“เป็นไงบ้างแก... พอไหวไหม”
ด้าอาศัยจังหวะที่ว่างจากลูกค้า เดินเข้ามากระซิบถามเพื่อนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง เธอรู้ดีว่าอดีตคุณหนูที่เคยถูกโอบอุ้มมาอย่างดีอย่างพิมดาว ไม่เคยต้องมาหยิบจับงานบริการที่ต้องอดทนต่อสายตาคนร้อยพ่อพันแม่แบบนี้มาก่อน
“อืม... พอได้อยู่แก”
พิมดาวตอบพร้อมรอยยิ้มบางที่ดูอ่อนล้าเล็กน้อย ทั้งที่ในใจยังสั่นไม่หาย
“โอเค... มีอะไรก็บอกฉันนะ แล้วพยายามหลีกเลี่ยงพวกลูกค้าที่เมาแล้วมือไวให้มากที่สุดล่ะ ถ้าไม่ระวังเราจะเสียเปรียบพวกนั้นเอาได้ง่ายๆ”
“โอเค ฉันจะพยายามนะด้า”
พิมดาวรับคำพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านที่เริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คน แสงสีเสียงที่เคยคิดว่าสนุกสนาน ตอนนี้กลับดูน่าอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้พักหายใจ เสียงเข้มของพี่ติวก็ดังแทรกขึ้นมา
“พิมดาว”
“คะ... พี่ติว”
“เดี๋ยวพี่จะให้เราไปต้อนรับแขกวีไอพีนะ”
คำพูดนั้นทำให้พิมดาวชะงักไปครู่ใหญ่ หัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที
“ต้อนรับแขกวีไอพี... เหรอคะพี่ติว”
“ใช่ แขกคนนี้สำคัญมาก เขาเป็นแขกวีไอพีอันดับหนึ่งของที่นี่ เดี๋ยวด้าช่วยเตรียมตัวให้พิมดาวหน่อยนะ สอนการต้อนรับแบบพิเศษให้เพื่อนด้วย เสร็จแล้วก็ตามไปเจอพี่ที่ห้องวีไอพีหนึ่งนะ อย่าให้ช้าล่ะ”
“ได้ค่ะพี่ติว เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ”
ด้าเป็นคนรับคำแทนพนักงานใหม่อย่างรวดเร็ว ในขณะที่พิมดาวยังยืนอึ้ง มองตามแผ่นหลังของพี่ติวไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น
"แต่ว่าพี่ติวคะ หนูยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ ให้คนอื่นไปแทนหนูก่อนได้ไหมคะ"
"คงไม่ได้หรอกพิมดาว เพราะแขกคนนี้เขารีเควสเธอมา"
"รีเควสหนูงั้นหรอคะ แต่ว่าหนูยังไม่เคยมาทำงานที่นี่เลยนะคะ เขาจะรู้ได้ไงคะว่าเป็นหนู"
"นั่นไง"
พี่ติวชี้นิ้วขึ้นไปโซนของห้องวีไอพี"
"เขายืนมองมาจากตรงนั้นก็เห็นแล้วว่าพนักงานมีใครบ้าง อย่าถามมากเลยเสียเวลา เดี๋ยวแขกจะรอนาน"
พูดจบพี่ติวก็เดินจากไป ในขณะที่พิมดาวยังคงขมวดคิ้วน้อยๆ เงยหน้ามองขึ้นไปยังห้องวีไอพีที่อยู่ชั้นสอง แต่เธอก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเลย
“ด้า... ทำไมมันเร็วขนาดนี้ล่ะ ฉันเพิ่งมาทำงานวันแรกเองนะ งานการอะไรก็ยังทำไม่ค่อยเป็นเลย ถ้าฉันทำอะไรผิดพลาดไปจนแขกไม่พอใจขึ้นมาจะทำยังไง”
พิมดาวหันมาคว้าแขนเพื่อนไว้แน่น ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ
“ใจเย็นๆพิม ที่พี่ติวส่งแกไป เพราะแกสวยและดูแพงที่สุดในร้านตอนนี้ไงล่ะ ห้องวีไอพีหนึ่งน่ะเป็นโต๊ะของแขกกระเป๋าหนักที่ทรงอิทธิพลมาก พี่ติวคงอยากให้แกไปช่วยสร้างความประทับใจ”
ด้าตบหลังมือเพื่อนเบาๆเพื่อปลอบประโลม ทั้งๆที่เธอเองก็ไม่เคยขึ้นไปบริการแขกวีไอพีห้องนี้เลยสักครั้ง แต่ในใจของพิมดาวกลับยิ่งสั่นสะท้าน
“ห้องวีไอพีหนึ่งไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้าไปทำตัวซื่อๆได้ แขกข้างในนั้นน่ะระดับบิ๊กทั้งนั้น”
ด้าลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ
“คนพวกนี้มีเงิน มีอำนาจ และที่สำคัญเขาชอบความเป็นส่วนตัวที่สุด”
พิมดาวพยักหน้ารัวๆ หัวใจเต้นโครมคราม
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างด้า”
“ข้อแรก เวลาเสิร์ฟอย่าก้มหน้าก้มตาเหมือนคนทำผิด แต่ก็อย่าจ้องหน้าแขกตรงๆ ให้ใช้วิธีช้อนสายตาขึ้นมองแค่แวบเดียวแล้วยิ้มบางๆพอเป็นพิธี มันจะทำให้แกดูน่าค้นหาและดูแพง ไม่ใช่เด็กเสิร์ฟที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ”
“ข้อสอง เว้นระยะห่างให้เป็น เวลาวางแก้วหรือรินเหล้า อย่าเข้าประชิดตัวแขกจนเกินไป ให้ใช้การโน้มตัวแค่พอประมาณ ถ้าแขกพยายามจะถึงเนื้อถึงตัว ให้แกเบี่ยงตัวออกอย่างสุภาพแล้วอ้างเรื่องการเสิร์ฟทันที จำไว้ว่ายิ่งแกดูจับต้องยากแกยิ่งปลอดภัย”
ด้าขยับเข้ามาใกล้เพื่อสาธิต
“และข้อสุดท้าย ข้อนี้สำคัญที่สุด ถ้าแขกเรียกให้ไปนั่งข้างๆหรือให้ดื่มด้วย ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆให้จิบแค่พอเป็นพิธี แล้วรีบขอตัวออกมาอ้างว่าพี่ติวเรียก อย่าปล่อยให้ตัวเองมึนเด็ดขาด เพราะในห้องนั้นความเมาคืออันตรายที่ร้ายแรงที่สุดของพวกเรา”
สีหน้าด้าดูเครียดขึ้น
พิมดาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำสอนของด้าเหมือนเป็นเกราะป้องกันด่านสุดท้ายที่เธอมี
“พิม... แขกห้องนี้เขาตาถึงนะ ถ้าเขาถามชื่อหรือถามอะไรที่มันส่วนตัวเกินไป ให้ยิ้มแล้วตอบเลี่ยงๆไปซะ อย่าให้ใครรู้ตื้นลึกหนาบางของแกเด็ดขาด”
ด้าบีบไหล่เพื่อนแรงขึ้นเป็นการให้กำลังใจ
“ไปได้แล้วแก พี่ติวรอนานแล้ว รักษาตัวด้วยนะแก”
พิมดาวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่พยายามจดจำทุกคำที่ด้าบอก เธอจัดระเบียบชุดสีดำให้เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังห้องวีไอพีหนึ่ง
พิมดาวค่อยๆผลักบานประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นซิการ์จางๆ ลอยมาปะทะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นประตู ภายในห้องวีไอพีถูกตกแต่งอย่างโอ่อ่าทว่ามืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวที่ซ่อนอยู่ตามมุมฝ้าเพดาน
เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืด ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เงียบสนิท ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
เขายืนหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีเข้มดูเหยียดตรงและทรงพลัง เขากำลังยืนมองลอดกระจกใสบานใหญ่ ที่เผยให้เห็นบรรยากาศความวุ่นวาย และแสงสีของฟลอร์ชั้นล่างได้อย่างชัดเจน
พิมดาวรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากชายคนนั้น หัวใจของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะ มือบางที่ถือถาดเครื่องดื่มเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แผ่นหลังนั้นท่วงท่าการยืนที่ดูสง่าทว่าเย็นชาแบบนั้น มันช่างละม้ายคล้ายกับใครบางคน ในความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนมาตลอดสองปี
“เอ่อ... ขอโทษนะคะ เครื่องดื่มที่สั่งได้แล้วค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาตามที่ด้าสอนมา เธอพยายามรักษาระยะห่างและทำตัวให้เป็นมืออาชีพที่สุด ทันทีที่เสียงของเธอทำลายความเงียบภายในห้อง
“ชงมาให้ฉัน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยขึ้นสั้นๆ โดยที่เจ้าของร่างสูงใหญ่ยังคงไม่หันกลับมามอง เขาทำเพียงยืนกอดอก จ้องมองความวุ่นวายเบื้องล่างผ่านกระจกใส ราวกับว่าพนักงานที่เข้ามาใหม่เป็นเพียงอากาศธาตุ
“ได้ค่ะ...”
พิมดาวรับคำเสียงสั่นพร่า เธอขยับเข้าไปที่โต๊ะตัวเตี้ย แล้ววางถาดเครื่องดื่มราคาแพงลงบนโต๊ะ มือบางหยิบที่คีบน้ำแข็ง และรินเหล้าตามสูตรที่ด้าเพิ่งกำชับมาเมื่อครู่อย่างระมัดระวัง
“เป็นเธอใช่ไหมที่พี่ติวส่งเข้ามาดูแลห้องนี้วันนี้”
คำถามที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นทำให้พิมดาวสะดุดกึก ความรู้สึกคุ้นเคยในน้ำเสียงนั้นทำให้หัวใจเธอเจ็บแปลบ
“เอ่อ... ใช่ค่ะ”
เธอพยักหน้าตอบรับ ทั้งที่รู้ดีว่าเขาไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ
พิมดาวพยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมด ยกแก้วคริสตัลที่มีน้ำสีอำพันบรรจุอยู่ขึ้นมา เธอสูดลมหายใจลึก ก้าวขาที่ดูเหมือนจะหนักอึ้ง เดินตรงไปหยุดอยู่ข้างหลังเขาในระยะที่ด้าบอกว่าปลอดภัย
“เครื่องดื่มที่สั่งได้แล้วค่ะ...”
เธอส่งเสียงบอกพร้อมกับยื่นแก้วออกไปเบื้องหน้า ทว่าร่างสูงยังคงนิ่งเงียบ แผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรง และดูเยือกเย็นจนพิมดาวเริ่มรู้สึกอึดอัด ในจังหวะที่เธอกำลังจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างๆเขานั่นเอง
หมับ!
"อึก!"
มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือบางของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง จนพิมดาวเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ แก้วเหล้าในมือสั่นไหวจนน้ำเกือบกระฉอก แรงบีบจากนิ้วแข็งแรงนั้นย้ำเตือนให้เธอรู้ว่า ชายตรงหน้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่เครื่องดื่ม