ทัณฑ์ไม่รอช้า ตามขึ้นคร่อมร่างบางไว้บนเตียงกว้างพร้อมกดข้อมือเล็กติดกับเตียง แววตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์สบประสานดวงตาที่สั่นระริกทว่าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองของม่านมุก เขาโน้มใบหน้าลงซุกไซร้ลำคอระหง ดอมดมเนื้อสาวอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อนกับเธอคนนี้ กลิ่นกายหอมละมุนเหมือนดอกกุหลาบที่เขาไม่เคยแม้แต่จะได้สัมผัสตอนนี้กลับทำให้เขาลุ่มหลงจนแทบโงหัวไม่ขึ้น
“หยุดนะ!... ฉันไม่ใช่คุณเบลนางแบบของคุณ! คุณจะทำตามใจชอบกับฉันแบบนี้ไม่ได้!” ม่านมุกตะโกนใส่หน้าเขาพร้อมดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างของเขา ทัณฑ์ละจากลำคอระหงขึ้นมาสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างปิดไม่มิด
“ทำไมจะไม่ได้? เธอเป็นเมียฉันนี่ม่านมุก ฉันจะทำเมียตัวเองก็ถูกแล้ว” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบคลอเคลียข้างหู ก่อนจะขบเม้มหลังใบหูนั้นจนม่านมุกถึงกับสะดุ้ง
ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินแล่นเข้าร่างจนร่างกายของเธอสั่นระริกไม่ต่างกับใจดวงน้อยเลย ดวงตาสวยเริ่มเอ่อคลอเพราะความกลัว... กลัวความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้น... เขาพึ่งทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นมาแท้ๆ มันน่ารังเกียจสำหรับเธอ...
“ฉันเกลียดคุณ... ได้ยินไหมทัณฑ์เทวา ฉันเกลียดคุณ!”
คำว่าเกลียดที่หลุดออกจากปากคนที่เคยว่าง่ายมาตลอด ทำให้มือแกร่งที่กำลังรวบข้อมือเธอไว้ถึงกับสั่นเทา ทัณฑ์ชะงักงันไปในทันที เขามองสบตาหญิงสาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความรังเกียจอย่างที่เธอพูดจริงๆ ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่ดับวูบลง เหลือเพียงความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
“ม่านมุก!” เขาคำรามชื่อเธอเสียงต่ำ
ทัณฑ์เทวาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาโมโหจนอยากจะอาละวาดให้พังไปข้าง แต่เพราะศักดิ์ศรีและวิสัยที่ไม่เคยคิดจะฝืนใจใคร โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เขาเฝ้าถนอมมาตลอด ทำให้เขาทำได้เพียงทุบหมัดลงบนที่นอนหนานุ่มเสียงดังปึก! เพื่อระบายความเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น
เขายอมผละออกจากร่างบางอย่างหัวเสีย ก่อนจะลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ด้วยท่าทางฮึดฮัด สายตาคมกริบตวัดมองม่านมุกเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความตัดพ้อที่ซ่อนอยู่ในความโกรธ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเงียบๆโดยไม่หันกลับมามอง
ร่างสูงก้าวฉับๆ ลงไปยังชั้นล่างท่ามกลางความเงียบสงัดของคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาตรงดิ่งไปยังตู้เหล้าแล้วคว้าขวดวิสกี้มาเทใส่แก้วกระดกรวดเดียวหมดราวกับต้องการให้แอลกอฮอล์ช่วยดับไฟที่กำลังแผดเผาอยู่ในใจ.. ทั้งไฟความต้องการ ไฟโกรธ และไฟปห่งความรู้สึกผิดที่มันกำลังตีกันจนวุ่นวายไปหมด
อีกด้านหนึ่ง... หลังจากที่ทัณฑ์เดินออกไป ม่านมุกนั่งขดคู้อยู่บนเตียงกว้างที่กว้างขวางเกินไปสำหรับเธอคนเดียวในตอนนี้ ร่างบางยังคงสั่นสะท้านด้วยความตกใจและหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ทัณฑ์เทวาไม่เคยคุกคามหรือใช้กำลังกับเธอถึงเพียงนี้ หัวใจที่บอบช้ำเต้นระรัวด้วยความสับสน และในส่วนลึกเธอกลับรู้สึกผิดนิดๆ ที่พลั้งปากตะโกนคำว่าเกลียดใส่หน้าเขาแบบนั้น
ความจริงที่เธอซ่อนไว้เบื้องหลังรอยยิ้มและการเป็นน้องสาวที่แสนดีมาตลอดชีวิตพรั่งพรูขึ้นมาในความคิด... เธอรักเขา ม่านมุกแอบรักพี่ชายนอกสายเลือดคนนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะคำว่ากตัญญูมันค้ำคอ เธอจึงพยายามบอกตัวเองอยู่ทุกวันว่าเขาคือพี่ชาย เธอจะเห็นแก่ตัวหักหลังปู่เกริกเกียรติที่เลี้ยงดูเธอมาไม่ได้
เธอเลือกที่จะซ่อนความรักไว้ภายใต้ความสงบเสงี่ยม ยอมสวมบทบาทน้องสาวที่น่ารักจนกระทั่งวันที่คุณปู่มีคำสั่งให้แต่งงาน วินาทีนั้นเธอกลับแอบดีใจอย่างเปี่ยมล้น... ทว่าหลังวิวาห์ทุกอย่างกลับพังทลาย ทัณฑ์ไม่ได้ปกป้องดูแลเธอเหมือนเดิมอีกต่อไป เขากลางเป็นคนแปลกหน้าที่มีแต่ความเฉยชาและหมางเมิน จนเธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขา รักผู้หญิงที่ชื่อเบลและมองเธอเป็นเพียงภาระที่น่ารำคาญ
เธอคิดว่าถ้าเธอยอมเขาในคืนนี้... คงเป็นได้แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้น... ทว่าความรู้สึกผิดมันก็ยังคงรบกวนจิตใจจนเธอทนเฉยอยู่บนห้องไม่ได้ หญิงสาวตัดสินใจพาร่างที่ยังสั่นเทาลงไปยังชั้นล่าง ตั้งใจจะไปขอโทษที่พูดจาร้ายกาจออกไป แต่ทันทีที่ก้าวลงมาถึงหน้าห้องนั่งเล่น ฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักลงราวกับถูกสาป
“อืมมม...”
เสียงครางต่ำดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่ไม่ว่ายังไงก็คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ เธอค่อยๆก้าวไปอีกก้าวให้เบาที่สุดก่อนจะชะโงกหน้าไปมองด้วยใจที่เริ่มสั่นเทา ภาพตรงหน้าคือทัณฑ์เทวาที่เอนกายอยู่บนโซฟาด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
เหงื่อพรายตาไรผม ลมหายใจของเขาที่หอบพร่า และที่ทำให้เธอแทบจะหยุดหายใจ... คือการขยับไปมาของแขนแกร่ง มือหนารูดสาวแก่นเนื้อใหญ่ที่แข็งขันตั้งชันนั้นถี่ยิบตามแรงอารมณ์
“อืมม...มุก...อ่าห์ ม่านมุก..”
เสียงทุ้มต่ำที่ครางเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าสลับกับการกระทำที่หนักหน่วง ดวงตาคมหลับพริ้มราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงจินตนาการ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังจินตนาการถึงเรื่องอะไร... เขาครางเรียกชื่อเธอในขณะที่กำลังปรนเปรอตัวเองเพื่อระบายความอัดอั้นที่คั่งค้าง
ม่านมุกยืนตัวแข็งทื่อ แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับผนังเย็นเฉียบ เธอไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความเขินอายแล่นริ้วไปทั้วใบหน้าผสมปนเปกับความสับสนจนสติแทบกระเจิง
“อ่าห์!”
เสียงสุดท้ายที่ดังขึ้นจนเธอสะดุ้ง บ่งบอกว่าเขาพาตัวเองถึงจุดสูงสุดจากจินตนาการนั้น ม่านมุกรีบพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกลับขึ้นไปยังห้องนอนโดยเร็วที่สุด ทิ้งให้ความจริงที่เพิ่งได้ยินสั่นคลอนความเชื่อเดิมๆ ของเธอไปจนหมดสิ้น
ทัณฑ์เทวาปรายสายตามองไปยังกำแพงหน้าห้องนั่งเล่นในขณะที่กำลังจัดการทำความสะอาดตัวเอง รอยยิ้มพึงพอใจจุดขึ้นที่มุมปากราวกับรับรู้ถึงการมาเยือนของใครบางคนที่แอบหนีกลับไปเมื่อครู่
“หึ...”
เขาดูจะพึงพอใจไม่น้อยที่ถูกเธอมาเห็นในสภาพเช่นนี้ ทว่าความตื่นตัวของร่างกายกลับไม่ยอมลดลงเลย มิหน้ำซ้ำมันยังเรียกร้องหาความต้องการที่มากกว่าเดิมเสียอีก ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นหลุบมองความแข็งขืนของตัวเองด้วยความหงุดหงิดใจ เขาไม่เคยต้องมาอดทนอดกลั้นทำเรื่องพรรค์นี้ด้วยตัวเอง เพราะคนอย่างเขาเพียงแค่กระดิกนิ้วก็หาที่ระบายอารมณ์ได้ง่ายๆ แต่เพราะคำว่าแต่งงานแล้วที่ค้ำคออยู่นี่แหละ ที่ทำให้เขาต้องมาจบลงแบบนี้แทบทุกวัน... คิดแล้วก็น่าอดสูชะมัด
ร่างกำยำหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง จัดแจงเสื้อผ้าพอให้ปกปิดร่างกายได้ ก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องเพื่อชำระล้างกายให้เรียบร้อย ทัณฑ์กลับออกมาจากห้องน้ำด้วยกางเกงวอร์มเพียงตัวเดียว เขาเดินมาที่ข้างเตียง สายตาคมจับจ้องไปที่ร่างบางที่นอนหลับตาแน่นิ่งอยู่บนนั้น
ชายหนุ่มคลานขึ้นเตียงอย่างเงียบเชียบก่อนจะช้อนกอดเธอจากด้านหลัง แขนแกร่งวาดวงแขนเกี่ยวเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดกับกายร้อนผ่าวของเขา
ม่านมุกที่แกล้งหลับถึงกับเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ เมื่อบั้นท้ายงอนงามสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนที่ปูดนูนแนบชิดอยู่เบื้องหลัง หญิงสาวพยายามขยับตัวหนีด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่เขากลับรัดอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“อย่าขยับ... ถ้าเธอยังไม่ฟัง ฉันไม่รับประกันนะว่าจะอดไปได้ถึงไหน”
น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหูทั้งที่เจ้าตัวยังคงหลับตาพริ้ม คำขู่ที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าได้ผลชะงัด ม่านมุกนอนนิ่งสนิทราวกับถูกสตัฟฟ์ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับนิ้ว จนสุดท้ายความเพลียก็ทำให้เธอผล็อยหลับไปในอ้อมกอดที่แสนอันตรายนั้นพร้อมๆกับเขา...