“ก็...งานบ้าน เพราะผมอยู่บ้านคนเดียว ทำงานบ้านให้ผม...ทั้งกลางวันแล้วก็กลางคืน”
“งานบ้าน งานบ้าน...ฉันเข้าใจ แต่ทั้งกลางวันแล้วก็กลางคืน...กลางคืน...กลางคืน...คืออะไร”
“นี่คุณแกล้งโง่ทำเปนไร้เดียงสาหรือไง ผมพูดตรงๆชัดๆเลยก็ได้ งานกลางวันก็ทำงานบ้านทั่วไปส่วนงานกลางคืนก็งานบนเตียงนอนกับผมปรนนิบัติรับใช้ผมบนเตียงไง คุณกำลังตกงานแล้วกำลังหางานทำอยู่ไม่ใช่เหรอไม่งั้นคุณคงจะไม่ไปสมัครงานสัมภาษณ์งานที่บริษัทผมหรอก ผมว่างานแบบนี้คุณน่าจะชอบและถนัดนะ”
“นี่คุณ...ฉันไม่....” ดอกแก้วเอ่ยพูดเสียงดังด้วยความรู้สึกโมโหพลางลุกขึ้นยืน เธอยืนมองหน้าฟินด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยวพลางกำหมัดแน่น
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ก่อนที่คุณจะปฏิเสธข้อเสนอข้อตกลงของผม คุณคิดดูให้ดีๆซะก่อน คิดดีๆ ผมให้เวลาคุณคิดสัก...สักหนึ่งวัน หนึ่งวันก็พอ” ฟินเอ่ยพูดตัดบทดอกแก้วพลางลุกขึ้นยืนจากโซฟาแล้วค่อยๆเดินย่างสามขุมเข้าไปหาดอกแก้วในขณะที่ดอกแก้วเธอก็ค่อยๆเดินก้าวถอยหลังไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว
“นี่...นี่คุณจะทำอะไร อย่า อย่าเข้ามานะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดเสียงสั่นด้วยความรู้สึกหวาดกลัวพลางก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆแต่เธอไม่ทันได้ระวังทำให้เธอสะดุดขาตัวเองจนเกือบหงายหลังล้มลงแต่โชคดีที่ฟินเข้ามารับร่างของเธอเอาไว้ได้ทัน ฟินเข้ามารับร่างของดอกแก้วโดยที่มือทั้งสองข้างของเขาโอบกอดร่างบางของเธอไว้ในอ้อมกอด มือของดอกแก้ววางอยู่บนไหล่กว้างของฟิน ทั้งคู่มองหน้าสบตากันด้วยหัวใจที่เต้นแรง......
‘นี่...นี่เขาจะทำอะไร...’ ดอกแก้วคิดในใจด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นปนเขินอายอยู่ลึกๆ
‘เธอ...ยังคงสวยน่ารักเหมือนเดิม ไม่ ไม่ สติโว้ย สติ’ ฟินคิดในใจก่อนที่เขาจะตั้งสติ เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พลางกระชับอ้อมกอดที่กอดดอกแก้วแน่นขึ้น
“ปล่อย นี่คุณ ปล่อยนะ! จะทำอะไร อย่ามาทำแบบนี้นะ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกตกใจนิดๆที่ฟินกอดรัดร่างบางของเธอแน่นขึ้น ตอนนี้เนื้อตัวของดอกแก้วแทบจะจมหายไปในร่างกายของฟิน เธอพยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกของเขาออกไปแต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้ ตอนนี้น้ำตาของดอกแก้วเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาเพราะเธอรู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ ‘เขาไม่เคยทำตัวรุ่มร่ามกับเธอแบบนี้ ตอนที่คบกันเขาให้เกียรติเธอเสมอถึงเราจะเคยจูบกันตามประสาคนรักแต่เขาก็ไม่เคยทำตัวรุ่มร่ามคุกคามเธอแบบนี้ เขาเป็นสุภาพบุรุษกับเธอเสมอ เธอบอกว่ายังไม่พร้อมเขาก็ไม่เคยบังคับเธอเลยแล้วทำไมตอนนี้เขากลายมาเป็นแบบนี้ เขาคงจะโกรธเกลียดแล้วก็แค้นเธอมากจากเรื่องในอดีตถึงทำกับเธอแบบนี้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางน้ำตาคลอเบ้า
“ทำไม ทีกับผมทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว” ฟินเอ่ยพูดพลางยิ้มเยาะอย่างนึกสมเพศตัวเอง ‘นี่เธอคงจะรังเกียจเขามากสินะถึงทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวกับเขาแบบนี้ ทำเป็นบีบน้ำตา เขาคงจะเชื่อถ้าเธอไม่เคยนอกใจเขา แต่นี่เธอนอกใจเขาทิ้งเขาไปทำตัวสกปรกสำส่อนไปกับผู้ชายคนอื่น ทุเรศสิ้นดี’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกคับแค้นใจเจ็บใจพลางผละออกมาจากดอกแก้ว เขาผลักเธอออกไปจากอ้อมกอดของเขาเบาๆ ดอกแก้วเซถลาถอยหลังไปเล็กน้อยแล้วน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ก็ไหลออกมาพลางมองหน้าฟินด้วยแววตาเศร้าหมอง
“อย่ามาบีบน้ำตากับผม อย่าคิดว่าผมจะเห็นใจคุณ ผมให้เวลาคุณคิดหนึ่งวัน ถ้าคุณตกลงตามข้อเสนอเงื่อนไขที่ผมเสนอให้ พรุ่งนี้ก็ไปหาผมที่บริษัท สิบโมง แล้วคุยรายละเอียดกัน แต่ถ้าคุณไม่ตกลง ผมจะได้โทรไปหาไอ้เสี่ยนั่นแล้วบอกความจริงกับมันซะว่าผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ แล้วคุณก็เชิญไปจัดการปัญหาของคุณเอง ผมอุตส่าห์เมตตาสงสารสมเพศเวทนาช่วยเหลือคุณนะ ฉะนั้นคุณคิดให้ดีๆ อ้อ...พรุ่งนี้ถ้าจะมา ผมให้คุณเลทได้แค่สิบห้านาที ฉะนั้นถ้าภายในสิบโมงสิบห้า ผมไม่เจอคุณที่บริษัทผม ผมจะโทรไปบอกไอ้เสี่ยนั่นมันทันที” ฟินพูดจบเขาก็เดินออกไปจากบ้านของดอกแก้ว
‘ทำเป็นบีบน้ำตา ดัดจริตหวงเนื้อหวงตัวเข้าไปเหอะ เขาไม่สนหรอกว่าเธอจะรู้สึกยังไง เขาจะเอาคืนเธอให้สาสมกับสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับเขา ตอนที่เธอคบกับเขาเขารักดูแลแล้วก็ให้เกียรติเธอเสมอไม่ว่าเรื่องอะไร โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า เขาเป็นผู้ชายมันก็ต้องมีความรู้สึกต้องการอยากจะมีอะไรกับคนรักบ้างแต่เขาก็ให้เกียรติเธอแล้วอดทนเมื่อเธอบอกว่ายังไม่พร้อมเพราะเรายังเรียนอยู่ เขาก็เข้าใจและเคารพให้เกียรติเธอไม่เคยพูดจาหว่านล้อมหรือบังคับอะไรเพื่อให้เธอยอมเลยอย่างมากเราก็แค่จูบกันและเขาก็ไม่เคยนอกใจนอกกายเธอไปมีคนอื่นด้วย เขารักและก็ซื่อสัตย์ซื่อตรงกับเธอมาตลอด แต่สุดท้ายไอ้ความรักความซื่อสัตย์ซื่อตรงของเขามันก็ทำให้เขาเหมือนเป็นคนโง่ เธอกล้าทรยศหักหลังเขาอย่างเลือดเย็นไปกับไอ้สารเลวนั่นจนเขาเกือบจะเสียผู้เสียคน ความซื่อสัตย์หน้าโง่ของเขาสุดท้ายหมามันก็คาบไปแดก หึ คอยดูเขาจะเอาคืนเธออย่างสาสมทบต้นทบดอกตักตวงทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเขาที่เขาควรจะได้กับเธอ เธอทำเป็นรักนวลสงวนตัว ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว ทำเป็นเล่นตัว ลึกๆเธอมันก็มักมากหลายใจสำส่อน หึ เขาจะเอา...จะเอาคืนเธอให้คุ้มเลย’ ฟินคิดในใจก่อนที่เขาจะขึ้นรถแล้วขับรถออกไป
ในขณะเดียวกันดอกแก้วเมื่อฟินเดินออกไปแล้วเธอก็เดินมานั่งลงที่โซฟาพลางน้ำตาก็ไหลออกมามากขึ้น
‘ทำไม ทำไมฟินถึงใจร้ายกับเธอขนาดนี้ เธอรู้ว่าเธอทำให้เขาเข้าใจผิดเองจากเรื่องในอดีตแต่มันจำเป็นสำหรับเธอ แต่...เขาต้องทำกับเธอขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าเธอไม่รับเงื่อนไขข้อเสนอข้อตกลงของเขา เขาจะโทรไปบอกเสี่ยชัช...แล้วเธอจะทำยังไง...หรือเธอจะหนีหนี้ดี หนีไปเลยดีไหม แต่ตอนนี้เธอเหลือเงินติดตัวแค่พันกว่าบาทจากสองพันเพราะเธอใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสัมภาษณ์งานเมื่อเช้าแล้วก็ซื้ออะไรกินนิดหน่อย เธอเหลือเงินอยู่แค่นี้แล้วเธอจะหนีไปไหนได้ อีกอย่างตอนนี้เธอก็อยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว แล้วถ้าเธอหนีบ้านหลังนี้ก็ต้องถูดยึดเพราะโฉนดที่ดินของบ้านที่พ่อเธอเอาไปจำนองอยู่กับเสี่ยชัช เสี่ยชัชคงยึดบ้านเธอแน่ๆถ้าเธอหนีไป บ้านของแม่ที่เป็นความทรงจำบ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิดบ้านที่เป็นที่ซุกหัวนอนสุดท้ายของเธอ ถ้าเสียบ้านหลังนี้ไปเธอจะไปอยู่ที่ไหนนอนที่ไหนกับเงินแค่พันกว่าบาทเธอจะหนีไปไหนได้ หรือเธอจะไปหายืมใคร แล้วเธอจะไปยืมใครล่ะเงินตั้งหลักล้านเธอไม่รู้จักใคร จะไปกู้ยืมในระบบเธอก็ไม่มีหลักประกันอะไรไปค้ำ หรือจะไปกู้นอกระบบตามกระดาษโน้ตที่เอามาแปะตามเสาไฟฟ้าแต่เธอก็กลัวเรื่องดอกเบี้ยแล้วก็กลัวอะไรอีกหลายอย่างที่จะตามมาและก็เข็ดกับหนี้นอกระบบด้วยเธอรู้ว่ามันโหดร้ายขนาดไหนเพราะพ่อของเธอก่อหนี้นอกระบบให้แม่ของเธอต้องตามใช้ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กวันไหนไม่จ่ายก็มักจะมาขู่ว่าจะทำร้ายบ้างเผาบ้านบ้างหรือสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ที่เสี่ยชัชทำกับเธอมันก็คือผลพวงจากหนี้นอกระบบ เธอกลัวเธอเข็ดแล้วเธอก็ไม่อยากไปหยิบยืมใครในลักษณะนี้อีกแล้ว หรือเธอจะไปคุยกับพี่กิ๊ฟเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่เธอเคยทำงานพาร์ทไทม์ด้วยเพราะเธอก็ติดต่อกับพี่เขาอยู่บ้างนานๆทีแต่เงินตั้งสี่ล้านเธอจะเอ่ยปากยืมเขาได้ยังไงพี่กิ๊ฟก็อายุมากกว่าเธอพอสมควรแล้วเราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเธอนับถือพี่กิ๊ฟในฐานะผู้ใหญ่คนนึงที่ให้โอกาสกับเธอในการทำงานและในฐานะนายจ้างอยู่ๆจะไปยืมเงินเขาเงินมันก็ไม่ใช่น้อยๆ หรือเธอจะโทรไปหาแตงกวาเพื่อนของเธอให้ช่วย จริงๆเธอก็ยังติดต่อกับแตงกวาอยู่บ้างนานๆที แต่ก็ไม่ได้หาเวลานัดเจอกันเลยเพราะเธอก็ยุ่งทั้งต้องทำงานหาเงินแล้วก็ดูแลแม่ส่วนแตงกวาก็ยุ่งอยู่กับการทำงานเช่นกันช่วงที่เธอทำงานประจำแล้วแม่ยังอยู่โรงพยาบาลก็ยังได้นัดเจอกันบ้างรวมถึงต้นแฟนของแตงกวาด้วยแต่พอเธอออกมาจากงานประจำเพราะแม่ออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้านในสภาพผู้ป่วยติดเตียงเธอจึงต้องดูแลแม่ก็เลยไม่ได้นัดเจอกันอีกเลยอาจจะโทรคุยกันบ้างนานๆที จนเจอกันล่าสุดก็ตอนที่แม่ของเธอเสียก็เลยมีโอกาสได้เจอกันเพราะแตงกวามางานศพแม่ของเธอ แตงกวามาคนเดียวต้นไม่ได้มาด้วยเพราะแตงกวาบอกว่าต้นติดงานอยู่ต่างประเทศ แตงกวาทำงานอยู่บริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปซึ่งเป็นธุรกิจของต้นในตำแหน่งเลขาประธานบริษัทที่เธอรู้ต้นขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนพ่อของเขาที่วางมือแตงกวาเองก็ทำงานเป็นเลขาของต้นตั้งแต่ตอนที่ต้นยังเป็นผู้บริหารแล้วก็ควบตำแหน่งแฟนสาวของต้นด้วย หรือเธอจะโทรไปหาแตงกวาให้แตงกวาช่วยไปยืมต้น แต่...มันจะดีเหรอ...ไม่ดีมั้ง เคยโทรไปของานเขาแล้วจะไปยืมเงินเขาอีก เฮ้อ...ชีวิตเธอทำไมมันล้มเหลวรันทดขนาดนี้นะ อย่างที่บอกเงินก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วเธอก็ไม่อยากเป็นหนี้ใครแล้วด้วย แล้วเธอก็เกรงใจแล้วก็คงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนทั้งสองคนแน่ๆ เฮ้อ...จะให้เธอไปคุยกับเสี่ยชัชอีกรอบเพื่อขอประนอมหนี้เธอก็ไม่กล้าดูจากการกระทำของเสี่ยชัชวันนี้แล้ว เธอพอจะรู้ว่าลุงชัยก็ดูจะเห็นใจเธอแต่ลุงชัยก็คงช่วยอะไรเธอไม่ได้ เฮ้อ..แล้วเธอจะทำยังไงดี มันมีทางไหนอีกบ้างหรือเธอจะต้องตกลงทำตามข้อเสนอของฟิน ต้องทำงานให้เขาทั้งกลางวันแล้วก็กลางคืนเหรอ งานบ้านเธอพอเข้าใจแล้วก็ทำได้อยู่แล้วแต่เธอต้องทำงานกลางคืนต้องนอน...นอนกับเขาปรนนิบัติรับใช้เขาบนเตียงแลกกับการที่เขาจะใช้หนี้ให้เหรอ ทำไมเขาต้องวางเงื่อนไขข้อตกลงแบบนี้กับเธอด้วย เขาต้องการอะไร เธอรู้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจก็คงจะไม่ช่วยใครฟรีๆแต่ทำไมต้องใช้วิธีนี้ด้วย เขาต้องการอะไรหรือเขาอยากจะแก้แค้นเอาคืนเธอในสิ่งที่เธอเคยทำกับเขาเหรอ เฮ้อ...’ ดอกแก้วคิดในใจอย่างหนักพลันน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด