บรรยากาศการทำงานที่กำลังอบอวลไปด้วยความเขินอายปนความละมุน กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเข้มที่ฟังดูวางอำนาจของกลุ่มนักศึกษาชายในชุดพละของคณะครุศาสตร์ที่เดินตรงเข้ามา
“ทำอะไรกันอยู่น่ะพวกเรา? แล้วนั่นเด็กคนนอกคณะมาทำไมกันเยอะแยะ?”
เสียงของแชมป์รุ่นพี่ปี 4 คณะครุศาสตร์ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาเดินเข้ามาพร้อมพรรคพวกอีกสองสามคน สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่กลุ่มหนุ่มวิศวะในชุดเสื้อช็อปที่ดูแปลกแยกจากชาวครุศาสตร์อย่างเห็นได้ชัด
ใบเตยชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มหวานเมื่อครู่เจือจางลง
“สวัสดีค่ะพี่แชมป์ พอดีโครงไม้เราพังน่ะค่ะ เตยเลยขอแรงให้น้องๆ วิศวะมาช่วยขึ้นโครงเหล็กให้ จะได้แข็งแรงขึ้น”
“โครงพังก็บอกพี่สิเตย ไม่เห็นต้องไปลำบากคนคณะอื่นเลย”
แชมป์พูดเสียงดังพลางเดินเข้ามาประชิดตัวใบเตย สายตาเหลือบมองคิวที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร
“คณะเรากับคณะวิศวะมันอยู่คนละโยด แถมสไตล์การทำงานก็คนละเรื่อง มาทำงานเปื้อนฝุ่นเปื้อนน้ำมันแถวนี้ เดี๋ยวตึกครูเราจะสกปรกเอาเปล่าๆ”
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที นอส ไตเติ้ล และเวียร์ที่กำลังช่วยกันยกของอยู่ถึงกับหน้าตึงตามสไตล์เด็กวิศวะที่เลือดร้อนไม่แพ้ใคร แต่คิวยังคงยืนนิ่ง... นิ่งเสียจนน่ากลัว
คิวค่อยๆ ถอดถุงมือหนังออกช้าๆ เขาขยับตัวก้าวมาข้างหน้าเพียงก้าวเดียว แต่กลับดูเหมือนเป็นกำแพงหนาที่กั้นระหว่างใบเตยกับรุ่นพี่แชมป์โดยสมบูรณ์
“งานโครงสร้างมันต้องใช้ช่างครับ ไม่ใช่ใช้แค่คำพูด
คิวตอบกลับเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มที่เคยดูละมุนเมื่อครู่กลับแข็งกร้าวและเย็นชาจนน่าขนลุก
“ส่วนเรื่องความสะอาดเดี๋ยวพวกผมจัดการรับผิดชอบเอง พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วง”
“พี่ชาย? ใครเป็นพี่ชายนายไอ้หน้าหล่อ ”
แชมป์หน้าแดงด้วยความโกรธที่ถูกเด็กรุ่นน้องต่างคณะย้อนเข้าให้
“เตย พี่ว่าให้พวกนี้กลับไปเหอะ เดี๋ยวที่เหลือพี่ให้เด็กในคณะเรามาช่วยทำต่อเอง”
“แต่พี่แชมป์คะ น้องเขาทำจะเสร็จอยู่แล้วนะ”
ใบเตยพยายามไกล่เกลี่ย แต่ยังพูดไม่จบ มือหนาของคิวที่แม้จะมีคราบเขม่าดำติดอยู่บ้างก็เอื้อมมาจับที่ต้นแขนของเธอเบาๆ ราวกับจะบอกว่าให้เธออยู่เฉยๆ
“พวกผมจะไปก็ต่อเมื่อเจ้าของงานเขาบอกให้ไปครับ” คิวสบตาแชมป์ตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว รังสีความ ‘นิ่งแต่ดุ’ ของหนุ่มวิศวะแผ่ออกมาจนรุ่นพี่คณะครุศาสตร์ถึงกับชะงัก
“แต่ถ้าพี่ใบเตยยังไม่สั่งครับ เเละผมก็ยังไม่ไปไหนทั้งนั้น”
“เพราะงานของเด็กวิศวะ ถ้าวางลงตรงไหนแล้ว มันก็จะไม่ถอยออกมาง่ายๆ หรอกครับ”
ประโยคทิ้งท้ายของคิวไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องงานโครงเหล็ก แต่มันเหมือนเป็นการประกาศอาณาเขตและแสดงเจตนารมณ์บางอย่างที่ชัดเจนเสียจนใบเตยใจสั่นระรัว
“มึงนี่มันกวนตีนกูหรอวะ”
แชมป์ทำท่าจะเดินเข้าหา แต่เพื่อนๆ ของเขาต้องรีบดึงแขนไว้เพราะเห็นว่าฝั่งวิศวะเริ่มวางเครื่องมือแล้วหันมามองเป็นตาเดียว
“พี่แชมป์คะ หยุด ..พอเถอะค่ะ”
ใบเตยตัดสินใจยืนแทรกกลาง
“น้องเขามาช่วยงานเราด้วยน้ำใจ พี่แชมป์อย่าหาเรื่องน้องเลยค่ะ เดี๋ยวเตยจัดการเอง พี่แชมป์ไปตรวจงานส่วนอื่นเถอะนะ”
" ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึงอะ "
แชมป์จิ๊ปากอย่างขัดใจ สบถพึมพำเรื่อง ไอ้พวกเด็กช็อป ก่อนจะพากลุ่มเพื่อนเดินกระแทกเท้าออกไปทางอื่น ทิ้งให้บรรยากาศใต้ตึกครุศาสตร์กลับมาตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
คิวถอนหายใจยาว ความดุดันในดวงตาเลือนหายไปเมื่อหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ
“ขอโทษครับที่ทำให้วุ่นวาย"
คิวพูดเสียงเบาลง แต่เขายังไม่ยอมปล่อยมือที่จับต้นแขนเธอไว้
“พี่เตย. พี่โอเคไหมครับ?”
ใบเตยมองสบตากับคิว ความห่วงใยในแววตาของเขาทำให้ความกังวลเมื่อครู่มลายหายไปจนหมด เธอยิ้มออกมาบางๆ แม้จะยังใจเต้นแรงอยู่ก็ตาม
“พี่สิคะที่ต้องขอโทษ คิวเหนื่อยทำงานแล้วยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกอะ "
ใบเตยยกมือขึ้นแตะแขนคิวเบาๆ เป็นการปลอบใจ
“อย่าไปถือสาพี่เขาเลยนะคิว คิวเก่งมากแล้วค่ะที่คุมสติได้”
คิวนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาใบเตยไปไม่เป็นรอบที่ร้อยของวัน
“ผมไม่ได้โกรธที่เขาว่าผมหรอกครับ ผมแค่ไม่ชอบเวลาเขาเข้ามาวอแวพี่”