กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและโลหะ คือกลิ่นประจำตัวของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์
ลานเกียร์ตอนแปดโมงเช้าเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงเครื่องจักรจากโรงช็อปดังแว่วมาสลับกับเสียงตะโกนคุยกันของพวกผู้ชายที่จับกลุ่มกันตามม้านั่งหินอ่อน แต่สำหรับ 'คิว' นักศึกษาปีสองสาขาวิศวกรรมเครื่องกล โลกรอบตัวเขามักจะเงียบสงบกว่าคนอื่นเสมอ
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ สวมทับด้วยเสื้อช็อปสีเลือดหมู นั่งพิงพนักม้านั่งหินอ่อนด้วยท่าทีนิ่งเฉย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงจนติดเย็นชาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ดวงตาคมกริบจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ.หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้ทุกคนคิด
"ไอ้คิว มึงจะจ้องหน้าจอดำๆ นั่นอีกนานปะวะ กูนึกว่ามึงเพ่งมองหาเลขเด็ดอะไร"
เสียงกวนประสาทของ นอสหนุ่มหล่ออีกคน ดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือหนักๆ ที่ตบลงบนไหล่ คิวปรายตามองเพื่อนสนิทเล็กน้อยก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อช็อปโดยไม่ตอบอะไร
"มึงก็ไปแซวมัน"
ไตเติ้ลที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ห่างๆ พ่นควันสีเทาขึ้นฟ้าก่อนจะหัวเราะหึๆ
"นาฬิกาสวิสยังต้องยอมแพ้ไอ้คิวเลยมั้ง แปดโมงสิบห้านาทีเป๊ะ มันต้องมานั่งสแตนด์บายตรงนี้ทุกวัน ไม่ขาด ไม่สาย ไม่ลา"
"ก็คณะเรามันทางผ่านไปครุศาสตร์นี่หว่า"
เวียร์.. เสริมพลางชะเง้อคอมองไปทางทางเดินเชื่อมหน้าคณะ
"นั่นไงนางฟ้าของไอ้คิวมานู่นละ"
ประโยคของเวียร์เหมือนสวิตช์ที่สับเปลี่ยนการทำงานในร่างกายของคิว
แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งเฉยไร้อารมณ์เหมือนรูปปั้น แต่ก้อนเนื้อในอกซ้ายกลับเริ่มเต้นระรัวและหนักหน่วงขึ้น กังวานชัดเจนจนเขาหลุบตาลงต่ำ กลัวว่าใครจะสังเกตเห็นอาการเสียทรง ของตัวเอง
คิวค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองไปยังทิศทางที่เวียร์ชี้...
ท่ามกลางกลุ่มนักศึกษาหญิงสามคนที่เดินพูดคุยกันมาแต่ไกล สายตาของเขาล็อกเป้าหมายไปที่ร่างเล็กของใครคนหนึ่งโดยอัตโนมัติ
......
พี่ใบเตย..
นักศึกษาชั้นปีที่สาม คณะครุศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย
วันนี้เธอรวบผมขึ้นเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมตกลงมาระกรอบหน้านิดๆ รอยยิ้มกว้างที่ส่งให้เพื่อนข้างๆ อย่างไอเดียและข้าวสวย สว่างไสวเสียจนทำให้อากาศร้อนๆ ของลานเกียร์ดูสดชื่นขึ้นมาถนัดตา ในอ้อมแขนเล็กๆ นั่นหอบหิ้วทั้งกระเป๋าผ้า แผงกระดาษสี และกล่องพลาสติกใส่อุปกรณ์อะไรสักอย่างจนดูพะรุงพะรังไปหมด
... หนักหรือเปล่า...
คิวคิดในใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาขยับตัว ทำท่าจะลุกขึ้นจากม้านั่งตามสัญชาตญาณที่อยากจะเข้าไปช่วยถือของ แต่ความจริงก็ตบหน้าเขาดังฉาดเมื่อเพื่อนของเธอหันมามองทางกลุ่มเด็กวิศวะ
"แก... แก๊งเด็กเครื่องกลมองมาทางนี้อีกแล้วว่ะ"
เสียงข้าวสวยกระซิบกระซาบ แม้จะไม่ได้ดังมากแต่ก็พอให้คนที่หูไวอย่างคิวจับสังเกตได้
ใบเตยหันมาตามสายตาเพื่อน วินาทีนั้น สายตาของเธอปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบของคิวที่มองอยู่ก่อนแล้ว
คิวรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เขาไม่ได้หลบตา แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมากไปกว่าการมองนิ่งๆ
ใบเตยชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มบางๆ ส่งมาให้ตามประสาคนอัธยาศัยดี แล้วเธอก็หันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อ พลางก้าวเดินผ่านหน้าคณะวิศวะไปจนลับสายตา
แค่รอยยิ้มเล็กๆ ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษแต่กลับทำให้แววตาที่เคยเย็นชาของเจ้าชายน้ำเเข็งของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
"มองจนตาจะหลุดไปติดกระเป๋าผ้าพี่เขาแล้วมั้ง"
นอสแหย่พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้
"ถ้ามึงจะคลั่งรักขนาดนี้ ทำไมไม่เดินเข้าไปทักเขาวะ ซื้อน้ำไปให้ ช่วยถือของ ทำอะไรสักอย่างดิ นั่งเป็นหินอยู่ได้"
คิวถอนหายใจเบาๆ เอนหลังพิงพนักม้านั่งอีกครั้ง สายตายังคงทอดมองไปยังทิศทางที่แผ่นดินไหวขนาดย่อมๆ ในใจเขาเพิ่งเดินจากไป
"กูไม่รู้จะพูดอะไร"
คิวตอบเสียงเรียบ แต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดตัวเองลึกๆ
"โธ่ไอ้เวร ทีตอนสั่งอะไหล่แต่งรถมึงร่ายยาวเป็นหน้ากระดาษ พอจะจีบหญิงเสือกเป็นใบ้" เวียร์ส่ายหน้าอย่างระอา "แล้วแบบนี้เมื่อไหร่พี่เตยเขาจะรู้ว่ามึงชอบ"
"เขาไม่ต้องรู้หรอก" คิวพึมพำ
"อ้าว ไอ้สลัดนี่"
ไตเติ้ลขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ย ก่อนจะเดินมาตบไหล่เพื่อนเบาๆ
"มึงแอบมองเขามาตั้งแต่ตอนมัธยมยันขึ้นปีสอง มึงจะเก็บแต้มความอดทนไปแลกพัดลมเหรอวะคิว เป็นคนเงียบๆ มันไม่ได้หมายความว่ามึงต้องทำตัวไร้ตัวตนนะเว้ย"
คำพูดของไตเติ้ลแทงใจดำจนคิวเถียงไม่ออก
เขาเป็นคนแบบนี้มาตลอด ไม่ถนัดเข้าหาใคร ไม่เก่งเรื่องชวนคุย ยิ่งกับคนที่ทำให้ใจสั่นแค่มองหน้าอย่างพี่ใบเตย เขายิ่งทำตัวไม่ถูก กลัวว่าถ้าขยับเข้าใกล้เกินไป ความเย็นชาและเงียบขรึมของตัวเองจะทำให้ความสดใสของเธอหมองลง
สำหรับเขา แค่ได้มองเห็นรอยยิ้มของเธอในทุกๆ เช้าที่องศาเดิมตรงนี้ มันก็เป็นสิทธิ์มากที่สุดที่คนอย่างเขาพึงจะมีแล้ว
แม้ว่าลึกๆ ในใจเขาจะโลภอยากเป็นมากกว่านั้นก็ตาม