“ฉันต้องการเลิกกับคุณ คุณพูดไม่รู้เรื่องหรือไง เราจบกันแค่นี้เถอะ”
“ไม่ แก้ว ทำไมอะ เหตุผลคืออะไร ผมทำอะไรผิด ผมผิดอะไร บอกผมมาดิ” ฟินที่คุกเข่าอยู่เอ่ยพูดพลางเคลื่อนตัวเข้าไปกอดเอวพลางเกาะแข้งเกาะขาของดอกแก้วเอาไว้ทั้งน้ำตา
“ปล่อย! ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อยไง” ดอกแก้วเอ่ยพูดทั้งน้ำตา เธอไม่รู้ว่าเธอจะให้เหตุผลกับฟินว่าอะไรแล้วจนเธอต้องส่งสัญญาณไปที่รถที่แตงกวากับต้นเฝ้ามองอยู่
ด้านแตงกวากับต้นที่แอบมองดูอยู่ในรถ ทั้งคู่เห็นแล้วว่าสถานการณ์ของฟินกับดอกแก้วไม่ค่อยดีเพราะดูท่าว่าฟินจะไม่ยอมเลิกกับดอกแก้วง่ายๆแล้วต้นก็เห็นสัญญาณที่ดอกแก้วส่งมาขอความช่วยเหลือ
“ไปต้น ช่วยแก้วมันหน่อย” แตงกวาเอ่ยพูดกับต้น ‘ถึงเธอจะไม่อยากทำแบบนี้แต่มันก็คงไม่มีทางอื่นแล้วสำหรับแก้วแล้วเธอก็เคารพการตัดสินใจของเพื่อนสาว แม่นายฟินนี่ร้ายชะมัด...เฮ้อ’ แตงกวาคิดในใจ
“อือ งั้นเดี๋ยวมานะ” ต้นเอ่ยพูดกับแตงกวาแฟนสาวของตัวเองก่อนที่เขาจะลงจากรถแล้วเดินตรงไปหาดอกแก้วกับฟิน
ดอกแก้วที่กำลังยื้อยุดอยู่กับฟินเพราะฟินไม่ยอมปล่อยเธอเขายังคงคุกเข่ากอดเอวพลางเกาะแข้งเกาะขาของเธอไว้แน่นทั้งน้ำตา ส่วนดอกแก้วเธอมองไปเห็นต้นที่กำลังเดินมาหาเธอพลางปาดน้ำตาทิ้ง
“ปล่อย! ปล่อยฉัน! ฟิน คนที่ฉันคบอยู่มาแล้ว คุณอยากรู้เหตุผลไม่ใช่เหรอ นี่ไงเหตุผลที่ฉันต้องเลิกกับคุณ นอกจากที่ฉันจะไม่ได้รักคุณแล้ว ฉันก็มีคนที่ฉันคบอยู่แล้วด้วย คนที่ดีกว่าคุณ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามผลักฟินออก ในขณะที่ต้นเขาก็เดินเข้ามาแล้วช่วยดึงดอกแก้วออกมาจากฟินจนสามารถดึงดอกแก้วออกมาได้ ตอนนี้ต้นกับดอกแก้วยืนอยู่ข้างๆกัน ในขณะที่ฟินเขามองหน้าดอกแก้วกับต้นสลับกันพลางลุกขึ้นยืนจากพื้น
“เหอะ ที่แท้ก็มึงนี่เอง” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาพลางชี้หน้าต้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ‘เขาเคยเห็นหน้ามันอยู่สองสามครั้งที่คณะมันเป็นรุ่นพี่ปีสามแล้วเขาก็พอจะรู้ว่ามันรู้จักกับแก้ว นี่...สองคนนี้...’ ฟินคิดในใจ
“แก้ว แก้วคบกับมันจริงๆเหรอ ห๊ะ!”
“ใช่!” ดอกแก้วเอ่ยตอบ
“คบตั้งแต่เมื่อไร! ห๊ะ!” ฟินเอ่ยถามกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดจัด ‘อย่างที่บอกเขาเคยเห็นหน้ามัน เขาพอจะจำมันได้มันชื่อต้นเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสามเขาเคยเดินสวนกับมันสองสามครั้งแล้วก็รู้ว่ามันรู้จักกับแก้วเพราะเคยเห็นว่ามันกับแก้วทักทายกันไม่คิดเลยว่ามันกับแก้วจะแอบคบกันแบบนี้’ ฟินคิดในใจ
“ฉัน..ฉัน ฉัน...” ดอกแก้วพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าจะตอบคำถามฟินยังไง ในขณะที่ต้นเขาก็ได้แต่ยืนเกาหัวงงๆพลางคิดในใจ ‘กูคิดถูกหรือคิดผิดวะที่ช่วยพี่แก้ว แม่ง! กูเลยกลายเป็นมือที่สามเลย เฮ้อ....’ ต้นคิดในใจ
“เอาเป็นว่า...เราจบกันแต่เพียงเท่านี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ฉัน...ฉัน...ขอตัว” ดอกแก้วเอ่ยพูดกับฟินพลางหันหน้าไปพยักหน้าใส่ต้นแล้วกำลังจะเดินออกไปแต่ฟินกลับไม่ยอม
“มึง!!!” ฟินสบถออกมาพลางพุ่งตัวเข้าไปหมายจะชกหน้าต้นแต่ดอกแก้วรีบเข้ามายืนขวางหน้าต้นไว้ซะก่อน ดอกแก้วเข้ามายืนบังต้นไว้ทำให้ฟินหยุดชะงักแล้วลดมือลง
“รักมันมากนักใช่ไหม รักมันมากแล้วมาหลอกผมมาคบกับผมทำไมวะ! ห๊ะ!!” ฟินเอ่ยพูดตะโกนใส่หน้าดอกแก้ว
“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคุณ แค่นี้ใช่ไหม งั้นฉันขอตัว” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางจับแล้วดึงมือของต้นให้เดินตามเธอไป ดอกแก้วกับต้นเดินออกไปแล้ว
“ไปเลยไป! อยากเลิกก็เลิกไปเลย! ผมมันโง่เองที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงอย่างคุณ! ผู้หญิงมักมาก! สำส่อนโกหกหลอกลวง! หลายใจ! ไม่รู้จักพอ! เลว!” ฟินเอ่ยพูดตะโกนไล่หลังดอกแก้วกับต้นที่เดินออกไปแล้วทั้งน้ำตานองหน้า
ในขณะที่ดอกแก้วที่เดินออกไปแล้วโดยมีต้นเดินตามมาติดๆ ตอนนี้น้ำตาของดอกแก้วไหลออกมานองหน้าอีกครั้งเธอได้ยินทุกคำพูดที่ฟินพูดตะโกนไล่หลังมา ในขณะที่ต้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดี เขาได้แต่เดินตามดอกแก้วกลับไปที่รถของเขาอย่างเงียบๆ
ส่วนฟินเขาก็ได้แต่มองตามดอกแก้วที่เดินออกไปกับต้นพลางกำหมัดแน่นทั้งน้ำตาก่อนที่เขาจะชกหมัดเข้าที่ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้น
ปั้กๆ ปั้กๆ
“โธ่เว้ย! ทำไม! ทำไม! ทำไม! ทำไมวะ! ฮือ...” ฟินชกหมัดเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่พลางทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อยู่บริเวณนั้น
‘เขารักเธอดูแลเธอขนาดนี้ ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับเขาด้วย ทำไม ทำไมวะ ทำไมอะแก้ว’ ฟินนึกตัดพ้อในใจพลันน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ในขณะที่ดอกแก้วกับต้นทั้งสองคนเดินมาถึงที่รถของต้นก่อนที่ทั้งสองคนจะก้าวขึ้นรถที่มีแตงกวานั่งรอแล้วดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ที่เบาะด้านหลังคนขับ ก่อนที่ต้นจะขับรถออกไป
“ขอบใจมากนะต้น แตงกวา” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เธอก็พยายามสกัดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาพลางเช็ดน้ำตาออก ในขณะที่แตงกวาที่นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังคนขับข้างๆดอกแก้วก็เอื้อมมือไปกอบกุมมือของดอกแก้วเอาไว้อย่างต้องการให้กำลังใจ
“เออ ไม่เป็นไร แก..แกโอเคไหมแก้ว” แตงกวาเอ่ยถามดอกแก้วด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเพราะดูจากสีหน้าท่าทางของเพื่อนสาวที่ดูท่าทางไม่ค่อยดี ‘ก็แหงล่ะสิเพราะต้องมาเลิกรากับแฟนในสถานการณ์แบบนี้ ไหนจะแม่ที่ป่วยหนักอีก’ แตงกวาคิดในใจ
ดอกแก้วพยักหน้าให้แตงกวาทั้งน้ำตา
“โห แตงกวา ถามผมบ้างสิเมื่อกี้ผมเกือบโดนไอ้ฟินแฟนพี่แก้วต่อยนะ แล้วเดี๋ยวเทอมหน้าผมขึ้นปีสี่ส่วนไอ้ฟินแฟนพี่แก้วมันขึ้นปีสามยังไงก็คงต้องเดินสวนกันในคณะบ้าง ผมไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งแฟนชาวบ้านนะ พี่แก้วกับแตงกวาก็เรียนจบแล้ว เฮ้อ..แฟนพี่แก้วมันจะมาหาเรื่องผมป่ะเนี่ย ผมไม่ได้กลัวมันหรอกนะแต่...ผมไม่อยากมีเรื่อง พี่แก้วนะพี่แก้ว” ต้นเอ่ยพูดกับทั้งสองสาวผ่านกระจกมองหลังพลางขับรถไปด้วย
“นี่ต้น พูดไรเนี่ย แก้วมันยิ่งเศร้าๆอยู่” แตงกวาเอ่ยพูดดุต้นที่กำลังขับรถอยู่
“แตงกวาอย่าดุต้นเลย พี่ขอบคุณแล้วก็ขอโทษต้นนะที่ทำให้ต้องลำบาก คือ...ฟินคงไม่มาหาเรื่องต้นหรอกแล้วก็คงไม่เจอกันบ่อยขนาดนั้นมั้งหรือถ้าต้องเจอกัน เอางี้ ต้นก็บอกเขาไปก็ได้ว่า ต้นเลิกกับพี่แล้วไม่ได้ติดต่อพี่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ ก็คงต้องเป็นอย่างงั้นแหละพี่ แล้วนี่พี่แก้วจะให้ผมไปส่งที่ไหน เพราะผมกับแตงกวามีธุระต่อพอดีเรามีนัดไปทานข้าวกับแม่ผมน่ะ ใกล้เวลานัดแล้วด้วย” ต้นเอ่ยพูด
“อ๋อ งั้นส่งพี่ที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้านี้ก็ได้” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ” ต้นรับคำก่อนที่จะขับรถเข้าไปจอดที่ป้ายรถประจำทาง
“งั้นฉันไปก่อนนะแตงกวา เดี๋ยวฉันต้องไปเยี่ยมแม่อีก”
“อือ แกไหวแน่นะแก้ว มีอะไรแกโทรหาฉันได้เลยนะ แล้วเดี๋ยวไว้ว่างๆฉันจะขอไปเยี่ยมแม่แกบ้าง ขอให้แม่แกหายไวๆ แล้วไว้เรานัดกันไปถ่ายรูปรับปริญญานะ” แตงกวาเอ่ยพูด
“อือ งั้นฉันไปก่อนนะแล้วเรื่องนี้ขอให้เป็นความลับของพวกเรานะ ดูแลเพื่อนพี่ให้ดีๆล่ะต้น”
“คร๊าบบบ พี่แก้วก็สู้ๆนะ” ต้นเอ่ยพูดพลางยิ้มบางๆให้ดอกแก้ว ส่วนแตงกวาเธอก็พยักหน้าพลางส่งยิ้มบางๆให้กำลังใจดอกแก้วเช่นกันก่อนที่เธอจะดึงดอกแก้วเข้ามากอด...สักครู่ เสียงแตรรถข้างหลังดังขึ้นก่อนที่ดอกแก้วจะผละออกมาจากอ้อมกอดของแตงกวาแล้วโบกมือลาแตงกวากับต้นก่อนที่เธอจะรีบก้าวขาลงจากรถของต้นไปแล้วลงมายืนที่ป้ายรถประจำทางที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนมากนักในวันนี้ ก่อนที่ต้นจะขับรถออกไป ส่วนดอกแก้วเธอเดินมานั่งที่ป้ายรถประจำทางก่อนที่รถประจำทางสายที่เธอรออยู่จะมาจอดแล้วเธอก็เดินขึ้นรถไป ดอกแก้วจะเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธอ ระหว่างทางดอกแก้วมองออกไปนอกหน้าต่างพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งจะไปบอกเลิกฟินพลันน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา
‘ฟิน แก้วขอโทษนะ แก้วไม่มีทางเลือกจริงๆ ฮือๆ’ ดอกแก้วนึกตัดพ้อในใจพลางน้ำตาก็ไหลออกมาไม่ขาดสายจนมาถึงโรงพยาบาล