ทั้งคู่ลงมาที่ห้องครัวในส่วนของเพนต์เฮาส์ ภีมทำอาหารเช้าอย่างคล่องแคล่ว ทำให้นลินต้องประหลาดใจไม่น้อย เธอไม่เคยคิดว่าประธานบริหารผู้เคร่งครัดจะทำอาหารเก่งขนาดนี้ "คุณภีมทำอาหารเองเป็นด้วยเหรอคะ" เธอถามขณะนั่งมองเขาจัดการวัตถุดิบอย่างสบายอารมณ์
"ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศ ต้องดูแลตัวเองมาตลอด... บางทีก็ทำกินเองเพราะไม่ชอบรสชาติของร้านข้างนอก" เขาตอบพลางหันมายิ้มให้ "ต่อไปนี้ถ้าไม่ว่าง ฉันจะทำให้กินเองบ่อยๆ นะ"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทั้งสองคุยกันเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เคยเล่าให้กันฟังมาก่อน ทั้งเรื่องวัยเด็ก ความฝัน และสิ่งที่ชอบไม่ชอบ นลินรู้ว่าภีมไม่ได้เป็นคนเย็นชาเหมือนที่ใครๆ เข้าใจ แต่เขาแค่ระมัดระวังตัวเพราะต้องรับผิดชอบงานก้อนใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนภีมก็รู้ว่าภายใต้หน้าตาเรียบร้อยและเนี้ยบกริบของเลขาฯ สาว ก็มีความเข้มแข็งและความคิดที่เป็นของตัวเองที่น่าประทับใจ
ขณะกำลังรับประทานอาหารเช้า โทรศัพท์ของภีมก็ดังขึ้น เป็นทีมงานที่โทรมาติดตามงานและสอบถามความเสียหายจากพายุฝนเมื่อคืน เขารับสายและสั่งการด้วยน้ำเสียงปกติที่จริงจัง แต่เมื่อหันกลับมามองนลินใบหน้าก็ยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม "งานเรียบร้อยแล้ว... วันนี้เราขอหยุดพักสักวันหนึ่งนะ" เขาบอกเธอหลังจากวางสาย
"แต่คุณภีมต้องประชุมกับคณะกรรมการส่วนโครงการใหม่นี่คะ" นลินรีบนึกถึงตารางงานที่จำได้ขึ้นใจ
"ให้รองประธานจัดการแทนได้... เรื่องสำคัญกว่าตอนนี้คือการอยู่กับคุณ" เขาเอ่ยโดยไม่ลังเล ทำให้นลินรู้สึกอบอุ่นจนหัวใจเต้นแรง ท่าทางเอาใจใส่ของเขาเป็นการบอกอย่างชัดเจนว่าเธอสำคัญมากแค่ไหน
ทั้งคู่ใช้เวลาที่เหลือในวันนี้คุยกันถึงข้อตกลงและความเข้าใจต่างๆ ระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวและหน้าที่การงาน ภีมยืนยันว่าเขาจะแยกแยะอย่างชัดเจน จะไม่ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อความส่วนตัว และจะให้เกียรติความสามารถของเธอในฐานะเลขาฯ เช่นเดิม ส่วนนลินก็ขอให้เขาไว้ใจในความเป็นมืออาชีพของตัวเอง เธอจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยไม่ให้ความสัมพันธ์มาบดบังการทำงาน
"ฉันไว้ใจเธอมากที่สุดแล้ว นลิน... ไม่ว่าจะในฐานะเลขาฯ หรือคนรัก" ภีมจับมือเธอแน่น "ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่าฉันทำอะไรไม่เหมาะสม ให้บอกฉันได้ตลอดเลยนะ"
"ค่ะ... นลินก็เช่นกันค่ะ" เธอยิ้มตอบรับอย่างมั่นใจ ความกังวลที่เคยมีเริ่มจางหายไปจนหมดสิ้น การเปิดใจคุยกันทำให้ทั้งคู่เข้าใจกันมากขึ้น และรู้ว่าการก้าวข้ามขอบเขตจากเจ้านายลูกน้องมาสู่คนรัก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสูญเสียความเป็นมืออาชีพ แต่เป็นการเพิ่มความเข้าใจและไว้วางใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ภีมกอดเธอจากด้านหลัง มองออกไปยังทิวทัศน์กรุงเทพมหานครที่เริ่มเปิดไฟสว่างสวยงาม ท้องฟ้าใสสะอาดปราศจากเมฆครึ้มเหมือนเมื่อวาน "พร้อมจะก้าวเดินไปด้วยกันข้างหน้าไหม นลิน" เขากระซิบถาม
นลินผ่อนลมหายใจยาวอย่างมีความสุข มองภาพสะท้อนของทั้งคู่บนกระจกใส "ค่ะ... พร้อมแล้วค่ะ"