"เป็นอะไรหรือเปล่านลิน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบเบาๆ ชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดผ่านต้นคอของเธอจนขนอ่อนทั่วร่างลุกซู่ขึ้น นลินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งปราดไปทั่วร่าง สัมผัสจากมือใหญ่ที่โอบรอบเอวคอดแน่นหนา ส่งความร้อนผ่านเนื้อผ้าบางๆ เข้ามาถึงผิวหนังจรดกระดูก "ตกใจมากใช่ไหม" เขาถามต่อ นิ้วมือเริ่มลูบไล้เบาๆ ที่แผ่นหลังเพื่อปลอบประโลม
"ม... ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษด้วยค่ะคุณภีม" เธอพยายามจะดันตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างตื่นตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหายใจไม่ออก ความใกล้ชิดที่เกินกว่าคนทำงานควรมีทำให้เธอหวั่นไหวจนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ แต่พยายามยืนยันความเป็นเจ้านายกับลูกน้องกลับไม่ได้ผลเลย แรงกอดที่แน่นหนากลับไม่ยอมปล่อย เธอพยายามขยับตัวอีกครั้งแต่กลับถูกดึงเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนร่างกายติดสนิทกันทั้งคู่
"ฝนตกหนักขนาดนี้ ถนนข้างล่างคงติดเป็นอัมพาตแน่ๆ" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่ามีแววหยอกเย้าและความจริงจังปะปนอยู่ เขาเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะกลับมามองสบตาเธออีกครั้ง "และระบบไฟของตึกน่าจะใช้เวลาซ่อมสักพัก... อุปกรณ์ส่วนใหญ่เสียหายจากฟ้าผ่า ทางนิติบุคคลเพิ่งโทรมาบอกว่าต้องรอเช็คระบบทั้งหมดใหม่" ความมืดมิดช่วยปกปิดความตื่นเต้นบนใบหน้าของเธอ แต่ไม่อาจปกปิดความรู้สึกที่ล้นหลามในใจได้ ความใกล้ชิดในความมืดทำให้สัมผัสทางร่างกายเด่นชัดขึ้นเป็นเท่าตัว นลินรู้สึกได้ถึงความร้อนจากแผงอกของเขาที่ส่งผ่านเนื้อผ้า และกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ลอยจมูกจนแทบจะหลงลืมหายใจ
"แต่ว่า... นลินควรจะ..." เธอพยายามหาเหตุผลที่จะจากไป แต่คำพูดกลับติดค้างอยู่กลางลำคอ เมื่อสบเข้ากับสายตาคู่คมที่จ้องมองเธออย่างไม่กระพริบ ดวงตาที่เคยเย็นชาเฉียบขาดเวลาทำงาน บัดนี้กลับฉายแววอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"คืนนี้ไม่มีงานแล้ว นลิน" ภีมเอื้อนเอ่ย นำมือขวาขึ้นมาประคองกรอบหน้าหวานของเธออย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนริมฝีปากอิ่มนุ่มของเลขาฯ สาวอย่างถือสิทธิ์ จังหวะการสัมผัสอ่อนโยนทว่ามีอำนาจบังคับจนเธอไม่กล้าขยับ "และที่นี่... ก็มีแค่เราสองคน" เขาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนใบหน้าทั้งสองแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นของเขาปะทะริมฝีปากเธอโดยตรง
ดวงตาของนลินเบิกกว้างในความมืด หัวใจเต้นแรงระสับระทาเสียจนมือที่เกาะอกเสื้อเขาสั่นระริก เธอรู้ดีว่าตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา ระหว่างเธอกับเขามีความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ความสัมพันธ์แบบเจ้านายและลูกน้อง สายตาที่เขาแอบมองเธอเวลาเธอหันไปทำงาน เวลาที่มือของเขาบังเอิญสัมผัสโดนมือเธอขณะส่งเอกสาร คำพูดเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยพูดกับใคร ทุกอย่างถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดจนกระทั่งความมืดมิดและสายฝนในคืนนี้ปลดล็อกมันออกมาทั้งหมด
"คุณภีมคะ... มันไม่เหมาะ..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา ไร้ซึ่งความมั่นคง คำว่าไม่เหมาะที่ลอยออกมาจากปาก เหมือนเป็นการเตือนตัวเองมากกว่าการปฏิเสธเขา เธอเองก็รู้ดีว่าใจจริงๆ ของเธอไม่ได้ต้องการจะห่างออกไปเลยสักนิด
"ชู่..." ภีมกดนิ้วเรียวยาวลงบนริมฝีปากเธอเบาๆ เพื่อห้ามไม่ให้พูดต่อ "อย่าพูดคำว่าไม่เหมาะในคืนนี้เลย นลิน... เธอรู้ไหมว่าฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน ยามที่เห็นเธออยู่ในชุดนี้ ยามที่เธออยู่ใกล้ฉันแต่ฉันสัมผัสเธอไม่ได้" น้ำเสียงของเขาแผ่วลงพร้อมกับแววตาที่ฉายความจริงจังจนเธอหยุดหายใจชั่วครู่ "ฉันอดทนมานานเกินไปแล้ว... มานานจนฉันกลัวว่าถ้าวันนี้พลาดโอกาส ฉันอาจจะไม่มีความกล้าพูดหรือทำแบบนี้อีกเลย"
ความจริงจังและกระแสความปรารถนาในน้ำเสียงของเขาทำให้นลินไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมาได้อีก ความรู้สึกที่กดเก็บไว้เนิ่นนานเริ่มละลายหายไปพร้อมกับความอบอุ่นจากมือที่ประคองใบหน้าเธอ ภีมค่อยๆ ก้มหน้าลงมา ช้าๆ ราวกับให้เวลาเธอเตรียมใจ สัมผัสแรกที่ริมฝีปากของเขาแตะลงบนริมฝีปากของเธอนั้น นุ่มนวล ละมุนละไม ราวกับหยาดน้ำฝนแรกที่หยดลงบนกลีบดอกไม้ที่รอคอยความชุ่มฉ่ำ นลินหลับตาลงโดยอัตโนมัติ ละทิ้งความตั้งใจที่จะขัดขืน รับฟังเพียงเสียงหัวใจของตัวเองและเสียงสายฝนที่กระหน่ำอยู่ภายนอกที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นทุกที