เคยมีหลายๆคนพูดว่าเงินคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ แต่สำหรับหญิงสาววัยสิบเก้าปีอย่างอุ่นรักนั้น เธอเห็นด้วยกับคำกล่าวแรกที่ว่า 'เงินคือทุกอย่างในชีวิต' เพราะว่าการที่ไม่มีเงินทำให้ชีวิตของเธอแตกต่างจากหญิงสาววัยเดียวกันมากนัก
ในขณะที่หญิงสาววัยเดียวกับเธอได้แต่งชุดนักศึกษาและใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เธอกลับต้องเดินแบกตระกร้าขนมที่หนักอึ้ง เพื่อนำไปส่งที่ร้านกาแฟเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ
"อ้าว...มาแล้วเหรอหนูอุ่น นึกถึงอยู่พอดีเลย"
"จ้ะพี่นก"
อุ่นรักวางตระกร้าขนมลงบนโต๊ะแล้วยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึงออกมาจนไรผมเปียกชื้น
"ดูสินั่น...เหงื่อออกขนาดนั้นอย่าบอกนะว่าเดินมาอีก"
"จ้ะ"
"อุ่นเอ้ย...รถมอเตอร์ไซค์มันก็ไม่กี่บาทหรอกระยะทางแค่นี้อย่าประหยัดนักเลย"
อุ่นรักส่งยิ้มให้กับนภาหรือพี่นกซึ่งเป็นเจ้าของร้านทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายบ่นเธอ
"ก็เพราะมันไม่ไกลไงคะอุ่นถึงเดินเอา"
"ว่าแล้วว่าต้องพูดแบบนี้..."
นภาถอนใจในความประหยัดของเด็กสาวที่เธอให้ความเอ็นดู เพราะเป็นคนที่มีความขยันขันแข็ง เธอรู้จักอุ่นรักครั้งแรกเพราะเด็กสาวมาขอทำงานตอนช่วงปิดเทอม ตอนนั้นอุ่นรักยังเรียนอยู่มัธยมปลายเท่านั้น และเหตุผลที่มาขอทำงานก็เพราะต้องการเก็บเงินเข้าเรียนมหาลัย แต่แล้วความฝันนั้นก็ต้องทลายลง เมื่อยายซึ่งเป็นทุกอย่างในชีวิตของอุ่นรักล้มป่วย จึงต้องใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมดไปกับการรักษายาย จึงทำให้ไม่ได้เรียนต่ออย่างที่หวังเอาไว้
"วันนี้ขากลับพี่ออกค่าวินให้นะจะได้ไม่ต้องเดิน"
"ไม่ค่ะ ไม่เอา...อุ่นขอบคุณพี่นกมากๆแต่อย่าทำให้อุ่นลำบากใจเลยจ้ะ"
"ลำบากใจอะไรกันล่ะอุ่น เงินค่าวินแค่ยี่สิบสามสิบเอง"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะจ้ะอุ่นเกรงใจ"
นภาถอนใจแล้วจึงหันไปนับเงินเพื่อจ่ายค่าขนมให้เด็กสาว แต่เมื่อหันกลับมาก็พบว่าอุ่นรักกำลังยืนเหม่อมองไปที่นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่นั่งดื่มกาแฟด้วยสายตาหมองเศร้าอย่างลืมตัว ทำเอานภารู้สึกสะท้อนใจเพราะความสงสารด้วยรู้ดีว่าเด็กสาวคิดอะไรอยู่
"เดี๋ยวทำงานเก็บเงินปีหน้าเข้าเรียนก็ยังไม่สายหรอกเชื่อพี่"
อุ่นรักเก้อเขินเมื่อรู้ว่านภาเห็นเธอแอบมองกลุ่มนักศึกษา และใช่...เธอกำลังอิจฉาคนที่ได้เล่าเรียนในขณะที่เธอต้องก้มหน้าทำงานงกๆ
"ค่ะ ขอบคุณพี่นกมากนะคะ"
"จ้ะ อะ...นี่เงินค่าขนม และนี่ก็ออเดอร์ขนมของร้านป้านุชพรุ่งนี้"
"ขอบคุณมากนะคะ"
อุ่นรักกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับเงินและกระดาษที่นภาส่งให้ ออเดอร์ขนมนั้นคือของที่เธอจะต้องนำไปส่งทุกๆตีสี่ครึ่งของทุกวันพระ ซึ่งร้านที่ไปส่งก็คือร้านของป้าสะใภ้นภา
"จ้ะ กลับบ้านดีๆล่ะ"
อุ่นรักส่งยิ้มแล้วโบกมือลาก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป โดยมีสายตาที่แสดงถึงความสงสารและชื่นชมของนภามองตามหลัง
...
เท้าเล็กๆก้าวไปบนถนนคอนกรีตเพื่อกลับไปบ้านที่มีระยะห่างจากร้านของนภาหนึ่งกิโลเมตร อันที่จริงระยะทางแค่นี้ถือว่าไม่เหน็ดเหนื่อยเท่าไรนักกับการเดิน แต่แสงแดดที่ร้อนจัดในเวลากลางวันเช่นนี้ทำให้เหงื่อตกได้ไม่ยาก
อุ่นรักมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังเมื่อเปิดประตูเล็กข้างรั้วเพื่อเข้าบ้าน ทั้งๆที่เธอเป็นลูกสาวคนโตของคุณวิทวัสเจ้าของบ้าน แต่เธอกลับไม่ได้อยู่บนตึกเหมือนน้องสาวเธอ นั่นก็เป็นเพราะบิดาของเธอแต่งงานและมีครอบครัวใหม่ อุ่นรักจึงตกอยู่ในความดูแลของยายตั้งแต่อายุสองขวบ
พอเปิดประตูเข้ามาได้เด็กสาวก็รีบเดินมาที่ด้านหลังตึกซึ่งมีบ้านไม้หลังเล็กที่เธออาศัยอยู่กับยาย
"ยายจ๋าอุ่นกลับมาแล้วจ้ะ"
เสียงใสร้องบอกกับยายอิ่มใจซึ่งเป็นยายแท้ๆของเธอเอง
"มาแล้วเหรอลูก...แล้วนั่นจะทำอะไรอีกล่ะ"
"จะผสมแป้งปั้นบัวลอยจ้ะ"
"พักก่อนก็ได้มั้งอุ่น"
เด็กสาวส่ายหน้าในขณะที่วางกระเป๋าสะพายใบเก่าลงบนโต๊ะ
"พักอะไรล่ะจ๊ะ ถ้าอุ่นไม่ทำไว้ยายก็ต้องมานั่งทำอีกอ่ะ อุ่นไม่อยากให้ยายเหนื่อย"
"อุ่น...ยายรู้นะว่าอุ่นรักยาย แต่ยายแก่แล้วลูก...อย่าให้คนแก่ที่เหลือเวลาหายใจน้อยลงทุกทีต้องทำให้หนูลำบากเลย"
อุ่นรักวางถุงแป้งทำขนมในมือลงก่อนที่จะเดินเข้าไปสวมกอดยายของเธออย่างรักใคร่
"ยายอย่าพูดแบบนั้นสิจ๊ะ ยายจะต้องอยู่กับอุ่นไปนานๆ อุ่นจะดูแลยายเหมือนกับที่ยายดูแลอุ่นมาตลอด"
ยายอิ่มใจน้ำตาซึมเพราะซาบซึ้งที่หลานกตัญญู เป็นเพราะนางเลี้ยงอุ่นรักมาตั้งแต่อายุสองขวบ ความรักความผูกพันจึงแน่นแฟ้นเหลือเกิน นางรู้สึกเวทนาหลานสาวที่ไม่ได้เรียนต่อเพราะใช้เงินเก็บหมดไปกับค่าพยาบาล และยังต้องวิ่งรอกทำงานทั้งกลางวันกลางคืนเพื่อหาเงินเป็นค่าฟอกไตให้กับนาง แต่ถึงแม้จะสงสารยายอิ่มใจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากสวมกอดและให้กำลังใจเท่านั้น
"ขนมพวกนี้ยายทำขายเลี้ยงอุ่นมาจนโต ต่อไปนี้อุ่นก็จะขายขนมมาเลี้ยงยายบ้าง"
"จ้ะ แล้วพรุ่งนี้มีขนมอะไรบ้างล่ะ"
"มีบัวลอย ตะโก้เผือก เปียกปูนจ้ะ อุ่นจะทำเตรียมเท่าที่เตรียมได้แล้วจะไปนอนสักงีบ"
"จ้ะ งั้นยายช่วยปั้นแป้งนะอุ่นจะได้ไปนอนเร็วๆ"
อุ่นรักทำได้เพียงส่งยิ้มเพราะรู้ดีว่าถึงเธอจะออกปากห้ามแต่ผู้เป็นยายก็จะช่วยอยู่ดี
……..
เธอตื่นขึ้นในตอนห้าโมงเย็นเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเด็กเสิร์ฟที่คลับแห่งหนึ่ง แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากบ้านเท้าบางก็ต้องชะงักเพราะถูกเรียก
"พี่อุ่น! พี่อุ่นเดี๋ยวก่อน!"
"มีอะไรเหรออ้น"
เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมยื่นมือไปลูบศีรษะของน้องชายต่างแม่วัยสิบปีด้วยความเอ็นดู
"แม่ให้มาเรียกพี่..."
เด็กสาวพลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือเล็กแล้วจึงพยักหน้าเพราะคิดว่าน่าจะไปทันเวลาเข้างาน
"อืม...ไปสิ"
เธอเดินตามหลังน้องชายด้วยหัวใจที่เต้นถี่แบบลุ้นระทึก เพราะการที่แม่เลี้ยงเรียกพบเธอในแต่ละครั้งนั้นไม่พ้นเรื่องเงิน เธอจึงจำเป็นต้องหลบหน้าเพื่อรักษาเงินในกระเป๋า
ทั้งๆที่คุณวิทวัสบิดาของเธอมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการโรงงานขนาดกลางแห่งหนึ่ง แต่ราตรีแม่เลี้ยงของเธอก็ยังไม่วายมาขูดเลือดเอากะปูอย่างเธอ นั่นเพราะราตรีฟุ้งเฟ้อและใช้เงินเกินตัว จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่สามีให้ไว้ไม่เคยพอ
"แม่...พี่อุ่นมาแล้วครับ"
อุ่นรักมองแม่เลี้ยงวัยสามสิบห้าปีที่ยังดูสวยงามด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความเกรงกลัวหรือหวั่นใจออกมา
"น้ามีอะไรกับอุ่นเหรอคะ..."