ไร้คนพึ่งพา-1

1300 Words
เคยมีหลายๆคนพูดว่าเงินคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ แต่สำหรับหญิงสาววัยสิบเก้าปีอย่างอุ่นรักนั้น เธอเห็นด้วยกับคำกล่าวแรกที่ว่า 'เงินคือทุกอย่างในชีวิต' เพราะว่าการที่ไม่มีเงินทำให้ชีวิตของเธอแตกต่างจากหญิงสาววัยเดียวกันมากนัก ในขณะที่หญิงสาววัยเดียวกับเธอได้แต่งชุดนักศึกษาและใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เธอกลับต้องเดินแบกตระกร้าขนมที่หนักอึ้ง เพื่อนำไปส่งที่ร้านกาแฟเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ "อ้าว...มาแล้วเหรอหนูอุ่น นึกถึงอยู่พอดีเลย" "จ้ะพี่นก" อุ่นรักวางตระกร้าขนมลงบนโต๊ะแล้วยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึงออกมาจนไรผมเปียกชื้น "ดูสินั่น...เหงื่อออกขนาดนั้นอย่าบอกนะว่าเดินมาอีก" "จ้ะ" "อุ่นเอ้ย...รถมอเตอร์ไซค์มันก็ไม่กี่บาทหรอกระยะทางแค่นี้อย่าประหยัดนักเลย" อุ่นรักส่งยิ้มให้กับนภาหรือพี่นกซึ่งเป็นเจ้าของร้านทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายบ่นเธอ "ก็เพราะมันไม่ไกลไงคะอุ่นถึงเดินเอา" "ว่าแล้วว่าต้องพูดแบบนี้..." นภาถอนใจในความประหยัดของเด็กสาวที่เธอให้ความเอ็นดู เพราะเป็นคนที่มีความขยันขันแข็ง เธอรู้จักอุ่นรักครั้งแรกเพราะเด็กสาวมาขอทำงานตอนช่วงปิดเทอม ตอนนั้นอุ่นรักยังเรียนอยู่มัธยมปลายเท่านั้น และเหตุผลที่มาขอทำงานก็เพราะต้องการเก็บเงินเข้าเรียนมหาลัย แต่แล้วความฝันนั้นก็ต้องทลายลง เมื่อยายซึ่งเป็นทุกอย่างในชีวิตของอุ่นรักล้มป่วย จึงต้องใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมดไปกับการรักษายาย จึงทำให้ไม่ได้เรียนต่ออย่างที่หวังเอาไว้ "วันนี้ขากลับพี่ออกค่าวินให้นะจะได้ไม่ต้องเดิน" "ไม่ค่ะ ไม่เอา...อุ่นขอบคุณพี่นกมากๆแต่อย่าทำให้อุ่นลำบากใจเลยจ้ะ" "ลำบากใจอะไรกันล่ะอุ่น เงินค่าวินแค่ยี่สิบสามสิบเอง" "ถึงอย่างนั้นก็เถอะจ้ะอุ่นเกรงใจ" นภาถอนใจแล้วจึงหันไปนับเงินเพื่อจ่ายค่าขนมให้เด็กสาว แต่เมื่อหันกลับมาก็พบว่าอุ่นรักกำลังยืนเหม่อมองไปที่นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่นั่งดื่มกาแฟด้วยสายตาหมองเศร้าอย่างลืมตัว ทำเอานภารู้สึกสะท้อนใจเพราะความสงสารด้วยรู้ดีว่าเด็กสาวคิดอะไรอยู่ "เดี๋ยวทำงานเก็บเงินปีหน้าเข้าเรียนก็ยังไม่สายหรอกเชื่อพี่" อุ่นรักเก้อเขินเมื่อรู้ว่านภาเห็นเธอแอบมองกลุ่มนักศึกษา และใช่...เธอกำลังอิจฉาคนที่ได้เล่าเรียนในขณะที่เธอต้องก้มหน้าทำงานงกๆ "ค่ะ ขอบคุณพี่นกมากนะคะ" "จ้ะ อะ...นี่เงินค่าขนม และนี่ก็ออเดอร์ขนมของร้านป้านุชพรุ่งนี้" "ขอบคุณมากนะคะ" อุ่นรักกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับเงินและกระดาษที่นภาส่งให้ ออเดอร์ขนมนั้นคือของที่เธอจะต้องนำไปส่งทุกๆตีสี่ครึ่งของทุกวันพระ ซึ่งร้านที่ไปส่งก็คือร้านของป้าสะใภ้นภา "จ้ะ กลับบ้านดีๆล่ะ" อุ่นรักส่งยิ้มแล้วโบกมือลาก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป โดยมีสายตาที่แสดงถึงความสงสารและชื่นชมของนภามองตามหลัง ... เท้าเล็กๆก้าวไปบนถนนคอนกรีตเพื่อกลับไปบ้านที่มีระยะห่างจากร้านของนภาหนึ่งกิโลเมตร อันที่จริงระยะทางแค่นี้ถือว่าไม่เหน็ดเหนื่อยเท่าไรนักกับการเดิน แต่แสงแดดที่ร้อนจัดในเวลากลางวันเช่นนี้ทำให้เหงื่อตกได้ไม่ยาก อุ่นรักมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังเมื่อเปิดประตูเล็กข้างรั้วเพื่อเข้าบ้าน ทั้งๆที่เธอเป็นลูกสาวคนโตของคุณวิทวัสเจ้าของบ้าน แต่เธอกลับไม่ได้อยู่บนตึกเหมือนน้องสาวเธอ นั่นก็เป็นเพราะบิดาของเธอแต่งงานและมีครอบครัวใหม่ อุ่นรักจึงตกอยู่ในความดูแลของยายตั้งแต่อายุสองขวบ พอเปิดประตูเข้ามาได้เด็กสาวก็รีบเดินมาที่ด้านหลังตึกซึ่งมีบ้านไม้หลังเล็กที่เธออาศัยอยู่กับยาย "ยายจ๋าอุ่นกลับมาแล้วจ้ะ" เสียงใสร้องบอกกับยายอิ่มใจซึ่งเป็นยายแท้ๆของเธอเอง "มาแล้วเหรอลูก...แล้วนั่นจะทำอะไรอีกล่ะ" "จะผสมแป้งปั้นบัวลอยจ้ะ" "พักก่อนก็ได้มั้งอุ่น" เด็กสาวส่ายหน้าในขณะที่วางกระเป๋าสะพายใบเก่าลงบนโต๊ะ "พักอะไรล่ะจ๊ะ ถ้าอุ่นไม่ทำไว้ยายก็ต้องมานั่งทำอีกอ่ะ อุ่นไม่อยากให้ยายเหนื่อย" "อุ่น...ยายรู้นะว่าอุ่นรักยาย แต่ยายแก่แล้วลูก...อย่าให้คนแก่ที่เหลือเวลาหายใจน้อยลงทุกทีต้องทำให้หนูลำบากเลย" อุ่นรักวางถุงแป้งทำขนมในมือลงก่อนที่จะเดินเข้าไปสวมกอดยายของเธออย่างรักใคร่ "ยายอย่าพูดแบบนั้นสิจ๊ะ ยายจะต้องอยู่กับอุ่นไปนานๆ อุ่นจะดูแลยายเหมือนกับที่ยายดูแลอุ่นมาตลอด" ยายอิ่มใจน้ำตาซึมเพราะซาบซึ้งที่หลานกตัญญู เป็นเพราะนางเลี้ยงอุ่นรักมาตั้งแต่อายุสองขวบ ความรักความผูกพันจึงแน่นแฟ้นเหลือเกิน นางรู้สึกเวทนาหลานสาวที่ไม่ได้เรียนต่อเพราะใช้เงินเก็บหมดไปกับค่าพยาบาล และยังต้องวิ่งรอกทำงานทั้งกลางวันกลางคืนเพื่อหาเงินเป็นค่าฟอกไตให้กับนาง แต่ถึงแม้จะสงสารยายอิ่มใจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากสวมกอดและให้กำลังใจเท่านั้น "ขนมพวกนี้ยายทำขายเลี้ยงอุ่นมาจนโต ต่อไปนี้อุ่นก็จะขายขนมมาเลี้ยงยายบ้าง" "จ้ะ แล้วพรุ่งนี้มีขนมอะไรบ้างล่ะ" "มีบัวลอย ตะโก้เผือก เปียกปูนจ้ะ อุ่นจะทำเตรียมเท่าที่เตรียมได้แล้วจะไปนอนสักงีบ" "จ้ะ งั้นยายช่วยปั้นแป้งนะอุ่นจะได้ไปนอนเร็วๆ" อุ่นรักทำได้เพียงส่งยิ้มเพราะรู้ดีว่าถึงเธอจะออกปากห้ามแต่ผู้เป็นยายก็จะช่วยอยู่ดี         …….. เธอตื่นขึ้นในตอนห้าโมงเย็นเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเด็กเสิร์ฟที่คลับแห่งหนึ่ง แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากบ้านเท้าบางก็ต้องชะงักเพราะถูกเรียก "พี่อุ่น! พี่อุ่นเดี๋ยวก่อน!" "มีอะไรเหรออ้น" เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมยื่นมือไปลูบศีรษะของน้องชายต่างแม่วัยสิบปีด้วยความเอ็นดู "แม่ให้มาเรียกพี่..." เด็กสาวพลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือเล็กแล้วจึงพยักหน้าเพราะคิดว่าน่าจะไปทันเวลาเข้างาน "อืม...ไปสิ" เธอเดินตามหลังน้องชายด้วยหัวใจที่เต้นถี่แบบลุ้นระทึก เพราะการที่แม่เลี้ยงเรียกพบเธอในแต่ละครั้งนั้นไม่พ้นเรื่องเงิน เธอจึงจำเป็นต้องหลบหน้าเพื่อรักษาเงินในกระเป๋า  ทั้งๆที่คุณวิทวัสบิดาของเธอมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการโรงงานขนาดกลางแห่งหนึ่ง แต่ราตรีแม่เลี้ยงของเธอก็ยังไม่วายมาขูดเลือดเอากะปูอย่างเธอ นั่นเพราะราตรีฟุ้งเฟ้อและใช้เงินเกินตัว จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่สามีให้ไว้ไม่เคยพอ "แม่...พี่อุ่นมาแล้วครับ" อุ่นรักมองแม่เลี้ยงวัยสามสิบห้าปีที่ยังดูสวยงามด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความเกรงกลัวหรือหวั่นใจออกมา "น้ามีอะไรกับอุ่นเหรอคะ..."
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD