แสงแดดยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องกว้าง ลลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมความหนักอึ้งในอกที่ยังไม่จางหาย สิ่งแรกที่เธอหันไปมองคือเตียงอีกฝั่ง ว่างเปล่า
ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย ราวกับคนที่นอนตรงนั้นไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้เลย เหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมา…ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หญิงสาวนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้ทั้งคืนจนแสบไปหมด เธอยกมือขึ้นแตะเปลือกตาตัวเองเบา ๆ แล้วสูดหายใจลึก วันนี้คือเช้าวันแรกหลังแต่งงาน เช้าวันแรกของการเป็น “ภรรยา” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ความรู้สึกกลับไม่ต่างจากการเป็นคนแปลกหน้าที่ถูกพามาฝากไว้ในบ้านหลังหนึ่งเท่านั้น ลลินลุกไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และพยายามแต่งหน้าอ่อน ๆ เพื่อกลบรอยอิดโรยบนใบหน้า อย่างน้อย…ต่อให้ไม่มีใครมองเห็น เธอก็ไม่อยากให้ตัวเองดูน่าสมเพชเกินไป
เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง กลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ลอยมาแตะปลายจมูก
โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย มีอาหารเช้าสองชุดตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ธันวานั่งอยู่ก่อนแล้วในชุดทำงานสีเข้ม เขาดูดีเหมือนทุกวัน ผมถูกจัดทรงอย่างเนี้ยบ แววตานิ่งเย็นเหมือนคนที่ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง ลลินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียวแล้วตอบกลับสั้น ๆ
“อืม” คำเดียวสั้น ๆ ไร้น้ำหนัก ไร้ความอบอุ่น ลลินพยายามไม่คิดมาก เธอดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ก่อนจะตักโจ๊กใส่ถ้วยตัวเองเงียบ ๆในโต๊ะอาหารมีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ไม่มีบทสนทนา ไม่มีคำถามว่าเมื่อคืนเธอนอนหลับไหม ไม่มีคำพูดใด ๆ แบบที่สามีภรรยาปกติควรมีให้กัน
หลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง ลลินจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น
“วันนี้…คุณจะเข้าบริษัทเลยไหมคะ”
“อืม”
อีกแล้ว แค่คำสั้น ๆ แบบเดิม หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนจะลองอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น ตอนเย็นคุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ฉันจะได้บอกแม่บ้านให้เตรียมไว้”
ครั้งนี้ธันวาวางช้อนลงช้า ๆดวงตาคมเงยขึ้นมองเธอตรง ๆ จนลลินชะงัก
“คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”
คำตอบนั้นทำเอานิ้วมือเธอเย็นเฉียบ
“ฉันแค่…”
“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม” เขาพูดแทรก น้ำเสียงนิ่งแต่เย็นกว่าเดิม “การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตผม คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเหมือนภรรยาที่ดีเพื่อให้ผมประทับใจ”
ลลินนิ่งไป คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเธอเบา ๆ ต่อหน้าต่อตา
ทั้งที่เธอไม่ได้คิดจะทำอะไรไปมากกว่าความตั้งใจเล็ก ๆ ที่อยากดูแลเขา
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ” เธอพูดเบา ๆ
ธันวาหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะหลบสายตา
“แต่ผมคิด”
เพียงเท่านั้น ลลินก็รู้สึกเหมือนอาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้ากลืนไม่ลงอีกต่อไป ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้จะเพียงเสี้ยววินาที…แต่ลลินก็เห็น
“แพรวา” ลมหายใจของเธอสะดุดทันที ธันวารับสายโดยแทบไม่ต้องคิด น้ำเสียงที่ใช้กับคนปลายสายต่างจากตอนพูดกับเธอราวฟ้ากับเหว
“ว่าไง” เพียงสองพยางค์นั้น กลับฟังนุ่มลงอย่างชัดเจน ลลินก้มหน้าลง มองปลายนิ้วตัวเองแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ตอนนี้เลยเหรอ” เขาถามปลายสาย “ได้ เดี๋ยวผมไป”
หัวใจของคนฟังจมวูบ
ธันวากดวางสายแล้วลุกขึ้นทันที หยิบกุญแจรถกับโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย
“คุณจะไปไหนคะ” คำถามนั้นหลุดออกจากปากลลินเร็วกว่าที่คิด
ชายหนุ่มหันมามองเล็กน้อย
“ธุระ”
“กับ…แพรวาเหรอคะ”
แววตาคมฉายประกายไม่พอใจขึ้นมาทันที
“เรื่องของผม” คำตอบนั้นทำให้ลลินชาวาบไปทั้งตัว เธอรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ถาม แต่หัวใจกลับไม่ยอมรับง่าย ๆ