"สวัสดีค่ะพี่อ้อย...นี่กั้งเองนะค่ะ"
"กั้ง...หายไปเลยนะเรา...เป็นงัยบ้าง....สบายดีมั้ย?" อ้อยตอบน้องด้วยสำเนียงเหน่อๆแบบชาวสุพรรณทั้งสองรู้จักกันตอนที่กั้งไปเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์ อ้อยต้องการต่อยอดวิชาความรู้ของการนวดและใบประกาศเพื่อเปิดสอนให้ลูกบ้านและหน้าที่การงานที่มั่นคงขึ้น สามีของอ้อยเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่บางปลาม้า อ้อยเห็นว่าชาวบ้านนอกจากทำนาแล้วพอหมดหน้าทำนาก็ทำผ้าเช็ดเท้าและไม้กวาดซึ่งมันไม่ได้มีรายได้มากนัก เธออยากให้ลูกบ้านเธอนวดเป็น จะได้มีหลายตัวเลือกให้เลี้ยงชีพ กั้งสนิทกับอ้อยมากเพราะอยู่ด้วยกันตลอดมีอะไรก็คอยช่วยเหลือและปรึกษากัน จับคู่ทำกิจกรรมกันตลอด กั้งด้วยยังที่ไม่รู้จะทำอะไรพอพี่สาวบอกว่ามีคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์เปิดสอนต่อไปจะมีการบรรจุเป็นข้าราชการเธอจึงขึ้นไปสมัครเรียนที่กรุงเทพและได้เจอกับอ้อยจึงสนิทกัน
"สบายดีค่ะ...พี่ละสบายดีมั้ย....แล้วพี่หมีละสบายดีมั้ยค่ะ"
"พี่สบายดีจ้า...ส่วนรายนั้นหนะสบายมากกกก" "งานก็โยนมาให้พี่หมด....ตอนนี้พี่แทบจะเป็นผู้ใหญ่บ้านเองแล้วเหนี่ยะ ฮา..ฮา"
"พี่ยังอารมณ์ดีเหมือนเดิมเลยนะค่ะ"
"จะทุกข์ทำมัยละ...ได้คุยกับกั้งก็ต้องอารมณ์ดีซิ คุยกับพี่หมีค่อยอารมณ์เสียฮา...ฮา...เค้าจะได้ไม่ใช้พี่งัยฮ่าฮา"
กั้งยิ้มขำกับคนอารมณ์ดีถึงแม้อ้อยจะไม่เห็นก็ตาม " พี่อ้อยค่ะช่วยดูบ้านเช่าให้กั้งหน่อยได้มั้ยค่ะ"
อ้อยทำสีหน้าสงสัยคิดในใจว่าทำมัยยัยน้องให้หาบ้านเช่าให้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ปากไวเท่าความคิดจึงถามน้อง "กั้งมีอะไรหรือปล่าว"
"คือ....กั้งจะพาพ่อกับแม่ไปอยู่แถวนั้นค่ะ...พ่อป่วยเป็นมะเร็ง...พี่สาวคนที่กั้งเคยเล่าให้พี่ฟังเค้าจะพาพ่อไปรักษาด้วยเคมี แต่พ่อไม่ไหวแล้วค่ะเค้ารักษามาเยอะแล้วเขาเหนื่อย ขอตายแบบสงบไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่พี่เค้าไม่ยอม ตกลงกันไม่ได้ กั้งเลยจะพาพ่อกับแม่หนีนะค่ะ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนที่ทุกคนหาไม่เจอ ไปไกลก็กลัว นึกถึงพี่อ้อยอย่างน้อยพี่หมีก็เป็นผู้ใหญ่บ้านยังงัยคงไม่มีใครรังแกเราสามคนแน่นอนค่ะ" น้ำเสียงของกั้งฟังดูเศร้าและหดหู่เมื่อพูดถึงบิดา เธอเริ่มสิ้นหวังและสงสารบิดาที่ร้องขอให้พาหนี
" พาพ่อไปที่อื่นได้มั้ย...ไปเที่ยวกัน ที่ไหนก็ได้ พ่อไม่อยากรักษาแล้ว พาแม่ไปด้วย อย่าอยู่ที่นี่เลยนะ!!"
"..." กั้งนึกถึงคำพูดของพ่อที่ขอร้องเธอน้ำตาพลันไหลออกมาอาบสองแก้ม เธอพยายามกลืนก้อนสะอื้นเพื่อไม่ให้พี่สาวร่วมสถาบันได้ยิน
"กั้งคิดดีแล้วใช่มั้ยที่จะไม่ให้พ่อรักษาหนะ คนป่วยยังงัยก็ต้องรักษานะกั้ง " พี่อ้อยยังคงเป็นห่วง
"กั้งคิดดีแล้วค่ะพี่ พ่อป่วยมาจะปีแล้วค่ะ เค้าเข้มแข็งมากเลย แต่ตอนนี้เค้าอยากอยู่อย่างสงบค่ะ กั้งอยากใช้ธรรมชาตบำบัด อย่างน้อยให้เค้าอยู่ได้อีกสักปีก็ยังดีค่ะ แต่ถ้ายังพาไปโรงพยาบาลแบบนี้พ่อคงไม่...ฮึก" เสียงสะอื้นแผ่วเบาแต่ทำคนฟังน้ำตาไหล กั้งเอามือปิดปากตัวเองไม่ให้เสียงสะอื้นดังจนปลายสายได้ยิน เธอเงยหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ๆเหมือนจะให้น้ำตาไหลย้อนกลับไปทางเดิมแต่มันเป็นไปไม่ได้น้ำตาของเธอยังคงไหลรินไม่ขาดสายด้วยความอัดอั้น เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีหากพาพ่อไปแล้วเกิดพ่อเสียชีวิตทันทีเจ้าของบ้านจะว่าอย่างไร พี่น้องจะว่าอย่างไร เธอเช็ดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง
อ้อยฟังน้ำเสียงของกั้งแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ "กั้ง..เดี๋ยววันนี้พี่จะไปดูให้นะ..ได้เรื่องยังงัยพี่จะโทบอกกั้ง ดูแลตัวเองด้วยนะน้องรัก พี่เป็นห่วง "
"ขอบคุณค่ะพี่อ้อย" ติ๊ด
กั้งกดปิดสายเธอเอาข้อศอกเท้าไปที่เข่าก้มหน้าแนบไปฝ่ามือแล้วร้องไห้ด้วยความอัดอั้น เธอไม่รู้จะปรึกษาเรื่องนี้กับใคร จะหันไปทางไหน ถ้าพ่อเป็นอะไรขึ้นมาเธอจะทำอย่างไร เสียงสะอื้นดังแผ่วเบาแต่ในใจกลับเหมือนมีภูเขามาปิดทับ มันหนักเหมือนเธอแบกโลกไว้ทั้งใบ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น กั้งค่อยๆปรับอารมณ์ที่หดหู่ และสิ้นหวัง เธอเช็ดคราบน้ำตาสองข้างแก้มแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆผ่อนลมหายใจทางปากแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าเป็นใครที่โทหา คราบน้ำตาที่ยังหลงเหลือทำให้มองหน้าจอไม่ชัดจนเธอต้องกระพริบตาถี่ๆเผื่อขับไล่น้ำตาออกให้หมดพร้อมกับปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่