6.สายตาที่เปลี่ยนไป

1551 Words
ภายในห้องทำงานสุดหรูบนตึกระฟ้าอันเป็นที่ตั้งของ S-CORP อาณาจักรธุรกิจที่มั่งคั่งเป็นอันดับสองของประเทศ เบื้องหลังโต๊ะไม้โอ๊คสั่งทำพิเศษจากอิตาลี ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักเสลามาอย่างดีกำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่น มือหนาเอื้อมไปกุมแผ่นหลังตัวเองพลางลูบเบาๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาเป็นระยะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก... “เข้ามา...” เสียงเข้มเอ่ยอนุญาตสั้นๆ คินเดินถือแฟ้มนเอกสารเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเคร่งเครียดตามประสาเลขามือโปร ทว่าพอเงยหน้าขึ้นเห็นสภาพของเจ้านายที่นั่งหน้านิ่งคิ้วขมวด แถมยังนั่งบิดไปมาผิดท่าทางปกติ เขาก็หลุดยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ “มึงจะยืนขำอีกนานไหม?” ทัณฑ์ตวัดสายตาคมกริบมองลูกน้องคนสนิทด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังไม่วายต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่หลังยังไม่ทุเลา “เมื่อคืน... ‘หนัก’ มากเลยเหรอครับนาย ถึงกับปวดหลังขนาดนี้?” คินแกล้งเอ่ยถามเสียงเรียบแต่แฝงแววล้อเลียน “ใช่เรื่องที่มึงต้องยุ่งไหม... แล้วมันก็ไม่ได้หนักแบบที่มึงคิดด้วย” ทัณฑ์พ่นลมหายใจทิ้งอย่างหัวเสียพลางตบโต๊ะเสียงดังปัง “แม่ง... ยัยนั่นถีบกูตกเตียง!” ทัณฑ์เทวาสบถออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ภาพความหวานล้ำที่เขาจินตนาการไว้พังทลายลงไม่มีชิ้นดี พอม่านมุกหลับสนิท เธอก็กลางร่างเป็นยัยตัวแสบที่นอนดิ้นจนถีบเขาตกเตียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายท่านประธานผู้สูงส่งแห่ง S-CORP เลยต้องระเห็จตัวเองไปนอนขดอยู่บนโซฟาจนหลังยึดแบบนี้! “แหม... ท่านประธาน S-CORP ผู้ยิ่งใหญ่ ถูกเมียถีบตกเตียงจนหลังยืด รู้ถึงไหนอายถึงนั่น” คินแกล้งแหย่พร้อมรอยยิ้มกวนประสาท “เลิกไร้สาระ เอาเอกสารมา” ทัณฑ์รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง ก่อนคินจะวางแฟ้มเอกสารสำคัญลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค “นี่ครับ... ที่ดินผืนงามย่าน ABD ที่เราเล็งไว้ ถูกปาดหน้าไปเรียบร้อยแล้วครับ” ทัณฑ์ขมวดคิ้วคว้าเอกสารมาดู ชื่อบริษัทคู่แข่งที่ปรากฏเด่นหราทำให้เขาขบกรามแน่นจนเป็นสัน ประวัติของ ‘โรม’ พร้อมรูปถ่าย ทำให้ทัณฑ์ถึงกับกำกระดาษจนเกิดรอยยับ... โรมคือไอ้ผู้ชายหน้าด้านที่บังอาจมาขายขนมจีบเมียเขาเมื่อคืนนี้นั่นเอง “มันเองหรอวะ!” ยังไม่ทันที่ทัณฑ์จะได้ระบายอารมณ์หงุดหงิด ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อคแน่นหนาก็ถูกผลักโครมเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตที่ยืนเรียงแถวหน้าสลอนเปิดทางให้ชายชราผู้น่าเกรงขามเดินนิ่งๆ เข้ามาในห้องด้วยไม้เท้าหัวมังกร... ‘คุณปู่เกริกเกียรติ’ “ไอ้หลานไม่รักดี! แกหายหัวไปไหนมาตั้งหกเดือน!” เสียงกัมปนาทของคุณปู่ทำให้คินถึงกับรีบถอยฉากอย่างรู้งาน “ผมก็... ทำงานไงครับปู่” “ทำงานอะไรของแก! ก่อนแต่งงานยังทำตัวดีมีเวลาอยู่เลย พอแต่งปุ๊บก็ทิ้งขว้างหนูม่านมุกไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ถ้าแกยังทำตัวเป็นผัวยอดแย่แบบนี้ แกเตรียมเซ็นใบหย่าได้เลย!” ทัณฑ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าคำขู่ต่อมาของคุณปู่กลับทำให้เขาแทบกระอักเลือด “ถ้าแกไม่ยอมมีเหลนให้ฉัน แถมยังดูแลเมียไม่ได้แกจะดูแลบริษัทได้ยังไง!” “ปู่ครับ! มันไม่เห็นเกี่ยวกันตรงไหนเลยนะ!” “ไม่รู้ล่ะ ฉันจะให้หนูมุกหย่ากับแกซะ! และจำใส่กะลาหัวไว้ ถ้ามีการหย่าเกิดขึ้นจริง... หนูม่านมุกจะได้หุ้น S-CORP ไป 70% ส่วนแกเอาไปแค่ 30% กับที่ดินร้างๆในต่างจังหวัด” “ปู่! นี่หลานชายคนเดียวของปู่นะครับ!” “หลานชายแล้วยังไง? เมียดีๆ ดูแลไม่ได้ก็ไสหัวไปออกจากตระกูลไป! ฉันไม่เคยสั่งสอนแกแบบนี้!” ปู่เกริกเกียรติยื่นคำขาดพลางกระแทกไม้เท้าลงพื้นสะบัดหน้าหนีหลานชายตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตามองผู้เป็นหลานชายแล้วพูดต่อ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันสั่งย้ายหนูม่านมุกจากตำแหน่งเลขาฯ ของฉัน มาเป็นผู้ช่วยของแก! ต่อให้อนาคตแกจะโง่จนปล่อยให้หนูมุกหย่า หนูมุกก็ต้องรู้ระบบบริหารเพื่อขึ้นมาคุมบังเ**ยนแทนแกอยู่ดี!” “ปู่! เอาจริงดิ?!” ในบรรยากาศกำลังมาคุถึงขีดสุด ทัณฑ์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกควบคุมอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ทั้งที่เขาไม่เคยต้องถูกบงการแบบนี้มาก่อน... เขาใช้ชีวิตอย่างอิสระมาตลอด แต่ตอนนี้ทั้งตำแหน่งและอนาคตของทรัพย์สมบัติต้องขึ้นอยู่กับผู้หญิงแค่คนเดียว และไม่ใช่ว่าเขาจะรังเกียจอะไรเธอขนาดนั้น แต่แบบนี้มันเกินไปสำหรับเขา “ฉันไม่เคยพูดเล่น!” สิ้นเสียงของผู้อาวุโสของตระกูลอย่างปู่เกริกเกียรติ ประตูห้องก็เปิดขึ้นอีกครั้ง ร่างบางในชุดสูมทำงานเข้ารูเดินก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหวานเรียบเฉยเย็นชาจนน่าใจหาย เธอเดินผ่านหน้าทัณฑ์ไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ ก่อนจะก้มหัวทำความเคารพผู้ใหญ่และหันมาสบตากับเขาด้วยสายตาแบบมืออาชีพที่ไร้ซึ่งเยื่อใย นี่สินะ...ธาตุแท้ของม่านมุก... “สวัสดีค่ะท่านประธาน ดิฉันมาเริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยวันแรกค่ะ” ทัณฑ์มอง ‘เมีย’ ที่เพิ่งถีบเขาตกเตียงเมื่อคืนด้วยความรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก สรรพนามและสีหน้าที่ดูห่างเหินนั่นมันเจ็บยิ่งหว่าอาหารปวดหลังเสียอีก! “นี่เธอ!” ทัณฑ์เค้นเสียงรอดไรฟัน แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไร เสียงของผู้อาวุโสก็ขัดขึ้นเสียก่อน “เอาล่ะ หมดธุระของฉันแล้ว... อ้อ แล้วอย่าให้ฉันรู้นะเจ้าทัณฑ์ ว่าแกใช้อำนาจความเป็นเจ้านายรังแกหนูมุกเรื่องงาน” ปู่เกริกเกียรติยันกายลุกขึ้นด้วยไม้เท้าหัวมังกรคู่ใจ ทิ้งคำพูดประกาศิตที่ทำให้คนเป็นหลายชายได้แต่ฮึดฮัดในใจ เมื่อแผ่นหลังของประธานอาวุโสลับสายตาไป บรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ คินที่ยืนเกร็งมานานทำได้เพียงลอบมองเจ้านายกับคุณผู้หญิงจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะค่อยๆถอยห่างอย่างรู้หน้าที่ “ไม่ทราบว่าท่านประธานจะให้ฉันนั่งทำงานตรงไหน หรือจะให้เริ่มจากส่วนไหนก่อนดีคะ?” ม่านมุกถามขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับฉายความเหนื่อยหน่ายอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ผุดขึ้นบนมุกปากของคนตรงหน้า “หืม? นั่งตรงไหนงั้นหรอ...” ทัณฑ์ทำทีเป็นครุ่นคิดพลางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารใหญ่ ก่อนจะใช้ฝ่ามือตบลงบนหน้าขาตัวเองเบาๆ “...ตรงนี้ไง ที่นั่งประจำของเธอ” ม่านมุกเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความโกรธก่อนจะสวนกลับเสียงเรียบ “คุณปู่สั่งห้ามไม่ให้คุณแกล้งฉัน คิดดีแล้วหรอคะที่จะทำแบบนี้... ไม่กลัวฉันฟ้องท่านหรอ?” “ฟ้องเลยสิ ปู่บอกว่าห้ามแกล้งเรื่องงาน แต่ท่านไม่ได้ห้ามนี่ถ้าฉันจะรื้อฟื้นเรื่องส่วนตัวกับเมียตัวเอง” ทัณฑ์หัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ “เธอไม่รู้จริงๆ หรอว่าทำไมปู่ถึงย้ายเธอมาอยู่ข้างตัวฉันแบบนี้ ม่านมุก” “รับรู้ค่ะ... แต่ไม่รับทราบ” “หึ... ยังไงเธอก็เป็นเมียฉัน จะอายอะไรนักหนา” “ขอโทษนะคะ ที่นี่คือที่ทำงาน” ม่านมุกขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “เราจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปน และฉันไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน... สำหรับฉัน คุณคือประธานบริษัท และเรามีพันธะกันแค่ในใบสมรสเท่านั้น ฉันหวังว่าท่านประธานจะวางตัวให้ถูกนะคะ” คำพูดตัดรอนอย่างไม่ใยดีทำเอาทัณฑ์ถึงกับคิ้วกระตุก ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีที่เธอปฏิเสธตัวตนของเขาในที่สาธารณะอย่างรุนแรงแบบนี้ ทว่าลึกๆ ในใจกลับมีความย้อนแย้งบางอย่างถาโถมเข้ามา... ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ? ถ้าวันหนึ่งต้องหย่ากันจริงๆ เธอจะได้ไม่ต้องมัวหมอง เขาอาจจะหาจังหวะคุยกับคุณปู่ด้วยเหตุผล หรือบางทีถ้าม่านมุกเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่าไม่ได้รักเขา คุณปู่ก็อาจจะยอมยกเลิกกฎบ้าๆนี่เสียที “ดี! งั้นเธอก็จำคำพูดของตัวเองเอาไว้ให้แม่นแล้วกัน” ทัณฑ์เอ่ยลอดไรฟันหลังจากเงียบงันเพื่อระงับอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่ แม้ในใจจะหงุดหงิดจนอยากจะพังโต๊ะทำงานให้รู้แล้วรู้รอด แต่ในเมื่อเธอขีดเส้นกั้นไว้อย่างชัดเจน เขาก็จะไม่ข้ามไป... ในเมื่อใจเธอไม่ได้อยู่กับเขา เขาก็ไม่ความจำเป็นต้องฝืนใจเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD