เสียงซู่... ฉ่า... ของเนื้อหมูสามชั้นที่กระทบกับกระทะทองเหลืองร้อนๆ ดังแข่งกับเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วภายในร้าน ควันบางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ชวนให้ท้องร้อง
แต่สำหรับโต๊ะริมสุดของร้าน ดูเหมือนว่าความสนใจของคนทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ที่หมูกระทะตรงหน้าเลยสักนิด
ตั้งแต่กลับมาจากโซนตักอาหาร คิวก็แทบจะยึดตะเกียบและที่คีบไปเป็นของตัวเองทั้งหมด ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปที่เพิ่งผ่านการอ็อกเหล็กมาหมาดๆ นั่งหลังตรง คอยคีบหมูสามชั้นชิ้นสวยๆ พลิกไปมาบนเตาอย่างตั้งใจ พอสุกได้ที่ เขาก็คีบมันไปวางแหมะลงในถ้วยของใบเตยอย่างรู้หน้าที่
"คิวนายไม่ต้องย่างให้พี่ตลอดก็ได้ คิวกินบ้างสิ วันนี้ทำงานมาเหนื่อยๆ นะ"
ใบเตยร้องห้ามเมื่อเห็นว่าในถ้วยของตัวเองมีหมูสามชั้นสุมกันเป็นภูเขาขนาดย่อมแล้ว
"ผมยังไม่ค่อยหิวครับ พี่เตยกินเถอะ"
คิวตอบหน้านิ่ง ก่อนจะใช้ที่คีบหยิบกุ้งตัวโตขึ้นมาแกะเปลือกออกอย่างชำนาญด้วยอุปกรณ์ในมือ แล้ววางเนื้อกุ้งเด้งๆ ลงในถ้วยของเธอเป็นชิ้นต่อไป
"เเต่พี่เป็นคนชวนคิวมากินเพื่อเลี้ยงขอบคุณนะ แต่กลายเป็นว่าคิวต้องมานั่งปิ้งหมู แกะกุ้งให้พี่ซะงั้น"
ใบเตยบ่นอุบอิบ รู้สึกเกรงใจแต่ลึกๆ กลับรู้สึกอุ่นวาบในใจกับความใส่ใจของคนตรงหน้า
"ก็ผมอยากดูเเลพี่"
นัยน์ตาสีเข้มช้อนขึ้นสบตากับคนพี่ผ่านม่านควันบางๆ
"และผมก็อยากให้พี่กินเยอะๆ แก้มจะได้ฟูๆน่ารักดีครับ"
แค่กๆ ใบเตยแทบจะสำลักน้ำจิ้มหมูกระทะ เธอรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดูดรัวๆ เพื่อดับความร้อนที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาบนใบหน้า ไอ้เด็กนี่มันไปกินอะไรมา ถึงได้ขยันหยอดคำหวานหน้านิ่งๆ แบบนี้ตลอดเวลา
หมาเด็กนี่..หยอดเก่งเเบบนี้ทุกคนไหมนะ ..
ระหว่างที่คิวกำลังก้มหน้าก้มตาคีบหมูชิ้นใหม่ลงเตา ใบเตยก็เพิ่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
ด้วยแสงไฟในร้านที่สว่างกว่าหน้าคณะ ทำให้เธอเห็นชัดเจนว่าบนโหนกแก้มซ้ายและปลายคางของคิว ยังมีรอยเขม่าดำๆ จากฝุ่นเหล็กติดอยู่จางๆ คงเป็นเพราะเขาเพิ่งถอดหน้ากากเชื่อมแล้วรีบซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกมาเลยโดยยังไม่ได้ล้างหน้า
"เอ้ะคิว... หน้าเปื้อนน่ะ"
"ครับ?" คิวเงยหน้าขึ้นมา เลิกคิ้วเล็กน้อย
"ตรงแก้มกับคาง มีรอยฝุ่นดำๆ ติดอยู่ สงสัยตอนเชื่อมเหล็กแน่เลย"
ใบเตยบอกพลางชี้ที่แก้มตัวเองเป็นตำแหน่งให้ดู คิวยกมือขึ้นตั้งใจจะเช็ดออก แต่เพราะมือของเขายังมีคราบมันจากการปิ้งหมู ใบเตยเลยร้องห้ามไว้ก่อน
"เดี๋ยวพี่เช็ดให้เอง มือคิวเปื้อนอยู่"
มือเล็กดึงกระดาษทิชชูออกจากกล่อง ค่อยๆ เอื้อมมือข้ามโต๊ะไปหาคนตัวโต คิวนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อใบเตยขยับเข้ามาใกล้ นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หลุบลงต่ำเมื่อปลายนิ้วบางที่ซ้อนอยู่ใต้กระดาษทิชชูแตะลงบนโหนกแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา
สัมผัสของใบเตยทั้งนุ่มนวลและเบามือ กลิ่นหอมละมุนประจำตัวของเธอคลอเคลียอยู่ใกล้ปลายจมูกตัวคิวนั่งตัวเกร็งแทบไม่กล้าหายใจแรง เพราะกลัวว่าลมหายใจของตัวเองจะไปรบกวนคนพี่ที่กำลังตั้งอกตั้งใจเช็ดคราบเขม่าให้เขาอยู่
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจของใครบางคน หรืออาจจะทั้งเขาเเละเธอ เต้นแรงแข่งกับเสียงกระทะทองเหลือง
"เสร็จแล้ว... หล่อเหมือนเดิมแล้วล่ะ"
ใบเตยดึงมือกลับมานั่งที่เดิม ส่งยิ้มหวานไปให้แก้เขิน แต่พอสบตาเข้ากับคิว เธอก็ต้องรีบหลบสายตาอีกรอบ เพราะแววตาของเจ้าชายน้ำแข็งในตอนนี้ มันดูเว้าวอนและลึกซึ้งจนเธอตั้งรับไม่ทัน
การกินหมูกระทะมื้อนั้นดำเนินต่อไปด้วยความเงียบ
แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงของหัวใจที่ดังจนหนวกหู ต่างฝ่ายต่างก้มหน้าก้มตากิน ซ่อนรอยยิ้มและพวงแก้มที่แดงระเรื่อของตัวเองเอาไว้
20:30 น. ณ หน้าคอนโดของใบเตย
อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย บิ๊กไบค์คันใหญ่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าล็อบบี้คอนโดของใบเตยอย่างนุ่มนวล คราวนี้ตอนซ้อนท้าย ใบเตยไม่ได้มีอาการเกร็งเหมือนตอนขามา เธอปล่อยให้สองมือเกาะเกี่ยวเอวสอบของคิวไว้หลวมๆ และซึมซับความอบอุ่นจากแผ่นหลังกว้างมาตลอดทาง
คิวดับเครื่องยนต์รถของเขา ก่อนที่จะหมุนตัวกลับมาช่วยปลดสายรัดคางหมวกกันน็อกให้ใบเตยเหมือนอย่างเคย นิ้วแกร่งเผลอแตะโดนปลายคางของเธอเบาๆ ทำเอาสปาร์กกันไปทั้งคู่
"ขอบคุณนะคิว ที่มาส่งแล้วก็ขอบคุณอีกครั้งเรื่องโครงเหล็กวันนี้ด้วย ถ้าไม่ได้คิว พี่คงแย่แน่ๆ"
ใบเตยส่งหมวกกันน็อกคืนให้พร้อมกับรอยยิ้ม
"เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหมครับ"
คิวรับหมวกมาถือไว้ นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าหวานใต้แสงไฟสีส้มของหน้าคอนโด
"อย่างอื่น? คิวอยากได้อะไรล่ะ ขนมเหรอ? หรือให้เลี้ยงน้ำอีก?"
ใบเตยเอียงคอถามอย่างซื่อๆ
คิวส่ายหน้าช้าๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิดจนปลายรองเท้าผ้าใบของเธอเกือบชนกับรองเท้าเซฟตี้ของเขา
"ผมอยากได้สิทธิ์ในการทักหาพี่ครับ ขอคอนเเทคหน่อย"
ใบเตยชะงัก ตาโตเท่าไข่ห่านประโยคขอไลน์ที่ตรงไปตรงมาและอิมแพคแรงที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา
"ผมให้พวกุญเเจฟันเฟืองของผมไปห้อยกระเป๋าแล้วก็ถือว่าพี่อนุญาตให้ผมจีบพี่ได้แล้วใช่ไหมครับ?"
คิวถามเสียงทุ้มต่ำ แววตาของเขาจริงจัง ไม่มีแววขี้เล่นเหมือนเวลาอยู่กับแก๊งเพื่อนเลยแม้แต่นิดเดียว
ใบเตยเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เธอรู้ตัวดีว่ากำแพงรุ่นพี่รุ่นน้องหรือต่างคณะมันพังทลายลงไปตั้งแต่กอดเอวเขาบนรถแล้ว.
ร่างเล็กค่อยๆ ล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมา เปิดหน้าคิวอาร์โค้ดไลน์แล้วยื่นไปตรงหน้าคนตัวสูง ด้วยมือที่สั่นน้อยๆ พวงแก้มใสซับสีเลือดฝาดจนเห็นได้ชัด
"ถ้าอยากทัก... ก็แอดมาสิ"
เธอตอบเสียงแผ่ว หลบสายตาคมกริบที่กำลังมองมา
มุมปากของคิวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุดของวัน เขาล้วงโทรศัพท์ออกมากดสแกนอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ
.ติ๊ง!!
เสียงแจ้งเตือนการเพิ่มเพื่อนดังขึ้น พร้อมกับชื่อไลน์ Q.Engine ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของใบเตย
"ผมแอดไปแล้วนะครับ"
คิวเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
"ขึ้นห้องเถอะครับ ดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะไลน์ไปปลุก"
"พี่ตั้งนาฬิกาปลุกเองได้น่า"
ใบเตยโวยวายแก้เขิน
"นาฬิกาปลุกมันไม่มีเสียงผมพี่เตยอาจจะตื่นไม่เต็มตาก็ได้"
คิวยังคงต่อปากต่อคำด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ดาเมจแรงทะลุปรอท
"กลับไปเลยไป๊ ขับรถดีๆ ด้วยล่ะ ถึงแล้วทักเอ้ย ถึงแล้วก็พักผ่อนนะ"
ใบเตยรีบไล่ก่อนที่ตัวเองจะหลุดพูดอะไรน่าอายออกไปมากกว่านี้ เธอโบกมือลาแล้วรีบหันหลังวิ่งเข้าล็อบบี้คอนโดไปทันที
คิวมองตามแผ่นหลังเล็กที่วิ่งดุ๊กดิ๊กหายเข้าไปในลิฟต์ รอยยิ้มละมุนยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปโปรไฟล์ของคนที่เพิ่งแอดไปเมื่อครู่
นิ้วแกร่งพิมพ์ข้อความแรกส่งไป ก่อนจะสวมหมวกกันน็อกแล้วสตาร์ทรถขับออกไปสู่อากาศยามค่ำคืนด้วยหัวใจที่พองโต
ติ๊ง!!
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นในตอนที่ใบเตยเพิ่งเปิดประตูเข้าห้องมาพอดี เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความแรกจากเขาQ.Engine' ทำให้เธอต้องทิ้งตัวลงกลิ้งบนเตียงด้วยความเขินขั้นสุดๆ
[Q.Engine]: ฝันดีนะครับ พี่เตยของคิว