“คุณผู้หญิงไปที่ศูนย์ฝึกศิลปะการป้องกันตัวในเครือของเราตอนหัวค่ำครับ... และตอนนี้เธอก็อยู่ที่ Siren S คลับที่นายเพิ่งออกมาเมื่อกี้ครับ”
สิ้นคำรายงานของคิน คิ้วเข้มของทัณฑ์ขมวดเข้าหากันจนแทบชนกัน ความแปลกใจพุ่งขึ้นสูงพอๆ กับความหงุดหงิด เพราะในความทรงจำหกเดือนที่ผ่านมา ม่านมุกไม่เคยย่างกรายออกไปไหนยามค่ำคืน เธอควรจะทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่จืดชืดและว่าง่ายเหมือนเดิมสิ แล้วทำไมวันนี้เธอถึงกล้าพยศออกมาเหยียบถิ่นเขา
“มึงขับให้มันเร็วกว่านี้ได้ไหมวะ!” ทัณฑ์แผดเสียงสั่นอย่างหัวเสีย เขานั่งไม่ติดเบาะ มือหนากำเข้าหากันแน่น ยิ่งคิดก็ยิ่งพาลไปว่านี่อาจเป็นธาตุของเธอที่แอบซ่อนไว้ใต้ท่าทีนิ่งเฉย “ขับอย่างกับเต่าคลานแบบนี้ ปั่นจักรยานยังเร็วกว่ามั้ง!”
“เอ่อ... นายครับ นี่ผมก็เหยียบ140แล้วนะครับ” คินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แอบซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้สีหน้าเคร่งขรึม เขาแอบจดบันทึกปฏิกิริยานี้ไว้ในใจ เตรียมรายงานให้ปู่เกริกเกียรติทราบตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายให้คอยเป็นหูเป็นตาดูคู่สามีภรรยาคู่นี้
@Siren S Club
ท่ามกลางแสงสีที่สาดส่อง ร่างอรชรในชุดเดรสสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงโชว์เรียวขาขาวเนียนนั่งไขว่ห้างอยู่หน้าบาร์ด้วยท่าทางสง่าสงามแต่เรียบเฉย ในมือเรียวถือแก้ววิสกี้สีอัน สายตาทอดมองผู้คนที่กำลังโยกย้ายอยู่กลางฟลอร์ เสียงดนตรีที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจช่วยกลบความเงียบเหงาที่เกาะกินเธอมาตลอดหกเดือนได้เป็นอย่างดี สำหรับม่านมุก... การมีเงิน มีอิสระ และมีความสามารถในการดูแลตัวเอง มันก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตพังๆครั้งนี้
“ฮาย! เพื่อนสาว!” เสียงใสของหลิงหลิงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวขึ้นพร้อมร่างบางที่วิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มสดใส
“รอนานไหม? วันนี้เธอมาเร็วนะเนี่ย สามีธงแดงของเธอนึกเฮี้ยนอะไรออกบ้านเร็วรึไง?” หลิงหลิงอดเหน็บแนมไม่ได้ เพราะเธอคือคนที่คอยรับฟังม่านมุกระบายความอัดอั้นเสมอเวลาเมา ยามที่เพื่อนตัวดีต้องทนอยู่สามีที่ทำตัวเหมือนคนแปลกหน้า เธอจึงเป็นคนแนะนำให้ม่านมุกไปเรียนศิลปะป้องกันตัวเพื่อระบายความเครียดและพาออกมาเปิดหูเปิดตาที่นี่
“ช่างเขาเถอะ... แค่มีเงินกับมีเพื่อนแสนดีแบบแก ฉันก็โอเค” ม่านมุกคลี่ยิ้มบาง
“ฮื้อ รักแกที่สุด! ไปเต้นให้ลืมความเศร้ากันเถอะ!” หลิงหลิงกอดคอเพื่อนสาวมุ่งหน้าเข้าสู่กลางฟลอร์ ทั้งคู่เริ่มวาดลวดลายเย้ายวนตามจังหวะเพลง ในขณะที่มือยังถือแก้วเหล้าไม่ยอมวางสาวสวยสะดุดตาพิกัดพรีเมียมสองคนมายืนกลางวง มีหรือที่หนุ่มๆ จะไม่รุมล้อมพยายามเข้ามาทำความรู้จัก
ทว่าบรรยากาศแห่งความสนุกกลับต้องชะงักลง เมื่อร่างสูงกำยำในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเย็นเยียบขึ้นมาทันตา นาฬิกาหรูบนข้อมือแกร่งสั่นไหวตามแรงกำหมัดของเจ้าของที่จ้องมองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ
“นายครับ... นั่นคุณผู้หญิงครับ” คินรายงานเสียงเบา ทั้งที่ภาพเมียแต่งกำลังเต้นเบียดเสียดอยู่กับผู้ชายคนอื่นมันตำตาเจ้านายเขาอย่างจัง
“กูไม่ได้ตาบอด!” ทัณฑ์เทวาขบกรามแน่นเป็นสันนูน
โทสะที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นเพราะเธอมันกำลังปะทุอยู่ในอก มันรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เขาหงุดหงิดเรื่องปู่เสียอีก ภาพม่านมุกในชุดเดรสสีแดงที่เขาไม่เคยเห็น... ที่ผ่านมาเขาเห็นแต่ม่านมุกในชุดแม่บ้านไร้ซึ่งการแต่งเติมใบหน้า... ม่านมุกที่หัวเราะร่าเริงกับคนอื่นไม่ใช่ทำหน้าตายหน้าเดียวอย่างที่เขาเคยเห็น มันทำให้เขาแทบจะคลั่ง
“เอาไงดีครับนาย? เธอเหมือน...ไม่ใช่คุณม่านมุกภรรยาของเขานายเลย” คินเอ่ยขึ้นราวกับสุมไฟในอกของทัณฑ์เทวา สีหน้าของผู้เป็นเจ้านายบ่งบอกชัดเจนว่าอยากจะเผาคลับนี้ทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่กลับสาวเท้าเข้าไปกลางฟลอร์อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาฝ่าฝูงชนเข้าไปราวกับพายุ ทันทีที่เข้าถึงตัว เขาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังขยับกายอย่างเพลิดเพลิน
“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงของตระกูลโชติภาคินมาทำอะไรตรงนี้?” เสียงห้วนเอ่ยเสียงต่ำข้างหูของเธอแข่งกับเสียงเพลง
ม่านมุกชะงักงัน เธอหันมาสบตากับดวงตากริบที่คุ้นเคย...แต่ที่ไม่คุ้นเลยก็คงเป็นระยะที่ใกล้จนแทบจะหยุดหายใจ แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความตกใจเพียงครู่เดียวก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท เธอสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาจทัณฑ์เป็นฝ่ายอึ้ง
“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?” เธอถามเสียงเรียบ ท่าทางไม่มีวี่แววของหุ่นยนต์ที่ยอมเขาอีกต่อไป
“ทำไมฉันจะมาไม่ได้ก็ที่นี่เป็นคลับของฉัน”
“คลับนี้เป็นที่สาธารณะที่คุณสร้างขึ้นเพื่อให้คนอื่นเข้ามาใช่บริการ แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้คะ?”
ม่านมุกตอบพร้อมกับกอดอกหันหลังให้เขาอย่างไม่สนใจ เธอหันไปยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มจนหมดกับเพื่อนสาวอย่างหลิงหลิงที่ทำหน้าตกตะลึง เพราะคาดไม่ถึงว่าคนอย่างทัณฑ์เทวาจะสนใจเมียแต่งอย่างม่านมุกจนถึงขนาดที่เดินเข้ามาคว้ามือไว้
ทัณฑ์เทวาหรี่ตามองแผ่นหลังบอบบางที่เมินเฉยต่อเขาอย่างไม่เข้าใจ ความรู้สึกสับสนพลุ่งพล่านขึ้นมากลางอกจนยากจะนิยาม... นี่ใช่ม่านมุกคนเดิมจริงๆหรือ? ทำไมเธอถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนขนาดนี้
หรือว่าความแล้ว... เธอไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เป็นเพราะเขาเองที่ไม่เคยเห็นหัว ไม่เคยแม้แต่จะปรายตาลงมามอง จึงไม่รู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นอย่างไร วันเวลาหกเดือนที่ผ่านมาบทสนทนาที่ยาวที่สุดระหว่างเขากับเธอก็มีเพียงแค่ประโยคซ้ำซากที่แสนจะเย็นชา...
‘วันนี้ฉันไม่กลับ... ไม่ต้องรอ’
ประโยคที่เขาเคยใช้ผลักไสเธออย่างไม่ใยดี ในวันนี้มันกลับย้อนมาบาดลึกในใจเขาเสียเอง เมื่อพบว่าในขณะที่เขาไม่กลับบ้าน เธอก็ไม่ได้นั่งโง่ๆ เพื่อรอคอยเขาอย่างที่เขาคิด
“กลับบ้าน” เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกขั้นพร้อมกับคว้าข้อมือเธอเอาไว้อีกครั้ง ม่านมุกหันกลับมามองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า เรียวคิ้วสวยเลิกขึ้นราวกับสงสัยในคำพูดของเขา
“บ้าน?” เธอแค่นยิ้มอย่างเย็นชา “อ๋อ... บ้านที่คุณบอกว่าจะไม่กลับน่ะเหรอคะ? ในเมื่อคุณไม่กลับ ฉันจะออกมาเที่ยวบ้างมันก็ไม่ผิดอะไรนี่ คุณเองก็ยังมีความสุขข้างนอกได้ แล้วทำไมฉันทำบ้างไม่ได้ และยังต้องทำตามคำสั่งของคุณด้วยล่ะ?”
ทัณฑ์เทวาถึงกับหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้เมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาโอบไหล่ม่านมุกคล้ายจะปกป้อง
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับมุก? ผมไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวเอง” ชายคนนั้นถาม
“มึงเป็นใคร? เอามือของมึงออกไปจากเมียกูเดี๋ยวนี้!” ทัณฑ์คำรามเสียงต่ำ สายตาจ้องมองเขม็งไปที่มือนั้นราวกับจะเผาให้เป็นจุลถ้าทำได้
“เมีย?” ม่านมุกทวนคำพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาที่มองทัณฑ์ตอนนี้ว่างเปล่าเสียจนคนมองรู้สึกใจหาย “เราเคยมีสถานะนั้นต่อกันจริงๆหรอคะ?”
“ม่านมุก ฉันบอกให้กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้!”
ทัณฑ์ไม่พูดเปล่า เขาอาศัยจังหวะที่หัวใจกำลังเดือดดาลกระชากข้อมือเรียวเข้าหาตัวอย่างแรงจนม่านมุกเซถลาหลุดจากอ้อมแขนของชายแปลกหน้า เข้ามาปะทะแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง
“คุณครับ ไม่เห็นหรอว่าเธอไม่อยากไปด้วย” ชายคนนั้นยังไม่ยอมแพ้ เขาคว้าแขนอีกข้างของม่านมุกไว้หวังจะรั้งตัวเธอ พร้อมกับจ้องประสานตาทัณฑ์เทวาอย่างไม่นึกเกรงกลัว
“มึงเป็นใครวะ? มาเสือกเรื่องของผัวเมียทำไม!” ทัณฑ์ตวัดเสียงห้วน สายตาคมกริบจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจที่เห็นไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้กล้ามางัดข้อกับเขา
“ผมเป็นเพื่อนใหม่ของมุก”
“เหอะ... จะเข้าหาใครก็หัดแหกตาดูด้วยว่าเขามีผัวหรือยัง!” ทัณฑ์เค้นเสียงรอดไรฟัน ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าสวยที่ยังคงเรียบนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว “กลับ!”
“ไม่กลับ”
“ไม่กลับงั้นหรอ? ได้....”
สิ้นเสียงคำราม ร่างบอบบางของเธอก็ถูกวงแขนแกร่งช้อนอุ้มขึ้นพาดบ่าต่อหน้าสาธารณชน ม่านมุกถึงกับหน้าเหวอ เธอไม่คิดว่าคนรักศักดิ์ศรีอย่างเขากล้าทำเรื่องอุกอาจขนาดนี้
“คุณทัณฑ์! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไอ้คิน! เตรียมรถ!” เขาเมินเฉยต่อเสียงประท้วงและแรงดินขลุกขลักบนบ่า หันไปสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาดก่อนจะแบกเมียแต่งเดินออกจากคลับไป ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามเป็นตาเดียว
แน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของกลุ่มเพื่อนสนิทบนโซนVVIPที่ยืนเกาะขอบระเบียงมองลงมาด้วยความตะลึง
“เพิ่งรู้ว่าเมียไอ้ทัณฑ์จะสวยขนาดนี้... ไหนมันบอกว่าเหมือนหุ่นยนต์จืดชืดไงวะ” ภูมิพึมพำพลางมองตามร่างอรชนในชุดสีแดงเพลิงที่หายลับไปกับหลังเพื่อนสนิท
“ว้า... อุตส่าห์เล็งไว้ตั้งนาน ที่ไหนได้... เมียไอ้ทัณฑ์หรอกหรอเนี่ย” ภีมส่ายหัวทำหน้าเสียดายพลางคิดในใจว่าไอ้เพื่อนตัวดีของเขามันต้องตาบอดแน่ๆ ที่ปล่อยให้ของดีขนาดนี้ทิ้งไว้ที่บ้านมาได้ตั้งหกเดือน