"พูดอะไรของคิวเนี่ยพี่ไม่ใช่เด็กอนุบาลนะที่จะมาหลอกให้กอดเอวแบบนี้"
ใบเตยประท้วงเสียงอู้อี้อยู่ภายใต้หน้ากากหมวกกันน็อกใบโต แต่ถึงปากจะบ่น มือเล็กๆ กลับค่อยๆ เอื้อมไปเกาะที่ไหล่กว้างของคนตัวสูงอย่างเก้ๆ กังๆ คิวไม่ได้ตอบโต้เขาแค่หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มๆ นั่นสั่นสะเทือนผ่านอากาศจนใบเตยรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ
"ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวร้านคนเยอะแล้วต้องรอคิวนาน"
คิวขึ้นไปนั่งคร่อมบน Ducati คันยักษ์อย่างคล่องแคล่ว ขาแกร่งยันพื้นไว้มั่นคงก่อนจะพยักหน้าเรียกคนข้างหลัง ใบเตยสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าแล้วพยายามปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังที่ทั้งสูงและลาดเอียง ซึ่งมันบังคับให้เธอต้องโน้มตัวไปข้างหน้าหาแผ่นหลังของคนขับโดยอัตโนมัติ
"เกาะดีๆ นะครับ"
สิ้นเสียงทุ้ม เครื่องยนต์บิ๊กไบค์ก็คำรามลั่นจนใบเตยสะดุ้ง คิวบิดคันเร่งออกตัวไปอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยพลัง ลมเย็นๆ ปะทะหน้ากากหมวกกันน็อกทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด ใบเตยที่ตอนแรกตั้งใจจะเกาะแค่ไหล่ กลับพบว่าแรงลมและความเร็วทำให้เธอต้องขยับเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างของคิวมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งถึงช่วงถนนหน้ามหาวิทยาลัยที่เป็นจังหวะไฟเขียวพอดี
"คิวขับช้าๆ หน่อยนะ พี่เสียว"
ใบเตยตะโกนบอกคนข้างหน้า
คิวเหลือบมองกระจกข้าง เห็นท่าทางเกร็งๆ ของรุ่นพี่สาวผ่านเงาสะท้อน มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คนข้างหลังไม่มีทางมองเห็น
เอี๊ยดดด...
จู่ๆ คิวก็กำเบรกหน้ากะทันหันในจังหวะที่มีแมววิ่งตัดหน้า หรืออาจจะเป็นความจงใจของคนขับก็ไม่ทราบได้เเต่แรงเหวี่ยงจากการเบรกของรถคันใหญ่ทำให้ร่างเล็กของใบเตยถลาร่วงจากเบาะหลังมากระแทกเข้ากับแผ่นหลังหนาของคิวเข้าอย่างจัง
ว้ายย...
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้นาทีนั้นใบเตยเลิกเขินอาย เธอวาดแขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวสอบของคิวไว้แน่น ใบหน้าภายใต้หมวกกันน็อกซบลงกับแผ่นหลังเปื้อนฝุ่นของเขาจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมผสมเหงื่อที่แสนดิบเถื่อนลอยมากระทบจมูกอย่างจังจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ
คิวชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดเล็กๆ ที่รัดเอวเขาไว้แน่นรวมถึงสัมผัสนุ่มนิ่มที่แนบชิดแผ่นหลัง หัวใจของเจ้าชายน้ำแข็งกระตุกรัวแรงจนน่ากลัวว่ามันจะดังออกมาให้คนข้างหลังได้ยิน
". ขอโทษครับ แมวมันวิ่งตัดหน้า"
คิวบอกเสียงพร่าลงกว่าปกติ มือหนาที่เปื้อนคราบเขม่าเหล็กปล่อยจากแฮนด์รถข้างหนึ่งมาวางทับลงบนหลังมือของใบเตยที่กอดเอวเขาไว้เบาๆ เป็นการปลอบ หรือเนียนจับมือกันแน่
"คิว พี่หัวใจจะวายตายแล้วนะ"
ใบเตยโวยวายเสียงสั่น แต่เธอก็ไม่ได้ดึงมือกลับ และที่สำคัญ... เธอยังไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดจากเอวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
"กอดไว้แบบนี้แหละครับ จะได้ไม่ตก"
คิวบิดคันเร่งออกตัวไปอีกครั้ง คราวนี้เขาขับด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอและนุ่มนวลกว่าเดิม แต่หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นแรงแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ไปตลอดทาง
ณ ร้านหมูกระทะซอยหน้ามหาวิทยาลัย
กว่าจะถึงร้าน ใบเตยก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเจลลี่ที่พร้อมจะละลายไปกับพื้น คิวจอดรถบิ๊กไบค์เข้าที่อย่างเท่ ก่อนจะลงมาช่วยถอดหมวกกันน็อกให้คนพี่อย่างใส่ใจ ผมที่เคยรวบไว้อย่างดีของใบเตยยุ่งเหยิงเล็กน้อย แก้มใสแดงก่ำจนปิดไม่มิด
"ผมทำพี่ตกใจเหรอครับ"
คิวถามพลางใช้นิ้วเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกให้อย่างแผ่วเบา สายตาที่มองมาในตอนนี้ดู คลั่งรักว่าเดิมร้อยเท่า
"ยังจะมาถามอีก คิวแกล้งพี่ใช่ไหม"
ใบเตยค้อนใส่ แต่สายตาตาขวางๆ นั่นกลับดูน่าเอ็นดูในสายตาคนมอง
"ผมไม่ได้แกล้งครับแค่อยากรู้ว่าพี่เตยจะกอดผมแน่นแค่ไหน"
เขาตอบหน้านิ่งแต่แววตาแพราวพราว "แล้วสรุปว่า...
เอวผมพอกอดได้ไหมครับ?
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ..
ใบเตยรีบหันหลังหนีเดินนำเข้าไปในร้านทันทีโดยไม่ตอบคำถามนั้น ทิ้งให้คิวยืนหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างหลังพลางลูบเอวตัวเองบริเวณที่ความรู้สึกอุ่นๆ จากอ้อมกอดของเธอยังไม่จางหายไป
บรรยากาศร้านหมูกระทะยามเย็นเต็มไปด้วยเสียงซู่ซ่าของหมูบนเตาและความพลุกพล่านของนักศึกษา แต่สำหรับโต๊ะริมสุดที่มีหนุ่มวิศวะชุดช็อปกับว่าที่ครูอนุบาลนั่งอยู่ กลับเหมือนมีออร่าสีชมพูจางๆ ปกคลุมไปหมด
"คิวอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวพี่ไปตักให้"
ใบเตยถามเพื่อลดความอึดอัดเมื่อเห็นว่าต่างคนต่างนั่งนิ่งกัน
"ผมกินได้หมดครับ แต่เดี๋ยวผมไปตักเอง พี่เตยนั่งรอเถอะครับ ของมันหนัก เดี๋ยวผมยกมาให้"
คิวลุกขึ้นเดินไปโซนอาหารด้วยมาดเท่ๆ ท่ามกลางสายตาของสาวๆ หลายโต๊ะที่มองตามตาเป็นมัน แต่เจ้าชายน้ำแข็งไม่สนใจใครเลย นอกจากจ้องมองหาถาด หมูสามชั้นของโปรดที่เขารู้มาว่าคนตัวเล็กชอบกินเป็นพิเศษ