พิมดาวแทบจะเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เธอรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่โซนพนักงาน ทันทีที่เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยของเพื่อนรัก เธอก็โผเข้าไปหาทันที
“ด้า! ด้าแก พี่ติวรับฉันเข้าทำงานแล้วนะแก ฉันได้งานแล้ว”
พิมดาวคว้าแขนเพื่อนพลางยิ้มกว้างจนตาปิด
“จริงเหรอพิม โหย... ฉันบอกแล้วว่าแกทำได้ ดีใจด้วยนะเว้ย”
ด้ากระโดดโลดเต้นไปกับเพื่อนด้วยความดีใจไม่แพ้กัน จนลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในเวลางาน
“ดีใจกันใหญ่เลยนะสองคนนี้”
เสียงทุ้มใจดีของพี่ติวดังขึ้นข้างหลัง ทั้งคู่รีบผละออกจากกันแล้วยืนตัวตรงทันที พี่ติวเดินยิ้มกุ่มกริ่มตามมาพลางมองพิมดาวด้วยสายตาที่เอ็นดูเป็นพิเศษ ก่อนจะหันไปสั่งการกับด้า
“ด้า... วันนี้พี่ฝากหนูพิมไว้กับเราด้วยนะ พาเพื่อนไปเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มซะ แล้วก็ดูแลสอนงานกันให้ดีๆล่ะ อย่าให้ใครมารังแกเพื่อนได้นะเข้าใจไหม”
“รับทราบค่ะพี่ติว ด้าจะดูแลพิมอย่างดีที่สุด เหมือนไข่ในหินเลยค่ะ”
ด้าตอบรับเสียงแข็งขันพร้อมทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่ง
“เออ ดีมาก... พิม พี่ฝากด้วยนะ มีอะไรติดขัดบอกด้าหรือเดินไปหาพี่ที่ห้องได้ตลอดเลยนะ”
พี่ติวตบไหล่พิมดาวเบาๆเป็นการให้กำลังใจ ก่อนจะเดินแยกไปตรวจดูความเรียบร้อยส่วนอื่นของผับ
“มานี่เลยพิม ตามฉันมาที่ห้องแต่งตัว ชุดยูนิฟอร์มร้านเราน่ะบอกเลยว่าใส่แล้วสวยทุกคน ยิ่งหน้าตาอย่างแกนะพิม ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนแกเดินออกไปที่ฟลอร์ แขกจะมองตามกันคอเคล็ดขนาดไหน”
ด้าจูงมือพิมดาวให้เดินตามไป
พิมดาวเดินตามเพื่อนไปพลางหัวเราะแห้งๆ ในใจเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำว่าชุดยูนิฟอร์ม เธอได้แต่หวังว่ามันคงจะไม่ทำให้เธอรู้สึกเคอะเขินจนเกินไปนัก สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในค่ำคืนนี้
“อะ... นี่ชุดของแก”
ด้ายื่นชุดยูนิฟอร์มสีดำสนิทที่ถูกรีดจนเรียบกริบให้กับพิมดาว พิมดาวรับมันมาไว้ในอ้อมแขน ความรู้สึกหนักอึ้งในใจกลับมาอีกครั้ง เมื่อนึกได้ว่านี่คือเครื่องแบบที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดทั้งคืน
“ขอบใจนะด้า...”
“แกเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำนั่นก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันรอตรงนี้ มีอะไรติดขัดหรือรูดซิปไม่ได้ก็เรียกฉันนะ”
ด้าบอกพร้อมกับเดินฉับๆไปทางห้องเปลี่ยนชุดส่วนตัวที่อยู่ด้านใน
“อืม... ฝากด้วยนะ”
พิมดาวพยักหน้ารับคำเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับพนักงานหญิงโดยเฉพาะ เธอปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา พิมดาวมองชุดสีดำในมือสลับกับเงาตัวเองในกระจก
"ฉันจะได้เป็นพนักงานของที่นี่อย่างเต็มตัวแล้วสินะ"
เธอรู้ดีว่าเมื่อสวมชุดนี้ลงไป พิมดาวคุณหนูผู้แสนอ่อนหวานในวันวาน จะถูกเก็บซ่อนไว้เหลือเพียงพนักงานสาวสวย ที่ต้องสู้เพื่อความอยู่รอด ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าชุดเดิมออก เพื่อสวมใส่ตัวตนใหม่ลงไปแทน
ภายในห้องมีกระจกเงาบานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ พิมดาวค่อยๆถอดเสื้อผ้าชุดเดิมออก แล้วสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มใหม่เข้าไปแทนที่
ชุดทำงานชุดนี้เป็นเดรสสีดำเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต ตัวเสื้อเป็นคอวีลึกที่เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและลำคอระหงเด่นชัด ความยาวของกระโปรงสั้นขึ้นมาเหนือเข่าอวดเรียวขาสวยสลวยที่ดูเพรียวบาง
เมื่อพิมดาวจัดระเบียบชุดเสร็จแล้วมองเข้าไปในกระจก เธอถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ผู้หญิงในกระจกคนนี้ดูแปลกตาไปมาก ความสวยหวานแบบคุณหนูในอดีต ถูกแทนที่ด้วยเสน่ห์เย้ายวนที่ดูโตเป็นสาวเต็มตัว สีดำของชุดช่วยขับผิวที่ขาวจัดของเธอให้ดูเปล่งประกายล้อไปกับแสงไฟในห้อง ผสมผสานกับแววตาที่ดูเศร้าสร้อยแต่เด็ดเดี่ยว ทำให้เธอดูสวยเหมือนนางเอกในหนังที่แฝงไปด้วยความลึกลับ
“เสร็จหรือยังพิม”
เสียงด้าตะโกนเรียกมาจากหน้าห้อง
“เสร็จ... เสร็จแล้วแก”
พิมดาวขานตอบ พร้อมกับพยายามดึงชายกระโปรงลงมาเล็กน้อยด้วยความไม่ชิน ก่อนจะเปิดประตูเดินออกมาหาเพื่อนรักที่ยืนรออยู่
วินาทีที่พิมดาวก้าวเท้าออกมา ด้าถึงกับยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ ตาของเพื่อนสนิทเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนลืมที่จะหุบลง
“โอ้มายก๊อด... พิมดาว”
ด้าอุทานเสียงหลง
“ฉันรู้ว่าแกสวยนะ แต่ฉันไม่คิดว่าแกจะใส่ชุดนี้แล้วขึ้นขนาดนี้ แกดูแพงมาก แพงจนฉันไม่กล้าให้แกไปเสิร์ฟเหล้าเลยจริงๆ ให้ตายเถอะพิม”
“มัน... มันดูโป๊ไปไหมแก ฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้”
พิมดาวถามพลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกเบาๆด้วยความประหม่า
“ไม่โป๊เลยแก มันดูเป๊ะมากต่างหากล่ะ”
ด้าเดินเข้ามาจับตัวพิมดาวหมุนซ้ายหมุนขวาด้วยความเห่อเพื่อน
"จริงหรอแก มันไม่โป๊แน่นะ"
“เชื่อฉันเถอะพิมไม่โป๊เลย คืนนี้แกเตรียมตัวรับมือได้เลย พี่ติวคิดถูกจริงๆที่รับแกเข้าทำงานทันที”
ด้าจูงมือพิมดาวเดินออกไปยังโซนฟลอร์ด้านนอก ที่มีพนักงานคนอื่นๆเตรียมความพร้อมกันอยู่ และเพียงแค่พิมดาวก้าวเท้าพ้นเขตออฟฟิศ สายตาแทบทุกคู่ในบริเวณนั้นก็สาดซัดมาที่เธอเป็นจุดเดียว พนักงานเสิร์ฟชายบางคนถึงกับชะงักมือจากสิ่งที่ทำอยู่ พนักงานหญิงบางกลุ่มลอบมองพลางกระซิบกระซาบด้วยความสงสัยว่า 'ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร' เพราะออร่าความแพงที่แผ่ออกมามันเด่นชัดเกินกว่าจะเป็นพนักงานใหม่ทั่วไป
ในขณะที่ด้ากำลังอธิบายเรื่องการวางแก้ว และการรับออร์เดอร์อย่างขะมักเขม้น โดยมีพิมดาวพยักหน้ารับอย่างตั้งใจอยู่นั้น พี่ติว ที่เพิ่งเดินตรวจงานเสร็จก็มาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล
เขายืนกอดอก มองดูพิมดาวที่กำลังเรียนรู้งานด้วยสายตาที่เป็นประกาย พลางลอบยิ้มอย่างพึงพอใจเกินคาด
'คิดไม่ผิดจริงๆ ที่รับยัยหนูคนนี้เข้าทำงาน' พี่ติวคิดในใจขณะมองดูพนักงานคนใหม่ ที่โดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่ยังไม่เริ่มร้าน
“ขนาดแค่แสงไฟสว่างปกติยังสวยขนาดนี้ ถ้าถึงเวลาเปิดร้าน แสงไฟสลัวๆกับวิสกี้ราคาแพง พิมดาวนี่แหละที่จะกลายเป็นแม่เหล็กเบอร์หนึ่งของร้านเรา”
พิมดาวไม่ได้รู้เลย ว่าสายตาเหล่านั้นกำลังมองเธอด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งชื่นชม อิจฉา และหลงใหล เธอเพียงแค่ตั้งใจฟังคำสอนของด้า เพื่อหวังว่างานคืนแรกของเธอจะผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีอะไรผิดพลาด
เวลาต่อมา
"ยืดอกเข้าไว้พิม แกสวยขนาดนี้ไม่มีอะไรต้องกลัว”
ด้ากระซิบที่ข้างหู
ทันทีที่ร่างบางในชุดเดรสสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นที่ฟลอร์ด้านหน้า บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเปลี่ยนไปชั่วขณะ พิมดาวยืนเหยียดหลังตรง ท่ามกลางแสงไฟที่ตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของเธอ จนดูราวกับเรืองแสงได้ในความมืด
“สวัสดีค่ะ... ยินดีต้อนรับค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยทักทายแขกกลุ่มแรก ที่เดินเข้ามาอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มบางๆ แม้ในใจจะสั่นระรัว ทว่ากิริยาที่อ่อนน้อมและสง่างามแบบคุณหนูเก่า กลับส่งผลลัพธ์ที่รุนแรงกว่าที่เธอคิด แขกชายกลุ่มนั้นถึงกับชะงักเท้า สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พนักงานต้อนรับด้วยความทึ่ง
“เฮ้ย... พนักงานร้านนี้สวยขนาดนี้เลยเหรอวะ”
หนึ่งในแขกกระซิบกับเพื่อน แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของพิมดาว
พิมดาวพยายามวางตัวให้เป็นปกติที่สุด แม้จะรู้สึกอึดอัดกับสายตาแทะโลมจากบางโต๊ะ ที่เริ่มจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว เธอเดินนำแขกไปยังโต๊ะที่ถูกจองไว้ด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวล ท่าทางการขยับตัวของเธอมันดูเพลินตาจนพนักงานคนอื่นๆ ยังต้องเหลียวมอง
“อย่าประหม่านะพิมดาว เพื่อหนี้ที่ต้องใช้ และเพื่ออนาคตอันไกลของแกเอง”
เธอท่องคำนี้ซ้ำๆในใจ
เธอก้มลงวางเมนูบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา โดยไม่รู้ตัวเลยว่ายิ่งเธอพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับพนักงานคนอื่นๆมากเท่าไหร่ ออร่าความโดดเด่นของเธอ กลับยิ่งขับเน้นให้เธอดูแตกต่างและน่าค้นหามากขึ้นเท่านั้น