่เป็นคุณต่างหากที่รังเกียจฉันขนาดนั้น!”
ทัณฑ์ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานของหญิงสาวตรงหน้า ความจริงที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเธอเหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงบนกลางใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการกระทำของเขาจะทำให้เธอตีความไปว่าเขารังเกียจ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ม่านมุกเปรียบเสมือนน้องสาวที่เขารักและถนอมมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่อยากให้ความบริสุทธิ์สดใสของเธอต้องมาแปดเปื้อนเพราะผู้ชายเสเพลอย่างเขา หรือต้องมาติดกับดักกรงทองที่ปู่สร้างขึ้นเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ความเฉยชาที่เขาแสดงออกตลอดหกเดือน แท้จริงแล้วมันคือความอึดอัดใจ เขาพยายามเว้นระยะห่างเพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าถูกบังคับฝืนใจทำหน้าที่เมียอย่างจำใจทำ
“คุณออกไปหาผู้หญิงคนนั้นทุกวัน นอนนอกบ้านทุกคืนทั้งที่เราแต่งงานกันแล้ว คุณรักคุณเบลมากขนาดนั้น และมองว่าฉันเป็นแค่หุ่นยนต์จืดชืดที่ไม่ควรจะเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ... แล้วจะให้ฉันทนเพื่ออะไร? ในเมื่อคุณไม่เคยให้เกียรติฉันในฐานะภรรยา ฉันก็ขอทำตามใจตัวเองบ้างไม่ได้หรือไง!”
“ม่านมุก... เรื่องเบลมันไม่ได้...” ทัณฑ์พยายามจะแย้ง แต่เขากลับเถียงไม่ออกอย่างเต็มปาก เพราะภาพที่เขาออกไปกับเบลมันคือความจริงที่เธอเห็นอยู่ตำตา
“ทำไม? หรือจะบอกว่าฉันเสแสร้งงั้นหรอ?” ม่านมุกแค่นหัวเราะทั้งที่น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเมื่อเห็นท่าทีชะงักงันของเขา เธอคิดว่าเขากำลังครางแคลงใจกับสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น
“คุณจะหาว่าฉันแกล้งทำเป็นเด็กดีหลอกคุณปู่เพื่อให้ได้แต่งงานหวังสมบัติอย่างนั้นเหรอ? เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับมาเลี้ยงสินะ ในสายตาของคุณฉันเลยเหมือนผู้หญิงที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดอย่างฟลุ๊คๆ... ฮึ! ตลกสิ้นดี!”
“ก็แล้วที่ผ่านมามันคืออะไรล่ะ? ที่เธอเงียบ ยอมทำตามคำสั่งทุกอย่าง จนวันนี้ฉันถึงได้รู้ว่าเธอแอบไปฝึกการต่อสู้ แอบออกไปกินเหล้าเต้นกับผู้ชาย... นี่มันไม่ใช่ม่านมุกที่ฉันรู้จักเลยสักนิด!”
“นั่นเพราะคุณไม่เคยรู้จักฉันเลยต่างหากทัณฑ์เทวา!” ม่านมุกตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ทั้งสองคนเถียงกันดังลั่นคฤหาสน์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุหลังจากอัดอั้นมานาน
“คุณเคยถามฉันสักคำไหมว่าแต่ละวันฉันเป็นยังไง? คุณเคยสนใจจะคุยกับฉันเกินสามประโยคนอกจากคำว่า ‘วันนี้ฉันไม่กลับ ไม่ต้องรอ’ ไหม? คุณเอาแต่สนใจผู้หญิงของคุณจนตาบอด ปู่เขารู้มาตลอดว่าฉันเป็นคนยังไง แต่ฉันก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวัง ท่านถึงไว้ใจฉัน... มีแต่คุณนั่นแหละที่มองเห็นฉันเป็นแค่เงาในบ้าน! ไม่ใช่เมีย!”
คำพูดพรั่งพรูที่ออกมาจากปากของม่านมุกเหมือนตบหน้าทัณฑ์เข้าอย่างจัง ความจริงที่ถูกฉีกกระชากออกมาทำให้เขาอึ้งจนพูดไม่ออก แต่ความโกรธที่เสียหน้าและความสับสนที่ถาโถมกลับทำให้เขาเลือกที่จะใช้อารมณ์เข้าข่ม
“ดี! ในเมื่อเธออยากเลิกเป็นเด็กดีนัก... และอยากให้ฉันมองเธอเป็นผู้หญิงไม่ใช่หุ่นยนต์...”
ทัณฑ์เทวาแสยะยิ้มเย็นชา แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่เธอไม่ยอมฟังเขาเลย เขาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของม่านมุกแล้วกระชากร่างเธอให้เดินตามไปยังบันได
“จงรู้ไว้ซะม่านมุก... ว่าการแต่งงานกับผู้ชายอย่างฉันจริงๆมันมีราคาที่ต้องจ่ายสูงกว่าที่คุณปู่ให้เธอใช้หลายเท่า!”
“ปล่อยนะ! คุณจะทำบ้าอะไร!”
“ก็ทำให้เธอเป็น ‘เมีย’ จริงๆอย่างที่เธอเรียกร้องไง!”
เขาไม่ฟังเสียงประท้วงอีกต่อไป ทัณฑ์แบกร่างที่ดิ้นรนของม่านมุกขึ้นพาดบ่าอีกครั้งก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนที่เขาไม่เคยเหยียบเข้าไปนอนแม้แต่คืนเดียวตั้งแต่วันแต่งงาน.. และเหวี่ยงเธอลงบนเตียงกว้างอย่างดุดัน