เสียอาการ

1245 Words
การจัดบอร์ดของนักศึกษาครุศาสตร์ดูเหมือนจะเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ทั้งจินตนาการและความอดทนสูงมาก ผ่านไปกว่าชั่วโมงเศษ โครงสร้างกระดาษและโฟมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่ปัญหาใหญ่กลับตกมาอยู่ที่ โมเดลบ้านไม้ขนาดกะทัดรัดที่ใบเตยตั้งใจจะเอาไปติดเป็นกิมมิกนูนต่ำบนบอร์ด แกร็ก... พรึบ!!! "โอ๊ย พังอีกแล้วอะ" ใบเตยร้องเสียงหลง เมื่อหลังคาไม้ไอศกรีมที่เพิ่งติดกาวลาเท็กซ์ประกอบร่างกันเมื่อห้านาทีที่แล้ว ไหลลื่นหลุดออกจากกันเป็นรอบที่สาม "กาวมันเอาไม่อยู่หรอกเตย ไม้มันหนักแถมองศามันเอนด้วยอะ" ไอเดียที่กำลังตัดกระดาษหันมามองอย่างเห็นใจ "ฉันว่าต้องใช้ปืนกาว ไม่ก็ต้องตอกตะปูตัวเล็กๆ ยึดโครงข้างในไว้" "แต่เราไม่มีอุปกรณ์พวกนั้นเลยนะ" ข้าวสวยทำหน้ามุ่ย "ปืนกาวอันเก่าก็ชอร์ตพังไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว จะเดินไปขอยืมห้องสโมฯ ตอนนี้ก็คงไม่ทัน กว่าจะรอแห้งอีก" ใบเตยถอนหายใจยาว นั่งมองซากโมเดลบ้านไม้ด้วยแววตาละห้อย โปรเจกต์นี้เธอตั้งใจมากแท้ๆ แต่ดันมาตกม้าตายเพราะเรื่องโครงสร้างซะได้ ในขณะที่สามสาวกำลังนั่งมองหน้ากันอย่างหมดหวัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าผ้าใบและรองเท้าหนังเซฟตี้ก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเงาของใครบางคนที่ทาบทับลงมาบนโต๊ะม้าหินอ่อน "ให้พวกผมช่วยไหมครับพี่?" เสียงทุ้มติดจะขี้เล่นของใครคนหนึ่งทำให้ใบเตยและเพื่อนๆ เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน เสื้อช็อปสีเลือดหมูสี่ตัวยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ตรงหน้าพวกเธอ นอสหนุ่มรุ่นน้องเป็นคนส่งยิ้มกว้างมาให้ โดยมีเวียร์และไตเติ้ลยืนทำหน้ากรุ้มกริ่มอยู่ข้างหลัง และคนที่ยืนอยู่หน้าสุด คือ คิว ใบเตยชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นอีกครั้งในระยะประชิด วันนี้เขาดูตัวโตกว่าตอนที่มองจากไกลๆ เสื้อช็อปที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามประสาคนใช้แรงทำงานช่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่แปลกประหลาดแต่กลับดูเข้ากับเขาอย่างน่าประหลาด "อ่า... น้อง..มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ?" ข้าวสวยเป็นคนได้สติก่อน รีบถามขึ้นพลางสะกิดแขนไอเดียยิกๆ "พอดีพวกผมกำลังจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหารฝั่งนู้นน่ะครับ เดินผ่านเห็นพวกพี่กำลังหงุดหงิดกับไอ้บ้านไม้นี่อยู่พอดี" นอสตอบอย่างไหลลื่น ก่อนจะหันไปตบไหล่คิวอย่างแรงจนคนถูกตบเซไปข้างหน้าเล็กน้อย "ไอ้คิวมันเรียนเครื่องกล เรื่องโครงสร้าง โครงไม้อะไรพวกนี้ ถนัดนักแหละ ใช่ไหมวะคิว?" คิวหันไปขมวดคิ้วใส่เพื่อนสนิทอย่างคาดโทษ ทว่าพอหันกลับมาเจอกับดวงตากลมโตของใบเตยที่มองมาอย่างมีความหวัง ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นก็คลายออก "ครับ" เขาตอบสั้นๆ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่านิดๆ คิวขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะม้าหินอ่อนมากขึ้น เขาก้มลงมองซากโมเดลไม้ตรงหน้า ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อช็อป หยิบกาวตราช้างหลอดเล็กและมีดคัตเตอร์อันจิ๋วที่เขามักจะพกติดตัวเวลาเข้าช็อปออกมา "ขออนุญาตนะครับ" เขาบอกเสียงเรียบ ก่อนจะดึงเก้าอี้พลาสติกตัวที่ว่างมานั่งลงตรงข้ามกับใบเตย มือหนาที่ดูหยาบกร้านจากการทำงานช่างหยิบชิ้นส่วนไม้ขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่างานศิลปะชิ้นเล็กๆ ของเธอจะบอบช้ำ เขาใช้คัตเตอร์ปาดมุมไม้เล็กน้อยเพื่อปรับองศาให้เข้าล็อกกันพอดี จากนั้นก็หยอดกาวและจับมันยึดเข้าด้วยกันด้วยความนิ่งและมั่นคง บรรยากาศใต้ตึกคณะที่เคยเจื้อยแจ้วไปด้วยเสียงคุย จู่ๆ ก็เงียบกริบลงไปถนัดตา เพื่อนของคิวทั้งสามคนเดินเลี่ยงไปยืนคุยกันห่างๆ ราวกับรู้หน้าที่ ส่วนไอเดียและข้าวสวยก็แกล้งก้มหน้าก้มตาตัดกระดาษต่อ แต่สายตากลับลอบมองมาที่ทั้งคู่เป็นระยะ ใบเตยนั่งนิ่ง เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อคิวขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อจับโครงหลังคาบ้าน สายตาของเธอไม่ได้มองที่โมเดลไม้แล้ว แต่มันเผลอไปโฟกัสที่ใบหน้าด้านข้างของคนน้องแทน แพขนตายาวงอนที่ทาบทับลงบนแก้มใส จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่เม้มแน่นเวลาใช้สมาธิ... เวลาเขานิ่งๆ แบบนี้ ก็ดูไม่ได้น่ากลัวหรือเข้าถึงยากอย่างที่ใครๆ พูดกันนี่นา "เสร็จแล้วครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับโมเดลบ้านไม้ที่ถูกประกอบร่างจนสมบูรณ์ แข็งแรง ทนทาน และไม่มีรอยกาวเลอะเทอะแม้แต่น้อย คิวเลื่อนมันกลับไปตรงหน้าใบเตย ใบเตยสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งได้สติ เธอรีบก้มมองผลงานก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี "โห.. แน่นเปรี๊ยะเลย เก่งจังเลยค่ะน้องคิว ขอบคุณมากๆ เลยนะ ถ้าไม่ได้คิว พี่คงต้องรื้อทำใหม่หมดแน่ๆ" คิวชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับชื่อของตัวเองที่หลุดออกจากปากของคนตรงหน้า ก้อนเนื้อในอกซ้ายที่พยายามควบคุมให้เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอด กลับมาประท้วงรุนแรงอีกครั้ง เขาพยายามตีหน้านิ่ง ซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ข้างใน แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะเริ่มซับสีเลือดฝาดขึ้นมาทีละนิดแล้วก็ตาม "ไม่เป็นไรครับเรื่อง แค่นี้เอง" เขาก้มหน้าเก็บคัตเตอร์ลงกระเป๋า ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับรอยยิ้มนั้นตรงๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะ เสียอาการ ไปมากกว่านี้ "เอ่อ... พี่ชื่อใบเตยนะ ส่วนนี่ไอเดียกับข้าวสวย" ใบเตยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้า "เดี๋ยวพวกพี่ต้องไปจัดบอร์ดต่อแล้ว ไว้โอกาสหน้า ถ้าเจอกันเดี๋ยวพี่เลี้ยงน้ำนะคิว คิวชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหม?" คำถามนั้นทำให้คนที่กำลังจะลุกขึ้นยืนชะงักเท้า คิวหันกลับมามองสบตากับใบเตยตรงๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดินเข้ามานั่งตรงนี้ นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบสนิทตามเดิม "ผมกินอะไรก็ได้ครับ" เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่คนฟังอาจจะไม่เข้าใจ "แค่พี่เป็นคนเลี้ยง ก็พอครับ" พูดจบ เจ้าชายน้ำแข็งก็หันหลังเดินกลับไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่ทันที ทิ้งให้รุ่นพี่ปีสามนั่งกะพริบตาปริบๆ กับประโยคทิ้งท้ายที่ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันกลับทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นผิดจังหวะไปอย่างรุนแรง ~ เมื่อกี้... น้องเขาอ่อยเราหรือเปล่านะ? ใบเตยได้แต่ถามตัวเองในใจ พลางยกมือขึ้นจับแก้มที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD