8.เมินเฉย

1482 Words
บรรยากาศภายในรถเบนซ์ลีย์สีดำเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ทัณฑ์เทวานั่งประจำตำแหน่งคนขับ มือแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดกระชับพวงมาลัยแน่น สายตาคมจดจ้องไปที่ถนนเบื้องหน้าแต่สมาธิทั้งหมดกลับพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวข้างกาย ม่านมุกไม่ได้ชายตามามองเขาเลยสักนิด เธอเอาแต่กดโทรศัพท์ยิกๆ พร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับข้อความในหน้าจอจนทัณฑ์เริ่มนั่งไม่ติดเบาะ ถึงจะรู้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจมากับเขาก็ตาม แต่แบบนี้มันดูจะเกินไปหน่อยที่เมินกันขนาดนี้ โดยไม่คิดถึงตัวเองที่ทำกับเธอมาตลอดหกเดือนเลยสักนิด ไม่มีในสมองว่าตัวเองผิด! “คุยกับใครนักหนา... งานที่คินสอบมันเข้าใจยากขนาดนั้นเลยหรือไง?” ทัณฑ์ถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงพยายามจะให้ดูนิ่งแต่กลับแฝงความประชดประชันอย่างปิดไม่มิด “เปล่าค่ะ มุกคุยกับหลิงหลิง... เพื่อนที่คลับวันนั้นน่ะค่ะ” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าจากจอ “หลิงหลิงบอกว่าเทรนเนอร์ที่ยิมถามหา บอกว่ามุกหายไปนานไม่ค่อยได้ไปซ้อมมวยเลย” กึก! เท้าหนาเหยียบเบรกจนหัวทิ่มเล็กน้อยเมื่อถึงสัญญาณไฟแดง ทัณฑ์หันขวับมามองเมียแต่งที่ดูจะเนื้อหอมเกินเหตุในสายตาเขา หรืออาจจะเพราะเขาไม่เคยสังเกต... “ยิม? ที่นั่นไม่มีผู้หญิงคนอื่นให้สอนหรือไง ถึงต้องมาเจาะจงถามหาเธอ” “ขอโทษนะคะ พอดีม่านมุกคนนี้เป็นนักเรียนดีเด่น... อีกอย่าง ครูฝึกเขาก็นิสัยดี สุภาพ ไม่เคยละเลยนักเรียนเหมือนคนบางคน” ม่านมุกละสายตาจากมือถือขึ้นมาสบตาเขา แววตานิ่งเฉยนั้นทำให้ทัณฑ์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก น้ำเสียงที่ดูประชดประชันนั้นชัดเจนว่าจงใจต่อว่าเขาอ้อมๆ “ม่านมุก!” เขากัดฟันกรอด “อย่ามาประชดฉัน!” “ไม่ได้ประชดค่ะ แค่พูดเรื่องจริง... อ้อ แล้วตอนเที่ยงขอรีบทานนะคะ พอดีนัดเลขาคินไว้ว่าจะให้เขาช่วยดูสรุปยอดไตรมาสที่แล้วต่อ” “ไอ้คิน? อีกแล้ว?” ทัณฑ์แค่นยิ้มเย็นชา ความรู้สึกหวงเริ่มไต่ระดับจนเขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเป็นภรรยาของเขาแต่ทำไมเอาแต่พูดถึงคนนู้นทีคนนี้ทีราวกับว่าเขาไม่ได้มีบทบาทใดในชีวิตเธอเลยสักนิด “ไอ้คินเป็นเลขาฉันนะม่านมุก ไม่ใช่ขี้ข้าเธอที่จะเรียกใช้เวลาไหนก็ได้” “ฉันก็ไม่ได้ใช้เขาในฐานะขี้ข้านี่คะ... แค่ขอความช่วยเหลือจากคนที่เต็มใจช่วยฉัน ทั้งบริษัทมีเขาคนเดียวที่ตั้งใจสอนงานและช่วยฉันอย่างไม่มีข้อแม้หรืออคติ” คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่เชือดเฉือน ทัณฑ์เทวาถึงกับพูดไม่ออก เขาได้แต่จ้องมองใบหน้าสวยที่หันกลับไปสนใจโทรศัพท์ต่ออย่างไม่ใยดีเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอที่อบอวลอยู่ในรถยิ่งทำให้เขาเสียสมาธิและกดดัน เขาอยากจะคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมาขยี้ทิ้งเสียตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด หรือไม่ก็ดึงเธอมาจูบปิดปากให้เลิกพูดถึงแต่คนอื่นเสียทีในเวลาที่อยู่กับเขา ทัณฑ์เหยียบคันเร่งจนรถกระชากออกตัวทันทีที่สัญญาณไฟเขียวปรากฏขึ้น แรงกระชากทำให้ม่านมุกตัวโยนแต่เธอเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องออกมาแม้แต่คำเดียว เพียงหันควับไปมองเขาตาขวางเพราะรู้ว่าเขาจงใจ “กินข้าวเสร็จแล้วห้ามไปไหนทั้งนั้น” ทัณฑ์สั่งเสียงเข้ม “บ่ายนี้เธอต้องเข้าประชุมกับฉัน... แทนไอ้คิน!” . ร้านอาหารสุดหรูย่านใจกลางเมืองถูกเลือกอย่างตั้งใจเพราะต้องการจะเอาใจภรรยาสาว ทัณฑ์เทวานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับม่านมุก สายตาคมกริบจดจ้องมองภรรยาที่เอาแต่ก้มหน้ากดแท็บเล็ตเช็กไฟล์งานที่คินส่งมาให้ ม่านมุกไม่แม้แต่ชายตามองเมนูอาหารหรูหราที่วางอยู่ตรงหน้า “เลิกดูไอ้ไฟล์นั่นสักห้านาที มันจะทำให้บริษัทเจ๊งหรือไง” ทัณฑ์เอ่ยเสียงเข้มพลางดึงแท็บเล็ตออกจากมือเธอด้วยความรู้สึกขัดหูขัดตาและขัดใจ “ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลาเปล่า ถ้าคุณทัณฑ์รีบสั่ง ฉันจะได้รีบกลับไปทำงาน” ม่านมุกตอบเสียงเรียบ แววตาว่างเปล่าจนคนมองรู้สึกหงุดหงิด เธอโฟกัสทุกอย่างยกเว้นเขา ทว่าก่อนที่สงครามประสาทของคนทั้งคู่จะเริ่มขึ้น เสียงแหลมใสที่แสนคุ้นเคยสำหรับทัณฑ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะทั้งคู่เสียก่อน... “ทัณฑ์! มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ? แหม... บังเอิญจัง” เบลในชุดเดรสสีส้มสดใสเดินนวยนาดเข้ามาหาที่โต๊ะ ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างดีฉายแววประหลาดใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นจิกกัดเมื่อสายตาปะทะเข้ากับม่านมุก “อ้าว... พาน้องสาวมาทานข้าวด้วยเหรอคะ?” ทัณฑ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเหลือบมองม่านมุกที่ยังคงนิ่งสงบราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีแบบนั้น เธอไม่คิดจะออกตัวสักนิดว่าเป็นภรรยาของเขา! “อืม... พอดีมีธุระต้องคุยกันน่ะ” ทัณฑ์ตอบเลี่ยงๆ ตามนิสัยคนปากแข็งที่ไม่อยากยอมรับว่าตั้งใจชวนเมียตัวเองมาเดต และมันกำลังจะพังทลายลง... “ธุระอะไรคะถึงกับต้องมาทานร้านหรูขนาดนี้” เบลถือวิสาสะนั่งลงข้างทัณฑ์พร้อมกอดแขนแกร่งไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ “เบลหิวพอดีเลยค่ะ ขอเบลทานด้วยคนนะคะทัณฑ์... น้องมุกคงไม่รังเกียจใช่ไหมจ๊ะ?” ม่านมุกเงยหน้าขึ้นสบตากับใบหน้าที่แสร้งทำเป็นมิตรของเบล ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ แววตาของม่านมุกยากที่จะดูออกว่าคิดอะไรอยู่... “ตามสบายค่ะคุณเบล มุกไม่ใช่เจ้าของโต๊ะ เชิญตามสะดวกเลยค่ะ” คำพูดของม่านมุกเหมือนตบหน้าทัณฑ์กลางโต๊ะอาหารและโยนงานให้เขากลายๆ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาพยายามจะแกะมือเบลออกแต่หญิงสาวกลับยิ่งกอดแน่นขึ้น “อุ้ย... น้องมุกน่ารักจังเลยนะคะ ขอบคุณนะคะที่รู้จักให้เวลาคนรักกัน... แสนรู้แบบนี้เบลค่อยสบายใจหน่อย” เบลจิกกัดต่อพลางหันไปอ้อนทัณฑ์ “ทัณฑ์คะ วันนี้เบลอยากทานล็อบเตอร์จังเลย ทัณฑ์สั่งให้เบลหน่อยนะคะ” ทัณฑ์เทวาจ้องมองม่านมุกที่ตอนนี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยสายกับใครบางคนด้วยท่าทีสบายใจ ทัณฑ์เทวาขมวดคิ้วแน่นพยายามจับประโยคการพูดคุยด้วยความอยากรู้ว่าม่านมุกคุยกับใครถึงได้ดูสบายอดสบายใจขนาดนั้น “ค่ะคุณคิน... มุกถึงร้านแล้วค่ะ แต่กำลังจะออกไป... อ๋อ... ไม่เป็นไรค่ะ คุณคินทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวบ่ายเจอกันนะคะ” ม่านมุกคุยเสียงหวานผิดกับที่คุยกับเขาลิบลับ “ม่านมุก! นี่เธอกล้าเล่นกับลูกน้องฉันเหรอ?! วางสายเดี๋ยวนี้!” ทัณฑ์ทนไม่ไหวตะคอกขึ้นมากลางร้าน จนเบลที่นั่งกอดแขนเขาอยู่ข้างๆถึงกับสะดุ้งเฮือกรีบปล่อยมือด้วยความตกใจ “ทำไมละ? ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักหน่อย ในเมื่อคุณเบลก็มาดูแลคุณแล้ว ฉันก็ควรเอาเวลาไปคุยเกับคนที่จะช่วยฉันทำงานได้จริงๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ?” ม่านมุกย้อนนิ่งๆ “เบล... กลับไปก่อน” ทัณฑ์หันไปสั่งหญิงสาวข้างกายเสียงเย็น “ทัณฑ์! แต่เบลเพิ่งมา...” “ฉันบอกให้กลับไป! ตอนนี้ฉันคุยงานอยู่ ไม่เห็นหรือไง!” สายตาดุดันของทัณฑ์ทำให้เบลหน้าเสีย เธอจำต้องลุกขึ้นสะบัดหน้าไปมองม่านมุกอย่างโกรธเคืองก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างขัดใจ ทิ้งให้บรรยากาศบนโต๊ะมาคุ ทัณฑ์โน้มตัวเข้าหาคนตรงหน้า มือแกร่งบีบขอบโต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปน “ทีกับไอ้คินทำไมต้องพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน... ทีกับฉันทำไมต้องทำท่าเหมือนจะฆ่ากันตาย!” “ก็คุณคินเขาไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินเหมือนที่คุณทำไงคะ” ม่านมุกสบตาเขาตรงๆ แววตาตัดพ้อที่ปิดไม่มิดทำให้ทัณฑ์ถึงกับพูดไม่ออกมันจุกไปหมดเหมือนโดนหมัดหนักๆชกเข้าที่ลิ้นปรี่... ราวกับกรรมกำลังตามสนองเขา... นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD