3 ติดต่อไม่ได้

1426 Words
“เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...” เสียงตอบรับอัตโนมัติจากปลายสายที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก ยิ่งสุมไฟความร้อนรนในอกของทรอยให้ลุกโชนขึ้น มือหนากำสมาร์ทโฟนเครื่องหรูในมือแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด นัยน์ตาคมกริบจ้องมองชื่อบนหน้าจอที่ปรากฏคำว่าพิมดาว สลับกับตัวเลขประวัติการโทรเข้าที่ขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงสายที่ห้า “ทำไมไม่รับสายนะพิมดาว เธอทำอะไรอยู่กันเนี่ย” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม เขาพยายามมองไปที่หน้าประตูคณะวิศวกรรมศาสตร์ หวังจะเห็นร่างบางที่คุ้นเคยเดินผ่านมาพร้อมรอยยิ้มอย่างที่เคยเป็น “ไอ้ทรอย มึงนั่งปั้นหน้ายักษ์ทำไมวะ ดูเครียดจนสาวๆไม่กล้าเข้าใกล้แล้วเนี่ย” เสียงกวนประสาทของซันเดย์ดังขึ้น พร้อมกับการหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ตามมาด้วยฟอร์มที่เดินหน้านิ่งตามมาติดๆ “พิมดาวน่ะสิวะ กูโทรไปหลายสายแล้วแต่ติดต่อไม่ได้เลย” ทรอยตอบสั้นๆท่าทางลุกลี้ลุกลนจนเพื่อนทั้งสองสังเกตได้ “เธออาจจะไม่สบายหรือเปล่าวะ ช่วงนี้ยิ่งสอบย่อยกันดุๆอยู่” ฟอร์มเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยตามสไตล์ แต่สายตาก็มองเพื่อนอย่างสำรวจ “ก็เพราะแบบนั้นไงกูถึงได้อยู่ไม่สุข ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมาแล้วไม่มีใครรู้จะทำยังไง” ทรอยถอนหายใจทิ้งอย่างหัวเสีย ความเย็นชาที่คนภายนอกมักเห็น ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยความกังวลจนปิดไม่มิด “แหม่... หรือเมื่อคืนมึงทำรุนแรงกับน้องมัน จนเธอลุกไม่ไหวหรือเปล่าวะ” ซันเดย์แกล้งขยิบตาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พยายามแหย่ให้เพื่อนคลายเครียด “รุนแรงบ้านมึงสิ!” ทรอยตวัดสายตามองค้อน “เมื่อคืนกูกับเธอไม่ได้อยู่ด้วยกัน พิมขอกลับไปนอนที่บ้าน บอกว่ามีธุระต้องจัดการ แล้วเช้ามากูก็ติดต่อเธอไม่ได้เนี่ยแหละ” บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงไปชั่วอึดใจ ทรอยก้มลงมองโทรศัพท์อีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด เดิมทีเธอไม่เคยติดต่อยากขนาดนี้มาก่อน โทรไปแค่สายสองสายก็รับแล้ว หรือถ้ามีธุระก็น่าจะบอกกันบ้าง “เฮ้ย ใจเย็นก่อนไหมไอ้ทรอย หน้ามึงตอนนี้เหมือนคนอมทุกข์เลยนะ มึงรอดูก่อนก็ได้เธออาจจะแค่นอนหลับหรือไม่ก็ติดธุระอะไรอยู่หรือเปล่าวะ” ซันเดย์ทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักเริ่มนั่งไม่ติดที่ ทรอยแทบจะลุกขึ้นยืนทุกครั้งที่มีคนเดินผ่านโต๊ะเพราะคิดว่าเป็นพิมดาว “มึงลองมาเป็นกูไหมล่ะ ปกติพิมไม่เคยเงียบไปแบบนี้ อย่างน้อยต้องส่งข้อความมาบอกก่อนสิว่าอยู่ที่บ้านหรืออะไรก็ได้ที่ทำให้กูไม่ต้องคิดมากแบบนี้” ทรอยกระแทกเสียงพลางยัดโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงอย่างขัดใจ “พิมเขาโตแล้วนะเว้ย ไม่ใช่เด็กสามขวบ บางทีที่บ้านเขาอาจจะมีเรื่องด่วนจริงๆ หรือมือถือแบตหมด มึงน่ะห่วงเกินเหตุไปหรือเปล่า” ฟอร์มที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกมึงไม่เข้าใจหรอก ที่บ้านของเธอกับที่บ้านของกูก็ยิ่งมีเรื่องไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่ กูกลัวว่าแม่งจะมีอะไรเกิดขึ้นมาอีก นี่พ่อของกูกับพ่อของพิมก็เพิ่งจะมีปัญหากันอยู่ด้วย" ซันเดย์กับฟอร์มหันมาสบตากันทันที ความขี้เล่นบนใบหน้าของซันเดย์จางลงไปบ้าง “เออ... ถ้ามึงว่าอย่างนั้นก็น่าแปลก แต่จะว่าไปช่วงนี้กูเห็นข่าวพวกอสังหา เจ้าใหญ่ๆโดนตรวจสอบบ่อยนะเว้ย” ซันเดย์เริ่มคล้อยตาม “บ้านพิมน่ะเหรอจะมีปัญหา ระดับมหาเศรษฐีอย่างคุณอาทินภัทรเนี่ยนะ" ซันเดย์เอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง ปกติเห็นบ้านนี้รวยกันจะตาย ไม่เคยเห็นมีปัญหากับนักธุรกิจที่ไหนเลยด้วย แต่ดันมามีปัญหากับบ้านของทรอยซะงั้น ถ้าลูกสาวกับลูกชายของทั้งสองบ้านไม่รักกันก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ทั้งสองกับมาตกหลุมรักกันอีก โอ้ยอะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น "ก็เออดิวะ กูถึงนั่งปวดกบาลอยู่นี่ไง" ทรอยตอบพร้อมอารมณ์หงุดหงิน แค่คิดถึงปัญหาที่บ้านก็อยากจะพาพิมดาวหนีไปซะให้จบๆ “คนรวยเขาก็มีวิธีซ่อนปัญหาเก่งจะตายไปไอ้ทรอย แต่เอาเถอะถ้ามึงร้อนใจขนาดนี้ หลังเลิกคลาสบ่ายเราขับรถไปดูที่บ้านเขาเลยไหมล่ะจะได้จบๆไป ไม่ต้องมานั่งฟุ้งซ่านเป็นหมาบ้าอยู่ตรงนี้” ทรอยนิ่งไปเพียงครู่เดียวก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “เออไปบ้านพิมเลย ถ้าวันนี้กูไม่ได้เห็นหน้าพิมกูคงเรียนไม่รู้เรื่องแน่ๆ” “มึงไม่ลองไปถามเพื่อนของพิมดาวดูล่ะ เผื่อว่าพวกนั้นจะรู้เรื่องบ้าง” ซันเดย์เอ่ยขึ้นเรียบๆเหมือนเป็นเพียงทางออกง่ายๆ ที่ทรอยมองข้ามไปเพราะความว้าวุ่นใจ ทันทีที่ได้ยินคำนั้น ทรอยก็ชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนเพิ่งได้สติ “เออว่ะ! กูลืมไปเลย มัวแต่โทรจนเบลอไปหมด งั้นเดี๋ยวกูมานะพวกมึง” ทรอยรีบคว้าสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นและก้าวเดินออกไปจากกลุ่มเพื่อนอย่างรวดเร็วโดยไม่รอฟังคำลา ฝีเท้าที่เคยก้าวย่างอย่างมั่นคง ตอนนี้กลับดูเร่งร้อนจนแทบจะเป็นการวิ่ง ทิ้งให้ซันเดย์และฟอร์มองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความสงสัย ใช้เวลาเพียงไม่นาน ทรอยก็เดินมาถึงหน้าอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจ สถานที่ที่พิมดาวควรจะนั่งเรียนวิชาแรกอยู่ในขณะนี้ บรรยากาศหน้าอาคารเต็มไปด้วยเหล่านักศึกษาที่เดินขวักไขว่ ทรอยพยายามกวาดสายตาคมกริบมองหาใบหน้าที่คุ้นเคยของกลุ่มเพื่อนสนิทพิมดาว ความเย็นชาที่เคยฉาบไว้บนใบหน้าพังทลายลง เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด เขาหยุดยืนหอบหายใจเล็กน้อยอยู่ตรงหน้าอาคารเรียน ใจหนึ่งก็หวังว่าจะเจอเธอนั่งอยู่กับเพื่อน แต่อีกใจหนึ่งกลับบีบคั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ราวกับว่าอาคารที่เขาคุ้นเคยแห่งนี้ กำลังจะให้คำตอบในสิ่งที่เขาไม่ได้เตรียมใจจะรับฟัง “ด้า!” เสียงเข้มของทรอยดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่ก้าวยาวๆ เข้าไปหาเป้าหมายอย่างไม่รีรอ ด้าสะดุ้งเฮือกพลันหันมามองตามเสียงเรียก นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นว่าเป็นใคร “พะ...พี่ทรอย” ด้าเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ร่างกายของเธอดูเกร็งขึ้นมาทันที “ด้าเห็นพิมดาวบ้างไหม พี่โทรหาเธอหลายสายแล้วแต่ติดต่อไม่ได้เลย วันนี้พิมมาเรียนหรือยัง” ทรอยยิงคำถามใส่รัวเร็ว สีหน้าของเขามีแต่ความร้อนรนจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ ด้าเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างกดดัน มือที่ถือสายกระเป๋าเป้อยู่กำเข้าหากันจนแน่น “เอ่อ... คือ... พี่ทรอยคะ พี่พอจะมีเวลาคุยกับด้าสักครู่ไหมคะ” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของทรอย ความร้อนรนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นวาบที่ปลายนิ้ว ท่าทางลำบากใจและแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารของด้าบอกเขาว่า เรื่องที่เขากำลังจะได้รับรู้นั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน "อืม... ได้สิ" ด้าค่อยๆล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนักศึกษา เธอหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ถูกพับอย่างรีบร้อนออกมา มันเป็นลายมือที่คุ้นตาของพิมดาวที่แอบฝากไว้ให้เขายามที่พ่อของเธอเผลอ “พิมฝากสิ่งนี้ไว้ให้พี่ค่ะ... และมีบางอย่างที่พี่ต้องรู้” ทรอยจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันเป็นสิ่งของต้องห้าม หัวใจของเขาเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ความเงียบรอบตัวดูจะกดดันขึ้นทุกขณะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD