"สวัสดีค่ะพี่อ้อย" กั้งปรับเสียงได้มั่นคงแล้วจึงทักทายปลายสายด้วยเสียงสดใสแต่ยังมีความอ่อนแอแฝงอยู่
"กั้งพี่ไปดูบ้านให้แล้วนะมีอยู่หลังนึงพ่อกับแม่กั้งน่าจะอยู่ได้ "
" จริงเหรอค่ะพี่อ้อย. อยู่แถวไหนค่ะ" กั้งดีใจมากที่พี่อ้อยหาบ้านได้ไวไม่เสียแรงที่คิดถึงพี่สาวคนนี้
"กั้งจำบ้านที่เราขับรถผ่านบ่อยๆได้มั้ย ที่กั้งบอกกับพี่ว่าชอบบ้านแบบนี้ อยู่ในทุ่งนา มีชานบ้านยื่นออกไปในนา ชั้นบนเปิดโล่งรับลมมีระเบียงไว้นอนดูดาว ถ้าหนาวก็ดึงประตูกระจกปิด ข้างบ้านก็นั่งตกปลาได้มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา "
"จริงเหรอค่ะ" กั้งดีใจสุดๆที่ได้บ้านหลังนั้นพลันลืมความทุกข์ที่มีจนหมดสิ้น
"แต่...บ้านหลังนั้นมีคนอยู่ไม่ใช่เหรอค่ะ แล้วอีกอย่างค่าเช่าคงแพงแน่เลย" ความเศร้าเริ่มมาทักทายเธออีกครั้งเมื่อนึกถึงค่าเช่า
"พี่บอกเค้าว่ากั้งเป็นน้องที่พี่รักคนนึงเค้าอยากพาพ่อกับแม่มารักษาตัวที่นี่ คุณนภาเลยให้ไปถามลูกชายเค้าว่าปล่อยเช่ามั้ย"
"เค้าว่างัยค่ะ....ออ....พี่บอกแล้วว่าเค้าให้เช่า....แล้วเค้าคิดค่าเช่าเท่าไหร่ค่ะ" กั้งกลั้นใจถามจะต้องแพงแน่เลย บ้านไม้หลังนั้นสร้างออกมาเหมือนในหนังสือบ้านและสวนที่เคยดูเลย ชั้นล่างมีห้องรับแขกหนึ่งห้อง มีชานบ้านยื่นไปในทุ่งนา นั่งห้อยขาเล่นได้ มีห้องนอนหนึ่งห้อง ทางห้องนอนอยู่บนพื้นดินประตูบานกระจกเปิดออกมานั่งเล่นและสามารถตกปลาได้เพราะมีชานบ้านยื่นไปเกือบถึงขอบนาอีกฝั่งเป็นห้องครัว ด้านข้างเปิดโล่งได้ทำให้อากาศถ่ายเทไม่อับ ชั้นบนของบ้าน
วางชุดรับแขก เพื่อสังสรรกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว มีห้องนอนหนึ่งห้องตรงห้องนอนก็มีชานบ้านยื่นออกมาสามารถเดินขึ้นชั้นบนได้โดยไม่ต้องเข้าในบ้าน
"พี่บอกกับคุณวิภาว่าคนเช่าเป็นญาติของพี่ คุณพ่อป่วยอยากใช้ธรรมชาติบำบัดพ่อ แต่พี่ไม่อยากให้ไปอยู่ไกล ก็เลยถามดูว่าคุณวิภาให้เช่าเท่าไหร่ แต่เค้าบอกว่าต้องถามลูกชายเพราะบ้านหลังนั้นเป็นของลูกชาย" พี่อ้อยตอบด้วยน้ำเสียงเหน่อๆของชาวสุพรรณ " ไว้พรุ่งนี้คุณตินมาพี่ไปถามให้อีกทีนะกั้ง ถ้าไม่ได้ก็หาที่ใหม่กัน " พี่อ้อยตอบกั้งแต่ในใจอดสงสารน้องไม่ได้ ' เฮ้อ!!!พี่ละสงสารเราจิงกั้งเอ้ย'
กั้งฟังปลายสายก็รู้สึกเศร้าและเกรงใจพี่อ้อย. "พี่อ้อยค่ะพรุ่งนี้กั้งไปหาพี่นะค่ะพาพ่อกับแม่ไปด้วย"
"ห๊ะ...พ่อเดินทางไหวเหลอกั้ง"
"ไหวค่ะ" "เจอกันพรุ่งนี้นะค่ะ ขอบคุณพี่อ้อยที่เป็นธุระให้กั้งค่ะ"
"จ้า....งั้นพรุ่งนี้เจอกันจ๊ะ หวัดดีจ๊ะกั้ง สู้ๆนะ"
"ค่ะ.... สวัสดีค่ะพี่อ้อย" กั้งวางสายจากพี่อ้อยด้วยใจที่เป็นกังวล
รถเก๋งสีขาวจอดที่หน้าบ้านกึ่งไมกึ่งปูนหลังหนึ่ง " กั้งมาแล้วเหรอ" เสียงพี่อ้อยร้องทักผู้มาเยือนด้วยความดีใจ "สวัสดีค่ะพี่อ้อย" กั้งยกมือไหว้พี่ที่เดินเข้ามาสวมกอดเธอ
มือของพี่อ้อยลูบหลังกั้งเบา ๆ อย่างเป็นกำลังใจ "หวัดดีจ๊ะ กินน้ำก่อนมั้ยค่อยไป"
"ไปก่อนดีกว่าค่ะ กั้งอยากรู้ " กั้งตัดสินใจหลังจากวางสายจากพี่อ้อยเมื่อวาน. ยังงัยวันนี้เธอต้องได้บ้านเช่าที่นี่ตรงไหนก็ได้ เธอไม่อยากอยู่ที่บ้านนั้นแล้วบ้านที่เธออยู่เป็นห้องแถวติดกันเสียงข้างบ้านดังเอ๊ะโวยวาย ออกมานั่งหน้าบ้านก็ไมได้เพราะอยู่ติดถนนทำให้มีมลพิษ อยู่แต่ในบ้านจะเปิดแอร์ทั้งวันก็ไม่ได้ เพราะเธอลาออกจากงานมาดูแลบิดา ทำให้ต้องจำกัดค่าใช้จ่าย พ่อของเธอต้องการบ้านที่อากาศถ่ายเทและสงบ ที่สำคัญพี่สาวต้องหาเธอไม่เจอ