8 | บ้านนี้มีแต่รัก

2432 Words
"เธอนี่ก็ร้ายตัวแม่เหมือนกันนะ อย่างนี้สิ! ถึงได้ดูสมน้ำสมเนื้อกับฉันหน่อย" เควิ่นดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย หยาดพิรุณเงื้อไม้กวาดขึ้นมาเหนือศีรษะเพื่อใช้มันป้องกันตัวอีกครั้ง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยี่หระ “ถ้าชอบความซาดิสม์ บอกเลยว่าฉันนี่แหละ...ตัวพ่อ!” เควิ่นเดินปราดเข้าไปกระชากด้ามไม้กวาดออกจากอุ้งมือบางก่อนจะโยนมันทิ้งลงพื้นสนามด้านหน้า แล้วรวบตัวเธอให้เข้ามาหา “นี่อย่านะ!” หยาดพิรุณร้องห้าม แต่ในระหว่างนั้น เสียงของเจ้าตัวน้อยก็พลันดังเล็ดลอดออกมาจากทางด้านใน "หม่ามี๊ฮะ! คุณตาคุณยายโทรมาฮะ" ไอคิโด้วิ่งหน้าตั้งมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของผู้เป็นแม่ หลังจากที่นำกระเป๋านักเรียนขึ้นไปไว้ที่ห้องนอนของตัวเอง ทั้งคู่จึงรีบผละออกจากกัน เพราะไม่อยากให้เจ้าตัวเล็กล่วงรู้ถึงการกระทำของตัวเอง "คุณตากับคุณยายโทรมาเหรอครับ ไหนให้หม่ามี๊ดูซิ" หยาดพิรุณปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ พร้อมกับย่อตัวลงแล้วรับโทรศัพท์มือถือจากลูกชาย "ใช่ฮะ! คุณตากับคุณยายโทรมาถามว่าเราจะไปถึงที่นั่นประมาณกี่โมง คุณตากับคุณยายจะได้เตรียมของกินเอาไว้ให้ฮะ" น้ำเสียงเจื้อยแจ้วบอกกล่าวกับผู้เป็นแม่ มือบางลูบไล้ที่ศีรษะเล็กอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะตอบกลับไป "โอเคครับ ขอบคุณมากนะครับสุดหล่อ เดี๋ยวหม่ามี๊ขึ้นไปคุยกับคุณตาคุณยายก่อน คิโด้ไปรอหม่ามี๊ที่โต๊ะอาหารนะครับ เดี๋ยวพอทานข้าวเสร็จแล้วเราจะไปหาคุณตาคุณยายกัน" หยาดพิรุณเผลอพูดถึงกิจกรรมที่เธอ และลูกชายกำลังจะออกไปทำอย่างลืมตัว ในขณะที่เควิ่นได้ยินก็หูผึ่ง แต่ก็ยังสงวนท่าทีเอาไว้ "ได้ฮะ! ผมหิวจะแย่แล้ว อยากกินอาหารฝีมือหม่ามี๊แล้วนะฮะ รีบมาเร็ว ๆ นะฮะ" "ได้ครับ เดี๋ยวหม่ามี๊รีบตามไปนะครับ" หยาดพิรุณเดินกลับขึ้นไปบนบ้าน ทิ้งไอคิโด้ไว้กับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเพียงสองคน เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโต ก่อนจะวิ่งไปหยิบถุงขนมที่วางอยู่บนม้านั่ง แล้วกลับเข้ามาคว้าที่ข้อมือใหญ่กึ่งลากกึ่งจูงให้ไปนั่งที่โต๊ะอาหาร "ไปฮะคุณอา ไปทานมื้อกลางวันด้วยกันนะฮะ" ไอคิโด้ดึงแขนของเควิ่นให้นั่งลงที่เก้าอี้สีฟ้า ส่วนตัวเองนั่งลงในฝั่งตรงข้าม ระหว่างรอผู้เป็นแม่พูดคุยโทรศัพท์อยู่บนชั้นสอง "นี่! ฉันคงจะร่วมโต๊ะอาหารมื้อนี้กับเธอไม่ได้หรอกนะ เพราะแม่เธอเขาคงจะไม่ยอม" "ไหนคุณอาบอกว่าคุณอาเป็นเพื่อนของหม่ามี๊ แล้วทำไมหม่ามี๊ถึงจะไม่ยอมล่ะฮะ" ไอคิโด้ถามอย่างไม่เข้าใจ "แม่ของเธอเข้าใจผิดฉันนิดหน่อย แล้วอีกอย่าง ฉันไม่อยากให้แม่ของเธอเขาไม่พอใจ ถ้ายังเห็นฉันอยู่ที่นี่ ฉันว่าฉันควรจะกลับเลยดีกว่า ก่อนที่แม่ของเธอเขาจะลงมาไล่ตะเพิดฉันออกไป" เควิ่นแต่งเรื่องชวนให้ดูน่าสงสารเหมือนเป็นฝ่ายถูกกระทำ ในขณะที่ไอคิโด้ได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจคนตรงหน้า จึงทำท่าทำทางครุ่นคิด ก่อนจะเสนอไอเดียบางอย่างออกมาอย่างชาญฉลาด "เอางี้มั้ยล่ะฮะ! " ไอคิโด้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางกวักมือให้คนตัวใหญ่เข้ามาใกล้ ๆ เควิ่นโน้มตัวลงแล้วเอียงหูเข้าไปหา ก่อนที่เรียวปากน้อย ๆ จะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน "อะไรนะ! เธอจะให้ฉันทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ แน่ใจนะ! " เควิ่นถามเจ้าตัวน้อย ผู้บัญชาการแผนพิชิตใจคนเป็นแม่ ให้กลับมาคืนดีกับเพื่อนใหม่ของเธออีกครั้ง "แน่สิฮะ! ก็มีแค่ทางเดียวที่หม่ามี๊จะไม่กล้าไล่คุณอาออกไป" ไอคิโด้บอกถึงแผนการร้ายในแบบของเขา แม้จะเป็นการแนะนำแบบเด็ก ๆ แต่ทว่าเควิ่นก็จะลองทำตามดูสักครั้ง ร่างสูงตอบตกลงในทันที ก่อนที่เขาจะเดินออกจากบ้านไป เวลาต่อมา หยาดพิรุณเดินลงมาจากชั้นสองกวาดสายตามองไปรอบตัวบ้าน แต่ก็ไม่พบกับร่างใหญ่ของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ จึงเอ่ยถามลูกชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารออกไปเพื่อความแน่ใจ หลังจากที่คิดว่าเขาคงจะเผ่นหนีไปแล้ว "ผู้ชายคนนั้น...เอ่อ หมายถึงเพื่อนของหม่ามี๊ เขาไม่อยู่แล้วเหรอครับ" "คุณอากลับไปแล้วล่ะฮะ บอกว่ามีธุระ แล้วก็ออกไปเลย" พอได้ฟังลูกชายที่นั่งดูห่อขนมมากมายที่ฝ่ายนั้นนำมาให้ก็ค่อยโล่งอก เพราะเขาคงกลับไปแล้วจริง ๆ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "คิโด้ครับ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้ว เราไปหาคุณตาคุณยายกันเลยนะครับ กระเป๋าเดินทางสำหรับค้างคืนที่นั่นพร้อมแล้วใช่มั้ยเอ่ย" "เรียบร้อยแล้วฮะ" ไอคิโด้ตอบเสียงใสแป๋ว "เก่งมากครับ ถ้างั้นเดี๋ยวหม่ามี๊ไปยกข้าวมาให้ทานนะครับ" "เย้ ๆ มีอะไรทานบ้างฮะ ผมหิวมาก ๆ เลยล่ะฮะ" "ข้าวผัดปู แล้วก็ต้มจืดตำลึงหมูสับของโปรดของคิโด้ไงครับ" "ถ้าคุณอาอยู่ชิมฝีมือของหม่ามี๊ด้วยกัน ก็คงจะดี" ไอคิโด้งึมงำออกมาเบา ๆ ก่อนที่คนเป็นแม่จะยกถาดอาหารมาวางลงบนโต๊ะ "เมื่อกี้ เราพูดว่าอะไรนะ หม่ามี๊ได้ยินไม่ค่อยถนัดเลยครับ" หยาดพิรุณขมวดคิ้วมุ่น พลางถามด้วยความใคร่รู้ "เอ่อ...คือ ผมไม่ได้พูดอะไรฮะ แค่บอกว่ามื้อนี้คงจะอร่อยสุด ๆ ไปเลยฮะ" "งั้นเหรอ! (หยาดพิรุณยิ้มกว้าง) ถ้างั้นก็ต้องกินเยอะ ๆ นะครับ" มือบางลูบไล้ศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู ก่อนจะมองดูลูกชายตัวเล็กรับประทานอาหารที่เธอลงมือทำอย่างสุดฝีมือด้วยความอิ่มเอมใจ ไอคิโด้ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พลางรับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย เผลอแป๊ปเดียวหมดเกลี้ยง! เวลาต่อมา กิ๊งก่อง! กิ๊งก่อง! มือบางกดกริ่งที่หน้าประตูรั้วสีขาวติดกันถึงสองครั้ง พลางมองเข้าไปในบริเวณบ้านเป็นสนามหญ้าสีเขียวสด โดยผู้เป็นแม่ตั้งใจพาลูกชายมาที่บ้านสวนหลังนี้ เพื่อเยี่ยมคุณตาคุณยายตามที่ได้นัดไว้กับพ่อและแม่ของเธอ “อ้าว! มาถึงกันแล้วเหรอเจ้าคิโด้หลานยาย” “สวัสดีฮะคุณยาย” “สวัสดีค่ะแม่ แล้วพ่อล่ะคะ” หยาดพิรุณทักทายผู้เป็นแม่ ก่อนที่ไอคิโด้จะวิ่งเข้าไปโผกอดหญิงสูงวัย ที่เรียกว่าคุณยายด้วยความคิดถึงตามประสาเด็กชายช่างประจบ “พ่อเราเขาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับอยู่ที่สวนหลังบ้านโน่นแหน่ะ เข้ามาก่อนสิ!” “อะไรกันคะ นี่วันหยุดก็ยังไม่ยอมพักผ่อนอีกเหรอคะ วันธรรมดาก็ต้องเข้าไปที่สวนผลไม้ น่าจะพักบ้างนะคะ” หยาดพิรุณบอกกับผู้เป็นแม่ “พ่อเราก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ปล่อยให้แกทำเถอะนะหยาด คนเฒ่าคนแก่หาอะไรทำจะได้ไม่เบื่อ” “หยาดอยากให้พ่อกับแม่พักบ้างนี่คะ นี่ก็วันเสาร์ด้วยไม่อยากให้เหนื่อยเลยค่ะ” หยาดพิรุณหิ้วกระเป๋าเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำให้ลูกชายและผู้เป็นแม่ “แม่รู้ว่าหยาดห่วง ก็เหมือนที่แม่กับพ่อห่วงหยาด และก็ห่วงเจ้าคิโด้นั่นแหละ” แววตาของผู้เป็นแม่บ่งบอกถึงความอบอุ่น ขณะที่สบตากับลูกสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ขอบคุณค่ะแม่ ดื่มน้ำมั้ยคะ” หยาดพิรุณยื่นน้ำเย็น ๆ ที่รินใส่แก้วให้กับพิมพ์ใจแม่ครัว แม่บ้าน และผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้า “เราดื่มเถอะจ้ะ แม่ยังไม่หิว (พูดก่อนจะหันไปหาหลานชาย) เจ้าคิโด้ มาร้อน ๆ มาดื่มน้ำดื่มท่าก่อนเร็วเข้า” พิมพ์ใจกวักมือเรียกหลานที่วิ่งออกไปโล้ชิงช้าที่แขวนอยู่ตรงชานเรือน “ทำไมมาซะเย็นเลยล่ะ ไหนว่าจะมาถึงบ่าย ๆ ” พิมพ์ใจเอ่ยถามลูกสาว “พอดีแวะซื้อผลไม้อยู่ค่ะ ก็เลยมาช้าหน่อย ขอโทษนะคะแม่” หยาดพิรุณพูดพลางเดินไปหยิบถุงผลไม้แล้วส่งให้กับมือของพิมพ์ใจ “ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ที่สวนของเราก็มี นี่พ่อเราก็พึ่งไปเก็บมาไว้ให้เจ้าคิโด้ซะเต็มตะกร้าเลยนะ” พูดพลางชี้ไปที่ตะกร้าผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าวกลางบ้าน “โถ่แม่คะ สวนเราก็มีแต่มะม่วง แตงโม ส้มโอ ขนุนไม่ได้มีสตรอว์เบอร์รี แอปเปิ้ล หรือว่ากีวีฟรุตเหมือนอย่างที่กรุงเทพนี่คะ” หยาดพิรุณเดินเข้าไปกุมมือแม่ของเธอ พิมพ์ใจบีบมือนุ่มนิ่มลูกสาวตอบเบา ๆ อย่างเข้าใจพร้อมกับยิ้มให้ “เอาล่ะ ๆ คราวหลังก็ไม่ต้องหิ้วมาเยอะนักนะจ๊ะ อยู่กันแค่สองคนตายาย กินยังไงก็คงไม่หมดอยู่ดี เหลือทิ้งไว้ก็เสียดาย เดี๋ยวเอาไปจัดใส่จาน แล้วให้เจ้าคิโด้กับพ่อเขาทานเลยก็แล้วกันจ้ะ แม่ว่าจะเข้าครัวไปเตรียมมือเย็นให้พวกเราเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องรอนานพานจะหิวกันเปล่า ๆ” พิมพ์ใจยิ้มให้กับลูกสาว หยาดพิรุณพยักหน้า “ได้ค่ะแม่ ถ้างั้นหยาดไปพาไอคิโด้ไปหาพ่อก่อนนะคะ ไปเร็วเข้าคิโด้! ไปหาคุณตาที่หลังบ้านกับหม่ามี๊กันครับ” ว่าแล้วหยาดพิรุณจูงมือน้อย ๆ ของลูกชายแล้วเดินไปที่สวนหลังบ้าน “คุณตา!” เสียงใส ๆ ตะโกนดังลั่นเมื่อเห็นชายสูงวัยกำลังง่วนอยู่การจัดแต่งสวนสวยบริเวณริมสระน้ำที่ไหลมาจากลำธารขนาดใหญ่ โดยที่มีทั้งไม้ดอกไม้ประดับซึ่งถูกดูแลจัดแต่งเป็นพุ่มยอดออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับผู้สูงอายุในวัยเกษียณ “ว่าไงหลานตา เจ้าหล่อขึ้นเยอะเลยนะ วันนี้มาซะเย็นเลย อยู่ค้างคืนกับตาด้วยใช่มั้ย” “ใช่ฮะ! อยู่นอนกับคุณตาคุณยายคืนนึงฮะ เพราะว่าวันจันทร์ต้องไปโรงเรียนอยู่ต่อไม่ได้ฮะ” “โอ้โหว! เดี๋ยวนี้รู้จักหน้าที่ของตัวเองแล้วรึ มาให้ตาหอมให้ชื่นใจหน่อยเร็ว” ไอคิโด้กระโจนเข้าไปหา คุณตาอ้าแขนรับก่อนจะอุ้มร่างน้อยขึ้นแล้วหอมแก้มทั้งสองข้างฟอดโตด้วยความรักใคร่เอ็นดูปนความคิดถึง ก่อนจะหันมาหาลูกสาว “ได้งานใหม่แล้วเป็นยังไงบ้าง พอส่งค่าเทอมให้หลานตาหรือเปล่า” ปองพลอดีตข้าราชการวัยเกษียณที่หันมาทำอาชีพชาวสวน เอ่ยถามลูกสาวสุดที่รัก “พอค่ะพ่อ จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟไปแล้ว ก็ยังมีเหลือให้เก็บอยู่บ้างค่ะ” หยาดพิรุณพูดให้ผู้เป็นพ่อสบายใจ พร้อมกับระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง “พอไม่พอ ยังไงก็บอกพ่อบอกแม่นะหยาด เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังไงคิโด้ก็หลานตาหลานยาย” ปองพลพูดพร้อมกับเดินเข้าไปลูบที่ศีรษะเล็กของลูกสาวอย่างเบามือ เพื่อให้กำลังใจ “ขอบคุณค่ะพ่อ วางมือแล้วเข้าไปทานผลไม้ก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวหยาดจะได้เข้าไปช่วยแม่เตรียมกับข้าวด้วย” “ไปสิ! ตาซื้อของเล่นชิ้นใหม่มาไว้ให้เจ้าด้วยนะ” คุณตาเงยหน้าสบตากับเจ้าหลานชาย “จริงเหรอฮะคุณตา” ร่างเล็กที่ถูกคุณตาอุ้มอยู่คล้องแขนน้อย ๆ ที่ลำคอหนา พลางเอ่ยถามออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ “ก็จริงน่ะสิ มีทั้งไดโนเสาร์ แล้วก็นกอินทรีที่เจ้าอยากได้ด้วยนะ” “เย้ ๆ คุณตารู้ใจผมที่สุดเลยฮะ” “แน่นอน ก็ตาเป็นตาของเจ้านี่นะ” ปองพลพูดกับหลานชายตัวน้อย ไอคิโด้ยิ้มร่า พลางชูไม้ชูมือเปล่งเสียงร้องด้วยความดีอกดีใจ ก่อนจะโผกอดและหอมแก้มคุณตาเพื่อเป็นการตอบแทนอีกเป็นการใหญ่ เย็นวันนั้น ระหว่างที่หยาดพิรุณนั่งดูลูกชายเล่นของเล่นที่คุณตาซื้อมาให้ใหม่อยู่ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ส่งเสียงร้องเตือนว่ามีแขกมาหา ร่างเล็กไม่รอช้าผุดตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งลงไปหาคุณตาและคุณยายที่อยู่ด้านล่าง “อ้าว! คิโด้ จะไปไหนครับ” “ไปหาคุณยายฮะ” ไอคิโด้วิ่งแจ้นไปที่ชั้นล่าง พร้อมกับตะโกนตอบกลับมาบอกผู้เป็นแม่ “อย่าวิ่งสิครับ ระวังจะลื่นตกบันไดนะ” หยาดพิรุณร้องทัก ก่อนจะรีบเก็บข้าวของ แล้วเดินตามลงไป “เดี๋ยวแม่ไปดูให้เองนะพ่อ สงสัยยายจันทร์ข้างบ้านจะแวะเอาขนมข้าวต้มมากฝาก เห็นว่าวันนี้แกทำขนมตาลกับข้าวต้มมัด เดี๋ยวเราทำแกงเสร็จแล้วต้องยกไปฝากแกสักถ้วยแล้วล่ะพ่อ” “ดี ๆ มีน้ำใจพึ่งพาอาศัยกับเพื่อนบ้านก็ดีแล้วนะแม่ พ่อว่า แม่ไปดูเถอะ เดี๋ยวพ่อเฝ้าแกงให้จะได้ไม่ไหม้นะ” “ให้ผมไปด้วยคนสิฮะคุณยาย นะฮะ” ทำตาแป๋ว พลางกะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าคุณยาย “เจ้าจะออกไปด้วยรึ” พิมพ์ใจเอ่ยถามหลานชายตัวน้อย ไอคิโด้ผงกหัวเล็ก ๆ เป็นเชิงให้คำตอบก่อนที่ผู้เป็นยายจะเดินจูงแขนไปที่ประตูรั้ว “มาหาใครรึพ่อหนุ่ม เอ่อ! พูดไทยได้หรือเปล่าเนี่ย ว่ะว็อท…วอทท อีท ยัว เน๋ม!” พิมพ์ใจพูดตะกุกตะกัก แล้วหันไปถามหลานชาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD