“ฮือฮื้อ! แหวะ! แหวะ! ฮื้อฮือ” หยาดพิรุณวิ่งเข้ามาดูลูกชายที่จู่ๆ ก็อาเจียนออกมาอย่างหนักจึงรีบเอาผ้ามาช่วยซับ “คิโด้เป็นยังไงบ้างครับ เดี๋ยวหม่ามี๊พาไปหาหมอ ไม่ร้องนะครับคนเก่ง” หยาดพิรุณหน้าซีด ใจเสีย เพราะไอคิโด้ไม่เคยมีอาการหนักขนาดนี้มาก่อน เธอเข้ามาพยุงตัว ก่อนจะจัดการอุ้มร่างของเจ้าตัวน้อยอย่างทุลักทุเล แล้วตรงดิ่งไปที่ประตูบ้านขณะที่ลูกชายยังคงร้องห่มร้องไห้เพราะอาการคลื่นไส้และปวดศีรษะ “ฮือฮื้อ! ฮือฮื้อ!” ไอคิโด้ยังคงร้องไห้อย่างหนัก โดยคนเป็นแม่พยายามปลอบประโลมแต่ดูท่าว่าจะไม่ได้ผล “คิโด้! เข้มแข็งไว้นะคนเก่ง เดี๋ยวหม่ามี๊พาไปหาหมอนะครับ” ร่างระหงอุ้มร่างเล็กลงมาถึงหน้าประตูรั้วบ้าน แต่ไม่ว่าจะเหลียวซ้ายแลขวาหรือมองไปข้างหน้าก็มีเพียงแค่แสงไฟที่ส่องสลัวบนทางเปลี่ยว ท่ามกลางบ้านเช่าหลังเดียวที่อยู่ลึกถึงก้นซอย หยาดพิรุณใจคอไม่ดี เพราะเจ้าตัวเล็กเริ่มหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ

